บทสัมภาษณ์พิเศษระหว่าง Revolution Thailand และ CEO แห่ง Minerva Montblanc ภายในทริป Minerva Moment ที่สิงคโปร์

เรียกเสียงฮือฮาจากเหล่านักสะสมนาฬิกาได้ไม่น้อย เมื่อ Minerva โรงงานผลิตกลไกอันเก่าแก่ที่อยู่ภายใต้การบริหารของ Montblanc มาตั้งแต่ปี 2007 จะกลับมาผลิตคอลเลกชันนาฬิกาโดยเชิดชูชื่อ ‘Minerva’ บนหน้าปัดอย่างสง่าผ่าเผย หลังจากเปิดตัวรุ่นไฮไลต์อย่าง Unveiled Crownless ที่นำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ซ่อนอยู่ภายใต้รูปลักษณ์คลาสสิกสไตล์ดั้งเดิม และการเชิดชูความงามของกลไกด้วย Reverse Movement ใน Unveiled รุ่นลิมิเต็ดอีกสองรุ่น ทิศทางต่อไปของ Minerva จะเป็นอย่างไร Laurent Lecamp CEO แห่ง Minerva ได้แบ่งปันวิสัยทัศน์ของเขาให้เราฟังในทริป Montblanc Minerva Moment ที่สิงคโปร์เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
Q: เราคิดว่านักสะสมจำนวนมากคุ้นเคยกับชื่อของ Minerva เป็นอย่างดี แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ พวกเขาอาจยังไม่รู้จักแบรนด์มากนัก คุณมีแผนจะสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายใหม่นี้อย่างไร
“นี่เป็นประเด็นที่น่าสนใจมาก เพราะผมมองว่าคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันกำลังแสวงหา ‘ความจริงแท้’ (Authenticity) เหนือสิ่งอื่นใด นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมทุกวันนี้ผมถึงเดินทางไปทั่วโลกเพื่อพบปะผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรม รวมถึงคนรุ่นใหม่ด้วย เพื่อขยายการรับรู้เกี่ยวกับ Minerva ให้กว้างยิ่งขึ้น ผมคิดว่าภาษาของการสื่อสารได้เปลี่ยนไปแล้ว ทุกวันนี้มันไม่ใช่การพูดฝ่ายเดียวอีกต่อไป แต่เป็นบทสนทนาที่เราจำเป็นต้องแบ่งปัน แลกเปลี่ยน และสร้างการมีส่วนร่วม รวมทั้งต้องนำเสนอสิ่งที่มีความจริงแท้ในการสนทนาเหล่านั้น เมื่อคุณสื่อสารอย่างจริงใจและอธิบายให้ผู้คนเข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณแตกต่าง คนรุ่นใหม่ก็จะเดินเข้ามาหาคุณเองโดยธรรมชาติ
แต่มีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะบอก นั่นคือ ผมไม่เคยแบ่งกลุ่มลูกค้าตามอายุเลย ผมแบ่งตามทัศนคติและวิธีคิดมากกว่า ผู้คนมักพูดถึง ‘Gen Z’ แต่ลองคิดดูว่า คนอายุ 20 ปีในประเทศไทย คนอายุ 20 ปีในรัสเซีย ญี่ปุ่น จีน หรือกรีซ พวกเขามีความคาดหวังต่อชีวิตเหมือนกันจริงหรือ? สำหรับผม คำว่า ‘Gen Z’ เพียงอย่างเดียวแทบไม่มีความหมาย เพราะผู้คนต่างเติบโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อม การศึกษา และประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกัน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผมจึงไม่ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายตามเจเนอเรชันเลย แต่กำหนดจาก ‘State of Mind’ หรือกรอบความคิดและทัศนคติของผู้คนมากกว่า”


Q: ดูเหมือนว่าผู้ติดตามของ Minerva ส่วนใหญ่จะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์ใช่หรือไม่
“ผมไม่ได้กำลังมองหา ‘ลูกค้าใหม่’ แต่ผมกำลังมองหา ‘แฟนพันธุ์แท้’ ซึ่งสำหรับผมแล้ว ทั้งสองสิ่งนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ลูกค้าอาจเดินจากคุณไปในวันหนึ่ง แต่แฟนพันธุ์แท้จะอยู่กับคุณเสมอ แม้ว่าพวกเขาจะตั้งคำถาม ท้าทาย และคาดหวังจากคุณมากก็ตาม และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมทีมของเราจึงให้ความสำคัญกับความจริงแท้และการเล่าเรื่องที่จริงใจ เพราะผมเชื่อว่านั่นจะทำให้แบรนด์แข็งแกร่งขึ้น
ตลอดระยะเวลา 5-6 ปีที่ผ่านมา ผมได้พบกับนักสะสม Minerva เกือบทั้งหมดทั่วโลก ผมเดินทางไปมากมายเพื่อพบพวกเขา รับฟังความคิดเห็น และเรียนรู้จากพวกเขาอยู่เสมอ และด้วยข้อเสนอแนะเหล่านี้ เราจึงสามารถพัฒนาบักเคิลแบบใหม่ขึ้นมาได้ ซึ่งมันเป็นแนวคิดที่แข็งแกร่งมาก บักเคิลดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้รูบนสายได้รับความเสียหายจากการถอดหรือสวมใส่ อีกทั้งยังสามารถปรับได้อย่างละเอียดอีกด้วย ผมกล้าพูดได้เลยว่ามันเป็นบักเคิลที่สมบูรณ์แบบที่สุด”
Q: เท่าที่ฟังดูเหมือนว่าคุณกำลังมุ่งไปที่คนที่เห็นคุณค่าในศาสตร์แห่งการทำนาฬิกาอย่างแท้จริงเหนือสิ่งอื่นใด
ใช่ครับ และที่ Minerva เราได้พัฒนาแนวคิดที่เรียกว่า ‘AI’ ซึ่งไม่ได้หมายถึง Artificial Intelligence แต่หมายถึง ‘Artisanal Intelligence’ สำหรับผม นี่คือหัวใจสำคัญ เพราะผมเชื่อว่างานหัตถศิลป์ (Artisan) คืออนาคตของโลกแห่งความหรูหรา
ผมเชื่ออย่างแรงกล้าว่า โลกของลักชัวรี่ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ผู้คนกำลังมองหาแบรนด์ขนาดเล็กที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน แบรนด์ที่พวกเขาสามารถสร้างบทสนทนาและความสัมพันธ์ที่แท้จริงร่วมกันได้ และนั่นคือสิ่งที่ Minerva กำลังมอบให้แก่พวกเขา
Laurent Lecamp – CEO แห่ง Minerva
Q: สิ่งที่ท้าทายที่สุดอย่างหนึ่งคือการสร้างความแตกต่างระหว่างการสื่อสารของ Minerva และ Montblanc คุณวางแผนเรื่องนี้ไว้อย่างไร
“ก่อนอื่นเลย ทั้งสองแบรนด์ไม่ได้มีกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน ผมดำรงตำแหน่ง CEO ของ Minerva และเป็น Managing Director ของ Montblanc ไปพร้อมกัน Montblanc มีความแข็งแกร่งอย่างมากในฐานะสัญลักษณ์แห่งการยอมรับและการเฉลิมฉลองความสำเร็จส่วนบุคคล ดังนั้น การสื่อสารของ Montblanc จึงแตกต่างจาก Minerva อย่างสิ้นเชิงครับ

สำหรับ Minerva สิ่งที่ผู้คนกำลังแสวงหาคือ ‘งานฝีมือ’ และ ‘งานหัตถศิลป์’ ที่แทบจะสูญหายไปจากสวิตเซอร์แลนด์แล้ว ครั้งหนึ่ง Minerva เคยผลิตแฮร์สปริงของตัวเอง และแม้แต่ในปัจจุบัน เรายังคงเลือกใช้วัสดุแบบดั้งเดิมที่ถูกใช้มาตั้งแต่เมื่อ 150 ปีก่อน แทนที่จะใช้ทองเหลืองหรือเหล็กสำหรับทุกชิ้นส่วน เราเลือกใช้ German Silver Alloy ซึ่งเป็นโลหะผสมของนิกเกิล ทองแดง และสังกะสี สำหรับสร้างแผ่นเพลตและสะพานจักรของกลไก รวมถึงรายละเอียดเล็กๆ อย่างลูกศร Minerva ที่ปลายชุดควบคุมโครโนกราฟ ซึ่งเป็นลายเซ็นอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ สำหรับผม Minerva จึงเป็นแบรนด์ที่มีความโดดเด่นอย่างแท้จริง ทั้งในแง่ของศาสตร์การทำนาฬิกาและศิลปะเชิงช่าง มันคือการผลักดันงานหัตถศิลป์ไปจนถึงขีดสุด”
Q: สำหรับผลงานใหม่ๆ ที่ Minerva นำกลับมาอีกครั้ง หลายรุ่นดูเหมือนจะตรงกับความคาดหวังของนักสะสม แต่บางรุ่นก็สร้างความประหลาดใจไม่น้อย อะไรคือความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างการตอบสนองความคาดหวังของนักสะสมและการนำเสนอสิ่งใหม่ๆ
“พวกเขารู้ว่าเราทำอะไร รู้ว่าเรายืนอยู่บนรากฐานของสิ่งที่ Minerva เคยสร้างไว้ในอดีต พร้อมทั้งนำเอานวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาต่อยอด แต่เราไม่จำเป็นต้องเปิดเผยทุกอย่างล่วงหน้า และพวกเขาชื่นชอบสิ่งนั้นมาก ผมมีนักสะสมหลายคนที่ติดต่อผมมาก่อนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยขอให้กันนาฬิกาไว้สำหรับพวกเขาหนึ่งเรือน ทั้งที่พวกเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่านาฬิการุ่นนั้นจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร คำถามเดียวที่พวกเขาถามผมคือ “Laurent สิ่งนี้มีรากฐานมาจากสิ่งที่ Minerva เคยทำในอดีตหรือไม่? และคุณได้เพิ่มนวัตกรรมใหม่เข้าไปหรือเปล่า?” เมื่อผมตอบว่า “ใช่” พวกเขาก็ตอบกลับทันทีว่า “ถ้าอย่างนั้นเก็บไว้ให้ผมหนึ่งเรือน ผมจะรับมันไว้เอง” นั่นคือระดับความเชื่อมั่นที่นักสะสมมีต่อ Minerva”


Q: จากสิ่งที่เราได้เห็น ดูเหมือนว่า Minerva จะยิ่งให้ความสำคัญกับงานฝีมือมากขึ้น ทั้งในแง่ของการออกแบบและตัวกลไก
“ถูกต้องอย่างยิ่งเลยครับ และเมื่อพูดถึงก้าวต่อไปของ Minerva เรามีทิศทางที่ชัดเจนมาก แนวทางแรกคือการพัฒนาฟังก์ชันที่เกี่ยวข้องกับขอบตัวเรือน อีกแนวทาง หนึ่งคือกลไกแบบ Reverse Movement ทั้งสองสิ่งนี้ล้วนมีรากฐานมาจากประวัติศาสตร์ของ Minerva แต่ได้รับการตีความใหม่ให้มีความทันสมัย เปี่ยมไปด้วยนวัตกรรม และล้ำหน้าอย่างแท้จริง หลังจากนั้น เราจะก้าวเข้าสู่โลกของเรือนเวลาชั้นสูงระดับสูงสุด รวมถึงการสร้างสรรค์นาฬิกาแบบ Made-to-Order และ Customized ยกตัวอย่างเช่น ขณะนี้เรากำลังสร้างผลงานที่มีมูลค่าประมาณ 365,000 ดอลลาร์สหรัฐ จำนวน 9 เรือน และสิ่งที่น่าสนใจก็คือ เพียงแค่แสดงภาพสเก็ตช์ให้ลูกค้าเห็น นาฬิกาทั้ง 9 เรือนก็ถูกจองจนหมดทันที เรามีลูกค้าเพียง 3 ราย แต่ละคนสั่งคนละ 3 เรือน นั่นคือ Minerva ความชอบธรรมทางประวัติศาสตร์ของแบรนด์ และความคาดหวังที่ผู้คนมีต่อแบรนด์นั้นสูงมาก แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็เข้าใจและตระหนักถึงจุดแข็งที่แท้จริงของ Minerva เป็นอย่างดี”
Q: ในฐานะคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้มาอย่างยาวนาน คุณคงเข้าใจดีว่านักสะสมกำลังมองหาอะไร คุณคิดว่าสิ่งเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตหรือไม่ หรือพวกเขายังคงมองหาสิ่งเดิมอยู่
สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนก็คือ ทุกวันนี้ผู้คนต่างแสวงหา ‘ความจริงแท้’ มากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ผู้คนต้องการสิ่งที่มีความจริงใจ มีรากฐาน มีเรื่องราว และมีคุณค่าที่แท้จริงมากขึ้นกว่าในอดีตครับ
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:
Montblanc Iced Sea Automatic Date 0 Oxygen Limited Edition 300การผจญภัยครั้งใหม่เหนือธารน้ำแข็งสีแดง
Minerva 3 รุ่นใหม่ สุดยอดกลไกแฮนด์เมดที่มาพร้อมความประณีตในทุกรายละเอียด
Montblanc Star Legacy Suspended Exo Tourbillon Château de Versailles สุดยอดนาฬิกาลิมิเต็ด 8 เรือน

