การฉลองครบรอบ 145 ปี การเปิดบูติกสแตนด์อโลนแห่งแรกในประเทศไทย และการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง

ไม่น่าเชื่อว่า แบรนด์นาฬิกาที่ยังคงเดินควบคู่กับปัจจุบันได้อย่างสง่าผ่าเผยอย่าง Seiko ทำหน้าที่บอกเวลาอย่างเที่ยงตรงมากว่า 145 ปีแล้ว หรือจะนับว่ากว่าศตวรรษครึ่งก็คงไม่ผิดนัก และจากที่เห็นมาตั้งแต่ต้นปีว่า Seiko เริ่มเฉลิมฉลองวาระสำคัญนี้อย่างต่อเนื่องด้วยการเผยโฉมนาฬิการุ่นครบรอบ 145 ปี มาครบถ้วนทุกไลน์ ล่าสุดยังปักหมุดเปิด Seiko Boutique Gaysorn ซึ่งถือเป็นสแตนด์อโลนบูติกแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ยิ่งเป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์นาฬิกาที่สามารถครองใจคนรักนาฬิกาชาวไทยมาได้อย่างยาวนาน และพร้อมนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายให้กับแฟนๆ ของแบรนด์เสมอ
ก่อนหน้าที่ริบบิ้นสีน้ำเงินหน้าบูติกจะถูกคมกรรไกรตัดขาดเพื่อเป็นการเปิดฉากบูติกแห่งใหม่อย่างเป็นทางการ เรามีโอกาสได้สนทนากับ Akio Naito ประธานแห่ง Seiko Watch Corporation ผู้กำหนดทิศทางของแบรนด์นาฬิกาจากแดนอาทิตย์อุทัยแบรนด์นี้เป็นเวลา 15 นาที ประธาน Naito ตอบทุกคำถามอย่างอ่อนน้อม แต่ภายในแววตาสะท้อนความแน่วแน่ในทิศทางที่เขาจะพา Seiko และแบรนด์ย่อยอีกห้าแบรนด์เดินหน้าไปพร้อมกันอย่างมั่นคง
บทบาทของ Seiko ในอุตสาหกรรมนาฬิกา
Q: ปีนี้ Seiko ก้าวเข้าสู่ปีที่ 145 และมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมนาฬิกาโลก ในมุมมองของคุณ ช่วงเวลาใดของ Seiko ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดต่อวงการนาฬิกา โดยเฉพาะในโลกตะวันออก
“ผมขอเลือกสองช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดดังต่อไปนี้ครับ ช่วงแรกคือช่วงปี 1960s ซึ่งถือเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Seiko ในเชิงธุรกิจ ตลอดทศวรรษนั้น บริษัทได้สร้างนวัตกรรมที่เป็นทั้งครั้งแรกของญี่ปุ่นและครั้งแรกของโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น นาฬิกาข้อมือโครโนกราฟเรือนแรกของญี่ปุ่นในปี 1964 นาฬิกาดำน้ำเรือนแรกของญี่ปุ่นในปี 1965 และในปี 1969 Seiko ได้เปิดตัว Speedtimer ซึ่งเป็นโครโนกราฟระบบอัตโนมัติเรือนแรกของโลกที่ใช้คลัตช์แนวตั้งรวมถึง Quartz Astron นาฬิกาควอตซ์เรือนแรกของโลก ช่วงเวลานี้จึงไม่ได้มีความสำคัญเพียงในแง่ของนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงที่ Seiko ก้าวขึ้นสู่เวทีระดับโลกอย่างแท้จริง
การได้รับหน้าที่เป็น ผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน โตเกียว 1964 ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้บริษัทได้แสดงศักยภาพด้านเทคโนโลยีต่อสายตาของผู้คนทั่วโลก ส่งผลให้ชื่อเสียงของ Seiko เป็นที่รู้จักในระดับสากลมากขึ้น และช่วยผลักดันการเติบโตของธุรกิจในตลาดต่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญจากพัฒนาการเหล่านี้ Seiko ค่อย ๆ สร้างสถานะของตนเองในฐานะผู้ผลิตนาฬิการะดับนานาชาติ พร้อมทั้งมีส่วนช่วยยกระดับอุตสาหกรรมนาฬิกาของญี่ปุ่นและเอเชีย แม้ว่านั่นจะไม่ใช่เป้าหมายหลักตั้งแต่ต้นก็ตาม
ผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ได้พิสูจน์ให้โลกเห็นว่า บริษัทจากโลกตะวันออกก็สามารถมีส่วนร่วมในการกำหนดมาตรฐานระดับโลกด้านความเที่ยงตรงและนวัตกรรมได้ ดังนั้น ช่วงเวลานี้จึงไม่ได้มีความหมายเฉพาะต่อ Seiko เท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมนาฬิกาโดยรวมอีกด้วย ปัจจุบัน Seiko ยังคงสืบทอดมรดกดังกล่าว ผ่านความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีและงานฝีมืออย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ
อีกช่วงเวลาหนึ่งที่ผมอยากกล่าวถึงคือ ช่วงสิบปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่ Grand Seiko ก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์นาฬิกาลักชัวรีที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยยอดขายนอกประเทศญี่ปุ่นเติบโตขึ้นถึง 15 เท่า ถึงแม้ Grand Seiko และ Seiko จะมีอัตลักษณ์ที่แตกต่างกัน แต่การที่ Grand Seiko ได้รับการยอมรับในระดับสากล ก็ช่วยส่งเสริมการรับรู้ต่อชื่อ Seiko ไปพร้อมกัน อีกทั้งโครงสร้างแบบหลายแบรนด์ยังคงเป็นหนึ่งในจุดแข็งสำคัญที่สุดของเรา เพราะช่วยให้เราสามารถเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้หลงใหลในนาฬิกาที่มีความหลากหลายได้อย่างครอบคลุม”
สายสัมพันธ์ระหว่างแฟนชาวไทย




Q: ประเทศไทยมีความสัมพันธ์อันยาวนานกับ Seiko และการเปิด Seiko Boutique แห่งใหม่ที่ Gaysorn Centre ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากแฟนๆ ชาวไทย ในมุมมองของคุณ บูติกแห่งนี้จะมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับผู้ที่ชื่นชอบ Seiko ได้อย่างไร
“ก่อนอื่น ผมขอขอบคุณแฟนๆ ชาวไทยทุกท่านอย่างจริงใจ สำหรับความไว้วางใจและการสนับสนุน Seiko มาโดยตลอดครับ เดิมที Seiko Boutique ตั้งอยู่ที่เซ็นทรัลแกรนด์ พระราม 9 ก่อนจะย้ายมายังที่ตั้งแห่งใหม่ ณ Gaysorn Centre ซึ่งปัจจุบันถือเป็น Seiko Boutique แบบสแตนด์อโลนแห่งเดียวและแห่งใหม่ล่าสุดในประเทศไทย การเปิดบูติกแห่งใหม่นี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า เราตั้งใจให้สถานที่แห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของผู้ที่รัก Seiko โดยรวบรวมผลิตภัณฑ์ที่ครบครันที่สุด พร้อมตัวเลือกนาฬิกาที่หลากหลายอย่างเหนือระดับ
แน่นอนว่า เรามุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์และความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ตามแนวทางระดับโลกของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอนาฬิกาหลากหลายคอลเลกชัน การจัดหานาฬิการุ่นหายากสำหรับนักสะสม รวมถึง รุ่นพิเศษที่จำหน่ายเฉพาะใน Seiko Boutique ซึ่งไม่สามารถหาซื้อได้จากร้านอื่น ที่สำคัญที่สุด เราต้องการให้บูติกแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของผู้ที่ชื่นชอบ Seiko ในภูมิภาค โดยมีแผนจัดกิจกรรมและอีเวนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นภายในคอมมูนิตี้ของคนรักนาฬิกา เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า แขกทุกท่านจะได้รับความประทับใจอย่างลึกซึ้งจากประสบการณ์ที่ได้รับเมื่อมาเยือนบูติกแห่งนี้”
นาฬิการุ่นพิเศษในดวงใจ
Q: เนื่องในโอกาสครบรอบ 145 ปี Seiko ได้เปิดตัวนาฬิการุ่นพิเศษหลายรุ่น มีเรือนไหนที่คุณรู้สึกผูกพันเป็นพิเศษหรือไม่
“เรามีคอลเลกชันที่โดดเด่นหลายรุ่น แต่หากให้เลือกเพียงหนึ่งเรือน ผมรู้สึกผูกพันเป็นพิเศษกับ King Seiko รุ่นฉลองครบรอบในซีรีส์ KS1969 (SJE121J) ตลอดประวัติศาสตร์ของ Seiko มีเหตุการณ์สำคัญมากมายที่หล่อหลอมให้แบรนด์เป็นอย่างทุกวันนี้ แต่สำหรับผม King Seiko คือสัญลักษณ์ที่สะท้อนจิตวิญญาณของ Seiko ได้อย่างชัดเจนที่สุด ควบคู่ไปกับ Grand Seiko มีบทบาทสำคัญในการยกระดับการผลิตนาฬิกาจักรกลคุณภาพสูงของญี่ปุ่น

เมื่อครั้งยังเป็นเด็ก คุณพ่อของผมสวมใส่นาฬิกา King Seiko อยู่เสมอ ซึ่งส่งอิทธิพลต่อมุมมองของผมที่มีต่อนาฬิกา ว่านอกจากจะเป็นเครื่องบอกเวลาแล้ว ยังเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจอีกด้วย ทุกครั้งที่คุณพ่อกลับจากที่ทำงาน หรืออยู่บ้านในช่วงวันหยุด ท่านจะวางนาฬิกา King Seiko ไว้บนโต๊ะทำงาน ทุกครั้งที่ผมเห็นนาฬิกาเรือนนั้นวางอยู่บนโต๊ะ ผมจะรู้สึกอุ่นใจและมั่นใจว่าคุณพ่อกลับถึงบ้านแล้ว แม้ในวัยเด็ก ผมก็รู้สึกว่านาฬิกาเรือนนั้นสมบูรณ์แบบในฐานะเครื่องมือบอกเวลา ความทรงจำเหล่านั้นจึงหล่อหลอมมุมมองของผมเกี่ยวกับคุณภาพของนาฬิกาข้อมือ และคุณค่าทางอารมณ์ที่สามารถส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น สำหรับผมนาฬิกาเป็นสิ่งที่อยู่เคียงข้างผู้คนตลอดช่วงชีวิต และสามารถเก็บรักษาความทรงจำส่วนตัวเพื่อส่งต่อไปยังคนรุ่นต่อไปได้ และความมุ่งมั่นที่จะสร้างนาฬิกาซึ่งผสานคุณภาพที่ยั่งยืนเข้ากับคุณค่าทางอารมณ์ คือหัวใจสำคัญที่ Seiko ยังคงยึดมั่นมาจนถึงปัจจุบัน”
การก้าวข้ามอุปสรรค
Q: ปี 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่ท้าทายสำหรับหลายธุรกิจ จากแรงกดดันทางเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัท Seiko ได้รับผลกระทบอย่างไร และแบรนด์มีแนวทางรับมือกับความท้าทายเหล่านี้อย่างไรบ้าง
“ในสภาพแวดล้อมของโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วย VUCA (Volatility, Uncertainty, Complexity และ Ambiguity หรือความผันผวน ความไม่แน่นอน ความซับซ้อน และความคลุมเครือ) เป็นเรื่องยากมากที่จะคาดการณ์อนาคตได้อย่างแม่นยำ ดังนั้น สิ่งสำคัญคือเราต้องพร้อมประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว และปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ขณะเดียวกันก็ต้องยึดมั่นในอัตลักษณ์และคุณค่าหลักของแบรนด์ จากสถานการณ์ล่าสุดในตะวันออกกลาง เราตระหนักดีว่าข้อจำกัดด้านอุปทานกำลังส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการจัดหาวัตถุดิบ
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ธุรกิจของเรายังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงาน แม้จะเป็นเช่นนั้น เราก็มองเห็นความเสี่ยงที่อาจเกิดภาวะวัตถุดิบบางประเภท โดยเฉพาะวัสดุสำคัญที่ใช้ในกระบวนการผลิต เช่น สารทำความสะอาดที่มีส่วนประกอบจากแนฟทา(Naphtha-derived cleaning agents) หากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือรุนแรงขึ้น ก็อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิตของเราได้ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงดังกล่าว เราได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาวัสดุทดแทน รวมถึงการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายซัพพลายเชนระดับโลก เพื่อกระจายแหล่งจัดหาวัตถุดิบให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น เราจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมดำเนินมาตรการที่เหมาะสมอย่างทันท่วงทีต่อไป
ลูกค้าของเราคาดหวังมาตรฐานที่สูงจาก Seiko และเราเชื่อว่าการตอบสนองต่อความคาดหวังเหล่านั้น จำเป็นต้องอาศัยการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ความมุ่งมั่นดังกล่าวสะท้อนผ่านการยกระดับศักยภาพด้านวิศวกรรม การพัฒนาโครงสร้างกลไก รวมถึงการยกระดับงานฝีมือในทุกมิติ ความก้าวหน้าเหล่านี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งจากนักสะสมนาฬิกาที่ติดตามแบรนด์มาอย่างยาวนาน และกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มรู้จัก Seiko

มองย้อนกลับไปในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา กลยุทธ์ของ Seiko คือการมุ่งเน้นพัฒนาคอลเลกชันระดับโลกที่สะท้อนจุดแข็งของแบรนด์ ซึ่งแนวทางดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างมาก และช่วยให้ Seiko สร้างภาพลักษณ์ในฐานะแบรนด์นาฬิการะดับพรีเมียมได้อย่างแข็งแกร่งในตลาดโลก จากนี้ไป เราจะยังคงให้ความสำคัญกับ 5 ไลน์คอลเลกชันหลักระดับโลกของ Seiko ได้แก่ King Seiko, Prospex, Presage, Astron และ 5 Sports ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตของแบรนด์ในอนาคต”
Akio Naito ประธานแห่ง Seiko Watch Corporation
ก้าวต่อไปของ Seiko
Q: Seiko เป็นแบรนด์นาฬิกาสัญชาติญี่ปุ่นที่ครองใจผู้คนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ในมุมมองของคุณ อยากเห็น Seiko พัฒนาไปในทิศทางใดในอนาคต
ในอดีต Seiko เป็นแบรนด์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมหลากหลายกลุ่ม ทั้งในด้านประเภทของนาฬิกาและกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม เราตระหนักดีว่าการมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากเกินไปโดยไม่มีอัตลักษณ์ที่ชัดเจน อาจทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์เกิดความสับสนและไม่โดดเด่น ด้วยเหตุนี้ ปัจจุบันเราจึงมุ่งเน้นไปที่ 5 ไลน์หลักระดับโลกของ Seiko ตามที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมทั้งสร้างอัตลักษณ์ที่ชัดเจนให้กับแต่ละคอลเลกชัน โดยยึดโยงกับทั้งมาตรฐานการผลิตนาฬิกาคุณภาพสูงในแบบร่วมสมัยของ Seiko และมรดกทางประวัติศาสตร์ของแบรนด์ เพื่อยกระดับให้ Seiko ก้าวขึ้นเป็นแบรนด์นาฬิกาพรีเมียมที่ผู้บริโภคเลือกเป็นอันดับต้นๆ


โดยเฉพาะ King Seiko ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องจากการเปิดตัวซีรีส์ ‘VANAC’ ที่นำดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของรุ่นคลาสสิกในยุค 1970 มาตีความใหม่ให้ร่วมสมัย เมื่อปีที่ผ่านมา เราได้เลือกประเทศไทยเป็นสถานที่จัดงานเปิดตัวระดับโลก ของคอลเลกชัน VANAC ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาจากทั่วโลก ประเทศไทยถือเป็นตลาดที่มีฐานแฟนพันธุ์แท้ของ Seiko ที่แข็งแกร่ง ดังจะเห็นได้จากความสำเร็จของงาน King Seiko เมื่อปีที่ผ่านมา
ในอนาคต เราตั้งใจจะสานต่อความสัมพันธ์กับลูกค้าชาวไทยผ่านกิจกรรมและอีเวนต์ต่าง ๆ เพื่อให้แบรนด์สามารถเชื่อมโยงกับผู้บริโภคในประเทศไทยได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น Seiko เป็นแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและเรื่องราวที่โดดเด่น ซึ่งผมเชื่อว่านี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้คนยังคงเลือก Seiko มาจนถึงทุกวันนี้ สิ่งนี้สะท้อนถึงความไว้วางใจที่แบรนด์ได้สั่งสมจากการสร้างสรรค์นาฬิกาด้วยงานฝีมือคุณภาพสูงมาอย่างยาวนาน ตลอดจนเรื่องราวของแบรนด์ที่สามารถสร้างความผูกพันกับผู้หลงใหลในนาฬิกาจากทั่วทุกมุมโลก
ในด้านเทคโนโลยี ทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) ของเราทุ่มเททำงานอย่างหนักในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ และผมตั้งตารอที่จะเปิดตัวหรือประกาศสิ่งใหม่ๆ ที่จะสร้างความตื่นเต้นให้กับทั้งผู้หลงใหลในเรือนเวลาและนักสะสมนาฬิกาในอนาคตอันใกล้นี้ครับ สำหรับตัวแบรนด์เอง แม้ปัจจุบันเราจะมีแบรนด์ระดับโลกอยู่ 5 แบรนด์ แต่เราก็ยังคงหวนกลับไปศึกษามรดกและประวัติศาสตร์ของเราอยู่เสมอ เพื่อค้นหาว่ามีสิ่งใดจากอดีตที่สามารถนำกลับมารื้อฟื้นคืนและตีความใหม่ได้บ้าง ให้สอดคล้องและตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันครับ”
Photographer: Piyawat Jarunppong
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:
เปิดตัว Seiko Boutique Gaysorn บูติกแห่งใหม่และแห่งเดียวในประเทศไทยของ Seiko
Seiko ฉลองครบรอบ 145 ปี ด้วยนาฬิการุ่นพิเศษที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ทั้ง 4 รูปแบบ
Seiko 5 Sports HUF Limited Edition นี่คือการพบกันของจิตวิญญาณวินเทจและสตรีทคัลเจอร์ยุคใหม่

