ช่วงเวลาแห่งความสุขที่เปล่งประกายผ่านนาฬิกาเรือนโปรดของจอน- สิรพัฐ พิพัฒน์วีรวัฒน์

Date:

5 เรือนเวลาสะท้อนตัวตนแบบ “Anti-luxury” ของคุณ จอน-สิรพัฐ

WORDS: Pisuthinee B.

ด้วยความที่เป็นหนุ่มช่างแต่งตัวและใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งสวยงามอย่างจิวเวลรี่และเครื่องประดับล้ำค่า นาฬิกาที่ จอน- สิรพัฐ พิพัฒน์วีรวัฒน์ ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์แห่ง DERMOND เลือกมาเติมเต็มทุกช่วงเวลาในชีวิตจึงไม่เพียงแต่เป็นรุ่นยอดนิยม แต่ต้องสะท้อนความสุขที่เปล่งประกายผ่านหน้าปัดในทุกครั้งที่ได้มอง นาฬิกาทุกเรือนของเขาจึงช่วยเติมความสุขให้กับทุกวัน และยังเป็นตัวแทนช่วงเวลาสำคัญในชีวิต

School Time Watch: Swatch สีแดง ความสนุกสนานสมัยวัยเรียน
ก่อนอื่นอยากให้คุณช่วยย้อนเวลากลับไปทบทวนให้เราฟังหน่อยว่า ความชื่นชอบในนาฬิกาของคุณเริ่มต้นได้อย่างไร

ตอนแรกผมนึกว่า นาฬิกาเรือนแรกของผมคือ Baby-G เสียอีก แต่กลับไม่ใช่ กลายเป็น Swatch Pop สมัยอยู่ม. ปลาย โรงเรียนอัสสัมชัญ สิ่งเดียวที่เป็นเครื่องประดับที่ทางโรงเรียนให้ใส่ได้คือ นาฬิกา ตอนนั้นผมเลยใส่ Swatch Pop เรือนสีแดงแป๊ดเลย เป็นรูปกระสุน เป็นนาฬิกาตะโกนมากๆ แล้วเวลาใส่ไปโรงเรียนเพื่อนจะชอบทัก ทำให้รู้สึกว่า เราอาจจะชอบนาฬิกามาตั้งแต่ตอนนั้นนะ เพราะมันเป็นแบบเครื่องประดับเดียวที่เราใส่ได้ แล้วเราอาจจะชอบนาฬิกาที่สนุกและดูแตกต่าง สมัยนั้นรู้สึกว่า ผมจะมี Swatch Pop อยู่หลายเรือนเลย จำได้ว่ามี Swatch Pop ที่สายเป็นเหมือนไม้บรรทัดที่ยืดได้ ตีแล้วรัดข้อมือได้ทันที หลังจากนั้นก็เริ่มมองหาอย่างอื่นครับ

พอเริ่มมองหานาฬิกาที่จริงจังขึ้น นาฬิกาเรือนไหนเป็นนาฬิกาเรือนแรกที่คุณซื้อเอง

นาฬิกาแบบกึ่งลักซ์ชัวรีเรือนแรกของผมก็ต้องเป็น Panerai ครับ สมัยนั้นนาฬิกา Panerai เริ่มต้นหลักแสนกว่าบาทนะครับ แล้วตอนนั้น PAM ฮิตมากๆ  แล้วถ้าเป็นรุ่นเบสิกเลยอาจจะธรรมดาไปนิด  เราก็อาจจะเลือกรุ่นที่เติมพวก Power Reserve เข้าไปอะไรประมาณนี้ แต่จำได้เป็น PAM00090 แล้วก็เริ่มเก็บ PAM 00111 เริ่มเก็บ Panerai ไปสัก 2-3 เรือนนะครับ ในช่วงแรกที่เริ่มซื้อนาฬิกาเองครับ

หลังจากเก็บสะสมนาฬิกามาสักพักเมื่อไรถึงจะเริ่มรู้แนวทางในการสะสมนาฬิกาของตัวเองว่าเป็นแนวไหนอย่างไรบ้าง

ตอนเรียนจบมหาวิทยาลัยเริ่มรู้สึกว่า อยากจะได้นาฬิกาเป็นของขวัญสักเรือนหนึ่ง คุณแม่ก็บอกว่าเดี๋ยวช่วยออกสตางค์ให้ เราออกเองครึ่งหนึ่ง คุณแม่ออกให้ครึ่งหนึ่งอะไรประมาณนี้ ตอนนั้นเริ่มดูๆ Patek Philippe กับ Audemars Piguet ไว้  แต่ตอนนั้นรู้สึกว่า คนใส่ Patek Philippe กันค่อนข้างเยอะ Audemars Piguet ยังมีคนใส่กันน้อยมาก เลยรู้สึกว่าเราซื้อ Audemars Piguet ดีกว่าเพราะไปจับพลัดจับผลูถูกใจ AP มากด้วย ตอนนั้นก็เลยเลือกเลือกเป็น Audemars Piguet Royal Oak เรือนนี้เลยครับสำหรับเรือนเรียนจบมหาวิทยาลัย

My Top 5 Watches: 5 เรือนโปรดที่บอกเล่าแต่ละช่วงชีวิต
เริ่มจาก Audemars Piguet Chronograph ที่เก็บสตางค์ซื้อตอนเรียนจบก่อนเลย เรือนนี้น่าจะมีความสำคัญกับคุณมากทีเดียว
 

เรือนนี้ดูจะมีสตอรี่ที่ใช่ โดนใจพอสมควรครับ ตอนนั้นต้องบอกว่าผม study เรื่องนาฬิกาน้อยมาก แต่รู้สึกว่า เราไม่อยากได้อะไรที่คนใส่ซ้ำกันเยอะแยะแล้วรู้สึกว่า คนยังไม่ได้มองเห็นมูลค่าของ AP มันไม่ได้เป็นนาฬิกาที่พอคนเห็นปุ๊บแล้วรู้เลยว่า เรือนนี้ราคาเท่าไร เพราะฉะนั้นก็เลยเริ่มด้วย Audemars Piguet  แล้วพอดีได้คุยกับคุณอาที่เป็นคนเล่นนาฬิกาเหมือนกัน แล้วก็ปรึกษาว่า คุณอาแนะนำรุ่นไหนบ้าง คุณอาจึงเป็นคล้ายๆ กับ inspiration ให้ผมสนใจในแบรนด์นี้ แล้วด้วยความที่เรารู้สึกถูกชะตากับแบรนด์นี้อย่างบอกไม่ถูก ไม่มีเหตุผลชัดเจน แต่พอเลือกมาแล้วก็ประทับใจมาก หลังจากนั้นก็เลยรู้สึกว่า เราชอบนาฬิกาที่มันไม่ค่อยซ้ำกับใครเท่าไร ใส่แล้วดูมีคาแร็กเตอร์มากกว่า

ทำไมถึงเริ่มต้น Royal Oak ด้วยรุ่นโครโนกราฟเลย แทนที่จะเริ่มจากนาฬิกาสามเข็ม

ผมเป็นคนชอบอะไรที่มี detail สักหน่อยหนึ่ง ถึงแม้จะเป็นรุ่นค่อนข้างเริ่มต้นก็ตาม  แต่เราก็รู้สึกว่า เราอยากมีอะไรแตกต่างจากตัวเริ่มต้นหน่อยๆ แล้วเรือนนี้มีขนาดหน้าปัด 39 มม. ซึ่ง Royal Oak รุ่นใหม่จะเป็นขนาดประมาณ 41 มม. รุ่นขนาด 39 มม. เริ่มจะ discontinue แล้ว  พอดีตอนนั้นเริ่มรู้สึกว่า ไซส์ 39 มม. มันก็เหมาะกับสรีระของเรา แล้วเราเริ่มหนีจาก PAM ที่มีขนาดใหญ่มาก เปลี่ยนมาเป็นนาฬิกาที่มีขนาดสลิมลงมาครับ

ด้วยความผูกพันที่มีต่อนาฬิกา Swatch ซึ่งเป็นนาฬิกาเรือนแรกของคุณ กับ Audemars Piguet Royal Oak ที่เป็นนาฬิกาเรือนแรกที่เก็บสตางค์ซื้อเอง พอ AP x Swatch ออกมา คุณคิดว่า รุ่นนี้ต้องมีเลยไหม

ผมรู้สึกว่า ทั้งแบบและสีน่ารักดีนะครับ ชอบสีมาก แต่มันหาโอกาสใส่ยากครับ รู้สึกว่า ถ้านำมาใส่บนข้อมือเราอาจจะไม่เหมาะ ตัวผมเองเป็นคนซื้อนาฬิกามาใส่ ไม่ได้ซื้อมาเพื่อขาย เลยชอบนาฬิกาที่ใส่ได้บ่อยๆ มากกว่า

หลังจากได้ Royal Oak เรือนนี้มาแล้ว เล็งรุ่นถัดๆ ไปไว้บ้างไหม

ผมอาจจะชอบสับเปลี่ยนแบรนด์มากกว่า ไม่ค่อย repeat อยากได้ความแตกต่าง เพราะเราก็รักเรือนนี้เราไม่ยอมปล่อยเรือนนี้ แล้วก็รู้สึกว่าไม่อยากให้มีซ้ำกัน อยากให้เป็นคนละ occasion กัน จะได้สลับกันใส่ได้

เรือนถัดไป Patek Philippe Aquanaut อีกหนึ่งรุ่นไอคอนิกที่ได้มาในโอกาสพิเศษ รบกวนเล่าเรื่องราวเบื้องหลังเรือนนี้ให้ฟังหน่อย

น่าจะเป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่เป็นแบรนด์ในฝันที่ผมอยากได้มาตลอดครับ ต้องบอกว่า Patek Philippe Aquanaut เรือนนี้ผมได้เป็นของขวัญแต่งงานครับ คุณแม่ยายให้เป็นของขวัญเซอร์ไพรส์หลังแต่งงาน  เป็นเรือนที่พอได้มารู้จักแล้ว รู้สึกว่ามันสลิม แล้วยังเป็นนาฬิกาที่ค่อนข้างเหมาะกับลุคฟอร์มัล แล้วยิ่งเป็นสายสตีลด้วย พอใส่แบบฟอร์มัลแล้วมันดู complete ได้ง่ายกว่า แล้วด้วยความที่ตัวเรือนค่อนข้างบาง ทำให้รู้สึกว่า เรือนนี้ก็มีคาแร็กเตอร์ที่แตกต่างจากเรือนก่อนๆ ที่เคยมีไปเลย เรือนนี้จึงเป็นอีกเรือนหนึ่งที่ชอบและได้ใส่อยู่บ่อยๆ ครับ

Rolex- Submarine Green dial หรือ Rolex ‘Hulk’ ในตำนาน หลายคนชอบที่หน้าปัดสีเขียวรับกับขอบตัวเรือน สำหรับคุณแล้วนาฬิกาเรือนนี้มีอะไรพิเศษมากไปกว่าเป็นรุ่นที่หลายคนตามหา

เรือนนี้เกิดจากความรู้สึกว่า อยากมีนาฬิกาสบายๆ สายสปอร์ตไว้ใส่ในวันธรรมดาบ้าง ตอนนั้น Audemars Piguet ก็เริ่มราคาขึ้นไปสูงแล้ว เราก็รู้สึกว่าไม่เหมาะที่จะใส่ทุกวัน งั้นลองมาดู Sumariner แล้วกัน ดูง่ายๆ สบายๆ แล้วเราเองก็ยังไม่เคยมีนาฬิกาสีเขียว ก็เลยรู้สึกว่า หานาฬิกาสีๆ มาสักเรือนหนึ่งดีกว่า แล้วสีเขียวก็เป็นสีฮีโร่อยู่แล้วก็เลยรู้สึกว่า ‘Hulk’ นี่แหละ ชื่อน่ารักดีด้วย ผมเป็นคนตัดสินใจง่ายครับ (หัวเราะ)

นี่เป็น Rolex เรือนแรกของผมด้วยครับ ไม่นับรุ่น Rootbeer ที่คุณพ่อให้ แล้วเราก็เอามาเปลี่ยนสาย ผมเป็นคนชอบใส่นาฬิกาในรูปแบบที่ค่อนข้างเป็นแฟชั่น หมายความว่า อยากนำมาแต่งเอง บางทีก็จะมีแอ็กเซสซอรี่ต่างๆ เพราะเราทำงานเกี่ยวกับจิวเวลรี่อยู่แล้ว อย่างพอได้รุ่น Rootbeer สีทูโทนมา ก็รู้สึกว่าค่ อนข้างมีอายุก็เลยเปลี่ยนสายเป็นสายผ้า

Vintage Rolex: เสน่ห์ของนาฬิกาวินเทจที่ไม่อาจต้านทาน

Vintage Rolex- Daydate Black dial 1984-1987อีกหนึ่งรุ่นที่นักสะสมตามหา ถึงแม้ Daydate จะออกมาหลายเวอร์ชันแต่ยังไม่มีเวอร์ชันไหนเทียบรุ่นนี้ได้ สำหรับคุณแล้วอะไรทำให้ Daydate ยุคนี้จับใจนักสะสมได้ดีเป็นพิเศษ

ช่วงหลังโควิดฯ ตอนนั้นเป็นช่วงพีคของนาฬิกาสปอร์ต แล้วก็เริ่มรู้สึกว่า “เฮ้ย…นาฬิกามันเริ่มแพงขึ้นไปเรื่อยๆ  แล้วอย่างนาฬิกาวินเทจเราก็ไม่รู้ว่าราคามันจะสูงขึ้นไปถึงเมื่อไร เริ่มรู้สึกว่า มันสูงพีคไปหน่อยนะ แต่นาฬิกาวินเทจมันหาเพิ่มไม่ได้อีกแล้วนะ เลยเริ่มรู้สึกว่า เรามาเก็บนาฬิกาวินเทจดีกว่าไหม ประกอบกับเริ่มเห็นดาราฮอลลีวูดใส่รุ่น Daydate แล้วก็รู้สึกว่า เฮ้ย…มันเท่ดีนะ แล้วตอนนั้นก็คนไทยก็ยังใส่กันน้อย เราดูตั้งแต่ราคายังไม่แพง แต่เวลาตัดสินใจซื้อขึ้นไปสูงแล้วครับ เลยคิดว่าต้องเก็บแล้วแหละ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ก็เลยตัดสินใจซื้อเลยครับ

เรือนนี้ใส่แล้วจะให้ฟีลแบบมาเฟียอิตาเลียนยุคเก่า แต่เราก็มาปรับให้มันคาแร็กเตอร์เหมาะกับเรา แล้วสิ่งที่แตกต่างของวินเทจก็จะพวกแบบหน้าปัดนูนกว่ากระจกยังไม่บาง ทำให้ดูมีดีเทล มีคาแร็กเตอร์ที่แตกต่างออกไป แล้วยังก็เป็นนาฬิกาทองเรือนแรกของผมด้วย ตอนแรกก็ยังคิดว่า ตัวเองจะใส่นาฬากเรือนทองได้หรือเปล่า แต่พอไปๆ มาๆ แล้วเราก็ใส่ได้นี่หว่า บางทีแบบใส่กับลุคสไตล์แคชวลก็ดู contrast กันดี ดูกลายเป็นนาฬิกามาดกวนๆ ไปเลย

ดูเหมือนว่านาฬิกา Daydate เรือนนี้จะเป็นนาฬิกาที่มีไซส์เล็กที่สุดเท่าที่คุณมีอยู่ด้วย ช่วงนี้เขาบอกว่าคนเริ่มหันมาชอบใส่นาฬิกาเรือนเล็กกันมากขึ้น สำหรับตัวคุณแล้วพอเทรนด์นี้เริ่มมา คุณรู้สึกสนใจนาฬิกาไซส์เล็กมากขึ้นไหม

จริงๆ ผมชอบนาฬิกาเรือนเล็กประมาณหนึ่งอยู่แล้ว ชอบไซส์ 30 ปลายๆ ทั้งหมดครับ เพราะรู้สึกว่า สำหรับผู้ชายไทยบางคนที่ตัวไม่ใหญ่มาก ใส่นาฬิกาไซส์ 30 มม. กว่าๆ ถึง 40 มม. ต้นๆ ก็ดูเหมาะดีครับ

ตอนนี้ผมลองดูพวกวัสดุอื่นๆ  แต่อาจจะเป็นนาฬิกาสายหนัง หรือหน้าปัดทองอะไ ร ตอนนี้ก็มีดูอยู่หลายๆ เรือน แต่ถ้าไม่มีอะไรมาดลใจผมก็ไม่ได้แบบไม่รู้สึกว่าต้องซื้อทันที แต่ก็มาร์คเอาไว้ในใจอยู่บ้าง ส่วนใหญ่จะเป็น Indie brand มากกว่า เริ่มหาอะไรที่ไม่ค่อยหาได้ทั่วไปในตลาดครับ ตอนนี้ก็ดู F.P. Journe และ Jaeger LeCoultre อยู่ว่าอาจจะเป็นเรือนต่อไปของเราหรือเปล่า

พอเราเริ่มเบนเข็มมาทางวินเทจแล้ว รู้สึกติดใจเสน่ห์ของนาฬิกาวินเทจไปเลยหรือเปล่า

ชอบมากครับ พอได้ใส่นาฬิกาวินเทจแล้วรู้สึกว่า มันดูมีเรื่องราว แล้วพอเราเข้ามาศึกษามากขึ้น แล้วเรารู้สึกว่า Rolex เป็นแบรนด์ที่ใส่ได้ทุกวัน แต่งตัวแคชวลหรือฟอร์มัลก็ เป็นนาฬิกาที่ใส่ง่ายได้มาตรฐานดี เพราะฉะนั้นเราก็มองว่า ถ้าเราจะซื้อ Rolex เรือนต่อไป แต่เป็นคนไม่ชอบ Daytona ที่เป็นรุ่นโมเดิร์น รู้สึกว่ามีคนใส่ค่อนข้างเยอะ เลยบอกกับตัวเองว่า ถ้าจะซื้อ Daytona เราอาจจะซื้อ Daytona รุ่นวินเทจนะ แล้วพอดีมีคุณอาใส่มา แล้วเขาเอามาให้ลอง ผมก็รู้สึกว่า “เฮ้ย…มันเบาขนาดนี้เลยเหรอ มันมีคาแร็กเตอร์แตกต่าง หน้าปัดมันนูน แล้วก็เลยรู้สึกว่า อยากได้ Daytona รุ่นวินเทจ

แล้วก็จับพลัดจับผลูมาก ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อ แต่ไปทำงานแล้วได้ไปเดินดูงานจิวเวลรี่แฟร์ที่ฮ่องกง วันที่สี่ผมเดินไปเจอร้านนี้ แล้วก็ถามเขาว่าเท่าไร ต้องบอกว่า วันนั้นผมไม่ได้แต่งตัวดีมากนะ เราใส่รองเท้าผ้าใบเพราะต้องเดินเยอะ คนขายเขาเห็นลุคเราเขาก็บอกว่า “เรือนนี้ยูซื้อไม่ได้หรอก แต่เขามีอีกเรือนที่อยากปล่อย” แล้วเขาบอกว่า เรือนนี้เป็นรุ่นแรกของ Daytona เลย มันอาจจะไม่ได้ฮิตเท่ารุ่น 6235 นะ แต่มันก็เป็น Daytona เรือนแรก ที่มีโลโก้สีแดงตรงกลางเขียนไว้ว่า ‘Daytona’ เราคุยกันนานมากจนเราตัดสินใจว่า ขอกลับบ้านไปตัดสินใจอีกวันหนึ่ง แต่เขาบอกว่า ถ้าไม่เอาจะเสียใจนะ วันนั้นก็เลยคิดหนักเลยครับ  แล้วก็แบบเอาก็เอาเถอะ  คนเรามีดวงจะเสียเงินครับ แล้วเสียเงินหนักกว่าคือตกเครื่องด้วย (หัวเราะ) เพราะกว่าจะจ่ายเงินได้ต้องใช้ international transfer ซึ่งต้องใช้เวลานาน แต่ก็เป็นเรือนที่เติมเต็มเราได้ในสาย Rolex เพราะถ้าไม่ได้เรือนนี้เราคงไม่ได้ซื้อรุ่นอื่นแล้ว

Wear What You Value: เห็นคุณค่าในสิ่งที่สวมใส่
ทุกวันนี้ให้นิยามแนวการสะสมนาฬิกาของ คุณจอน เองเนี่ย นิยามว่า เป็นแนวไหน

อาจจะเรียกว่า ‘Anti-luxury’ หน่อยๆ ไม่ได้ชอบใส่นาฬิกาที่เห็นแล้วรู้ราคาเลย หรือรู้สึกว่าใส่แล้วดูบ่งบอกว่า “เออ…ฉันรวยนะ” ผมจะไม่เลือกซื้อนาฬิกาแนวนั้น

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Must Have: มัดรวมคอลเลกชัน 5 เรือนเวลาพาสเทลบอกลาซัมเมอร์ 
ชวนดูแนวคิด “ซ่อนวันที่” ของ Armin Strom Orbit
เมื่อสถาปัตยกรรมบอกเล่าความดิบ นี่คือร่องรอยสิ่วบนเรือนเวลา Anoma A1 Prehistoric

Share post:

More like this

เปิดคอลเลกชันนาฬิกาสุดรัก ป๊อด-ธนณัฏฐ์ รุ่งโรจน์ญาณธร ผู้ก่อตั้ง Timezone

เปิดกรุนาฬิกาสุดหวงของ ป๊อด-ธนณัฏฐ์ รุ่งโรจน์ญาณธร เจ้าของธุรกิจกล่องเก็บรักษานาฬิกา Timezone ตั้งแต่ Rolex, Tudor, Bvlgari ไปจนถึงไมโครแบรนด์ พร้อมเผยปรัชญาและเทคนิคการดูแลรักษาเรือนเวลา

สำรวจเบื้องหลังหนึ่งในนาฬิกาไอคอนแห่งศตวรรษที่ 21 ผ่านมุมมองของผู้กำกับการสร้างสรรค์ผู้สานต่อจิตวิญญาณและนวัตกรรมของ Chanel Watchmaking

บทสัมภาษณ์ Arnaud Chastaingt ผู้อำนวยการฝ่าย Chanel Watch Creation Studio มีนาฬิกาเพียงไม่กี่รุ่นที่สามารถเปลี่ยนโฉมหน้าของวงการนาฬิการ่วมสมัยได้อย่างแท้จริง และ...

TIME TO (Create) | EP.1: รับฟังมุมมองต่อการตกผลึกความคิดให้ออกมาเป็นงานศิลปะ ไปกับ ไบเบิ้ล-วิชญ์ภาส

รับชมบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของ ไบเบิ้ล-วิชญ์ภาส กับมุมมองเรื่องเวลา ความคิดสร้างสรรค์ และแรงบันดาลใจในการทำงาน

เปิดวิสัยทัศน์ของ Laurent Lecamp ผู้นำชื่อ Minerva กลับคืนสู่หน้าปัดอย่างสง่างามอีกครั้ง

บทสัมภาษณ์พิเศษระหว่าง Revolution Thailand และ CEO แห่ง Minerva Montblanc ภายในทริป...