การเดินทางครั้งใหม่ของ Maison Louis Vuitton ในคอลเลกชัน Escales Autour du Monde ได้ถือกำเนิดขึ้นอีกครั้งผ่านการรังสรรค์ Escale en Alaska Pocket Watch นาฬิกาพกสั่งทำพิเศษชิ้นเดียวในโลก (Unique Piece) ที่พาเราดำดิ่งสู่ความอ้างว้างอันงดงามของธารน้ำแข็ง Margerie Glacier ในรัฐอะแลสกา ภายใต้ประกายแสงเหนือสีเขียว โดยแบรนด์ได้ถ่ายทอดงานหัตถศิลป์ลงยาและงานแกะสลักระดับสูง ควบคู่กับวิศวกรรมจักรกลที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่ La Fabrique du Temps Louis Vuitton เคยผลิตมา
การสร้างสรรค์หน้าปัดฉากธรรมชาติอันมีชีวิตชีวานี้เป็นผลงานอินเฮาส์ของ La Fabrique des Arts ที่ผสานเทคนิคการลงยาแบบ Grand Feu ทั้ง champlevé, cloisonné และการลงยาภาพจิ๋ว (Miniature Enamel) ร่วมกับงานแกะสลักด้วยมืออย่างประณีต ช่างฝีมือต้องใช้สีลงยาที่แตกต่างกันถึง 32 เฉดสี และผ่านการเผาในเตามากกว่า 35 ครั้ง เพื่อให้ได้เฉดสีของธารน้ำแข็งและท้องฟ้าที่สมบูรณ์แบบ ล้อมรอบด้วยขอบตัวเรือนที่ฝังอัญมณีเจียระไนทรง Baguette จำนวน 60 เม็ด ประกอบด้วยแซฟไฟร์ เพชร และทัวร์มาลีน ที่เรียงสลับเฉดสีไล่ระดับอย่างสง่างาม
ตัวถังถูกแต่งแต้มด้วยเฉดสีขาว Colnbrook White ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่เมือง Colnbrook อันเป็นที่ตั้งของเวิร์กช็อปแห่งแรกของ Bruce McLaren Motor Racing ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยรถคันประวัติศาสตร์นี้ได้รับการเผยโฉมอย่างยิ่งใหญ่ต่อหน้าสาธารณชนในงานแสดงรถยนต์ระดับโลก Goodwood Festival of Speed
การที่ Rado หยิบเอานวัตกรรมหน้าปัดเปลี่ยนสีตามแสงแดดมารวมเข้ากับงานโครงสร้าง Open Heart บนตัวเรือนเซรามิกสีพาสเทลแบบนี้ ในมุมมองของคุณ คิดว่านี่คือทิศทางใหม่ที่ทำให้นาฬิกาหรูสไตล์อินโนเวชันเข้าถึงง่ายและดูมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่านาฬิกาหน้าปัดทึบแบบเดิมๆ อย่างไรบ้าง?
ข้อมูลทางเทคนิค
ตัวเรือน: โครงสร้างชิ้นเดียว (Monobloc) ทำจากไฮเทคเซรามิกสีชมพูอ่อนขัดเงา (Polished rose high-tech ceramic) ขนาด 40.0 x 47.3 มม. กระจกหน้าปัดแซฟไฟร์ทรงโค้งเคลือบสารกันสะท้อนทั้งสองด้าน กันน้ำได้ลึก 5 บาร์ (50 เมตร)
หน้าปัด: สีชมพูอ่อนขัดลายซันเรย์ (Pale rose sunray) พร้อมเอฟเฟกต์โฟโตโครมิก หน้าต่าง Open Heart รูปทรงเลข 8 ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ติดตั้งหลักชั่วโมงและเข็มชี้โทนสีโรสโกลด์พร้อมเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova® สีขาว
Roger Dubuis เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่กล้าท้าทายขนบของโลกนาฬิอกาชั้นสูง ทั้งในแง่ของดีไซน์ที่มีความไฮเปอร์ และกลไกที่ก้าวล้ำ นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 1995 โดยช่างนาฬิกา Roger Dubuis และนักธุรกิจ Carlos Dias และเข้ามาอยู่ในเครือ Richemont ในปี 2016 เมซงจากเจนีวาแห่งนี้เลือกเดินบนเส้นทางที่แตกต่างจากผู้ผลิตนาฬิกาสวิสแบบดั้งเดิมมาโดยตลอด
แม้จะมีอายุเพียงสามทศวรรษ แต่ Roger Dubuis กลับได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วในฐานะหนึ่งในผู้ผลิตที่สามารถสร้างสรรค์กลไกอันซับซ้อนควบคู่กับงานออกแบบร่วมสมัยได้อย่างโดดเด่น ความพิถีพิถันของแบรนด์ยังสะท้อนผ่านการได้รับตรารับรอง Poinçon de Genève (Geneva Seal) ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรฐานสูงสุดของอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิส โดยทุกคาลิเบอร์ของแบรนด์ได้รับการตกแต่งและประกอบตามข้อกำหนดอันเข้มงวด
อย่างผลงานล่าสุด Roger Dubuis Excalibur The Kabuto Legacy ที่ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมของญี่ปุ่น โดยนำผู้สวมใส่ย้อนเวลากลับไปยังญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 17 ช่วงเวลาซึ่งประเทศกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคสงครามกลางเมืองสู่ยุคแห่งความสงบภายใต้การรวมแผ่นดินของ โชกุนโทกูงาวะ อิเอยาสุ (Tokugawa Ieyasu) แต่แทนที่จะนำเสนอภาพลักษณ์ของสงคราม Roger Dubuis เลือกเล่า “ช่วงเวลาแห่งการรวมเป็นหนึ่ง” ซึ่งบรรดาแม่ทัพซามูไรได้ร่วมกันสร้างระเบียบใหม่ให้ประเทศญี่ปุ่น จนเกิดความสงบสุขที่ดำรงอยู่ยาวนานกว่า 250 ปี โดยมีปราสาทเอโดะเป็นศูนย์กลางเชิงสัญลักษณ์ของยุคสมัยนั้น
ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการเรือนเวลาไทยกำลังจะเริ่มขึ้น… พาชมเบื้องหลังเฉดสี Bira Blue และข้อความ “TIME & TRUTH” บนเรือนเวลา Carrera รุ่นพิเศษสำหรับประเทศไทยที่ผลิตเพียง 90 เรือน
การผลิตจำนวนจำกัดเพียง 90 เรือน มีขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 90 ปี ของชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ในการแข่งขัน Coupe de Prince Rainier ณ โมนาโก เมื่อวันที่ 11 เมษายน 1936 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดผ่านนาฬิการุ่นพิเศษเรือนนี้ และเชื่อว่าเรือนนี้จะกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของทั้งนักสะสมนาฬิกาโครโนกราฟและผู้ที่หลงใหลในเรื่องราวประวัติศาสตร์ความเร็ว
เรือนนี้พร้อมวางจำหน่าย 15 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป ที่ TAG Heuer Boutique ประเทศไทยทุกสาขา ค้นหาสาขาได้ที่ https://www.tagheuer.com/th/en/stores/ o TAG Heuer Line Official Account : @TAGHeuerTH
TAG Heuer Carrera Chronograph Thailand Limited Edition
ความน่าตื่นตาตื่นใจของงานในปีนี้คือการเติบโตอย่างงดงาม หลังจากสร้างสถิติผู้เข้าชมและแบรนด์ที่เข้าร่วมอย่างล้นหลามในปีที่ผ่านมา ในปี 2026 นี้ งานแสดงนาฬิกาได้ยกระดับการสร้างประสบการณ์ไปอีกขั้น ด้วยการจับมือกับแบรนด์ผู้ผลิตนาฬิกาชั้นนำระดับโลกมากมาย นำโดยแบรนด์นาฬิกาชั้นนำอย่าง A. Lange & Söhne, Arnold & Son, Cyrus Watches, Gerald Charles, Glashütte Original, Hermès, IWC, L. Leroy, Moritz Grossmann, Norqain และ OMEGA พร้อมด้วยร้านค้าพันธมิตรอย่าง Avi & Co, Betteridge, Meridian Jewelers, M.S. Rau และ Oliver Smith Jeweler รวมถึงร้านค้าพันธมิตรรายใหม่ๆ อีกหลายราย ที่ตบเท้าเข้าร่วมสร้างสีสันเป็นครั้งแรก มอบโอกาสสุดพิเศษให้นักสะสมและผู้ที่หลงใหลในเครื่องบอกเวลาได้สัมผัสชิ้นงานอย่างใกล้ชิดยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
Studio Underd0g คือแบรนด์อิสระจากสหราชอาณาจักรที่ก่อตั้งโดย Richard Benc และกลายเป็นปรากฏการณ์ในวงการนาฬิกาช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยการนำแรงบันดาลใจจากอาหาร เครื่องดื่ม และวัฒนธรรมป๊อปมาตีความเป็นหน้าปัดที่ทั้งสนุกและมีเอกลักษณ์
เมื่อ Louis Erard จับมือกับ Konstantin Chaykin หนึ่งในนักประดิษฐ์นาฬิกาอิสระที่มีจินตนาการโดดเด่นที่สุดของโลก ผลลัพธ์คือ Le Régulateur “Time-Eater” ที่นำภาษาการออกแบบของ Wristmon มาตีความใหม่ในราคาที่เข้าถึงได้
MING คือหนึ่งในแบรนด์อิสระที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดแห่งทศวรรษที่ผ่านมา และรุ่น 37.06 คือผลงานร่วมกับ David Shapiro ปรมาจารย์ด้านการแกะสลักหน้าปัดชาวอเมริกัน
หน้าปัดผลิตจากโลหะ Tantalum ก่อนแกะสลักด้วยมือเป็นลวดลายสายฟ้า ซึ่งสะท้อนแสงแตกต่างกันในทุกมุมมอง ขณะที่ตัวเรือนยังคงภาษาการออกแบบอันเรียบง่ายแต่ล้ำสมัยของ MING พร้อมกลไกสวิสที่ผ่านการตกแต่งอย่างประณีต
School Time Watch: Swatch สีแดง ความสนุกสนานสมัยวัยเรียน ก่อนอื่นอยากให้คุณช่วยย้อนเวลากลับไปทบทวนให้เราฟังหน่อยว่า ความชื่นชอบในนาฬิกาของคุณเริ่มต้นได้อย่างไร
ตอนแรกผมนึกว่า นาฬิกาเรือนแรกของผมคือ Baby-G เสียอีก แต่กลับไม่ใช่ กลายเป็น Swatch Pop สมัยอยู่ม. ปลาย โรงเรียนอัสสัมชัญ สิ่งเดียวที่เป็นเครื่องประดับที่ทางโรงเรียนให้ใส่ได้คือ นาฬิกา ตอนนั้นผมเลยใส่ Swatch Pop เรือนสีแดงแป๊ดเลย เป็นรูปกระสุน เป็นนาฬิกาตะโกนมากๆ แล้วเวลาใส่ไปโรงเรียนเพื่อนจะชอบทัก ทำให้รู้สึกว่า เราอาจจะชอบนาฬิกามาตั้งแต่ตอนนั้นนะ เพราะมันเป็นแบบเครื่องประดับเดียวที่เราใส่ได้ แล้วเราอาจจะชอบนาฬิกาที่สนุกและดูแตกต่าง สมัยนั้นรู้สึกว่า ผมจะมี Swatch Pop อยู่หลายเรือนเลย จำได้ว่ามี Swatch Pop ที่สายเป็นเหมือนไม้บรรทัดที่ยืดได้ ตีแล้วรัดข้อมือได้ทันที หลังจากนั้นก็เริ่มมองหาอย่างอื่นครับ
ตอนเรียนจบมหาวิทยาลัยเริ่มรู้สึกว่า อยากจะได้นาฬิกาเป็นของขวัญสักเรือนหนึ่ง คุณแม่ก็บอกว่าเดี๋ยวช่วยออกสตางค์ให้ เราออกเองครึ่งหนึ่ง คุณแม่ออกให้ครึ่งหนึ่งอะไรประมาณนี้ ตอนนั้นเริ่มดูๆ Patek Philippe กับ Audemars Piguet ไว้ แต่ตอนนั้นรู้สึกว่า คนใส่ Patek Philippe กันค่อนข้างเยอะ Audemars Piguet ยังมีคนใส่กันน้อยมาก เลยรู้สึกว่าเราซื้อ Audemars Piguet ดีกว่าเพราะไปจับพลัดจับผลูถูกใจ AP มากด้วย ตอนนั้นก็เลยเลือกเลือกเป็น Audemars Piguet Royal Oak เรือนนี้เลยครับสำหรับเรือนเรียนจบมหาวิทยาลัย
My Top 5 Watches: 5 เรือนโปรดที่บอกเล่าแต่ละช่วงชีวิต เริ่มจาก Audemars Piguet Chronograph ที่เก็บสตางค์ซื้อตอนเรียนจบก่อนเลย เรือนนี้น่าจะมีความสำคัญกับคุณมากทีเดียว
ด้วยความผูกพันที่มีต่อนาฬิกา Swatch ซึ่งเป็นนาฬิกาเรือนแรกของคุณ กับ Audemars Piguet Royal Oak ที่เป็นนาฬิกาเรือนแรกที่เก็บสตางค์ซื้อเอง พอ AP x Swatch ออกมา คุณคิดว่า รุ่นนี้ต้องมีเลยไหม
รายละเอียดบนหน้าปัดสะท้อนเอกลักษณ์ของ Maison นับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ในปี 2002 ไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น
Small Seconds at 1:30: หน้าปัดย่อยบอกวินาทีถูกจัดวางแบบอสมมาตรไว้ที่ตำแหน่ง 1:30 นาฬิกา ตกแต่งด้วยลาย Sunray และล้อมกรอบด้วยวงแหวนไดมอนด์คัทชุบโรเดียมอย่างคมชัด
ความบางระดับต่ำกว่า 10 มิลลิเมตรนี้เกิดขึ้นได้จากการเลือกใช้กลไกอินเฮ้าส์อัตโนมัติรหัส Calibre SMA03-T ซึ่งคิดค้นและประกอบขึ้นโดย Le Cercle des Horlogers โรงงานผลิตกลไกของแบรนด์ในเมือง La Chaux-de-Fonds
สำหรับคุณผู้อ่านและแฟนๆ แล้ว คิดเห็นยังไงกับการที่แบรนด์สปอร์ตหรูหันมาใช้หน้าปัดสีม่วงลาเวนเดอร์คู่กับสายหนังลายเดนิมแบบนี้ ถือเป็นความสดใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย หรือคุณคิดว่านาฬิกาทรง La City นี้จะดูลงตัวกว่าเมื่ออยู่บนสายเหล็กแบบดั้งเดิม?
เริ่มต้นด้วยแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการทดลองกับวัสดุใหม่อย่าง Hublot ที่รอบนี้พบคอลเลกชัน Big Bang เวอร์ชันตัวเรือนเซรามิกในโทนสีพาสเทล ซึ่งข้อดีของเซรามิกคือการให้เนื้อสัมผัสที่เนียนลื่นและทนทานต่อรอยขีดข่วน เมื่อนำมาจับคู่กับเฉดสีที่ดูซอฟต์ลง มันจึงช่วยลดทอนความดุดันของรูปทรงโครงสร้างเหลี่ยมมุมอันเป็นเอกลักษณ์ของรุ่น Big Bang ให้กลายเป็นนาฬิกาสปอร์ตที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นในการแต่งตัวชีวิตประจำวัน