Minerva 3 รุ่นใหม่ สุดยอดกลไกแฮนด์เมดที่มาพร้อมความประณีตในทุกรายละเอียด

Date:

งานโอเพ่นเวิร์กอันน่าทึ่ง กลไกสิทธิบัตรใหม่ ไปจนถึงนวัตกรรมไร้เม็ดมะยม

สาวกนาฬิการู้กันดีอยู่แล้วว่า แบรนด์ที่ชื่อชั้นเรื่องการผลิตกลไกไม่เป็นรองใครอย่าง Minerva มีจุดแข็งเรื่องกลไกซับซ้อนที่ผลิตด้วยมืออย่างประณีตในทุกรายละเอียด กลไกที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิคสูงทุกเรือนของ Minerva ล้วนเป็นผลงานการประกอบสร้างของช่างนาฬิกาเพียงคนเดียวในทุกขั้นตอน ดังนั้น เมื่อ Minerva ออกนาฬิการุ่นใหม่ๆ สิ่งแรกที่เราคาดหวังว่าจะได้เห็นย่อมเป็นกลไกระดับเทพที่ไม่เพียงแต่มีประสิทธิภาพสูง แต่งานขัดแต่งและตกแต่งผิวทุกชิ้นส่วนต้องสวยเนี้ยบไปจนถึงขั้นวิจิตร และ Minerva ก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง แถมยังมีนวัตกรรมใหม่ๆ มาให้ว้าวกันอีกด้วย

Minerva The Unveiled Crownless

เปิดมารุ่นแรกก็ว้าวเลย กับนวัตกรรมไร้เม็ดมะยมที่ถูกพัฒนามาใช้กับรุ่น Unveiled Crownless ซึ่ง Minerva ยกให้เป็นการเปิดตัวนาฬิกาที่ไม่พึ่งพาเม็ดมะยมในการปรับตั้งค่าเวลาและไขลานเป็นรุ่นแรก หลังจากที่เคยได้เปิดตัว Minerva Unveiled Timekeeper นาฬิกาโครโนกราฟที่ปรับตั้งเวลาผ่านขอบตัวเรือนมาแล้วในปี 2023 ซึ่งถ้าหากย้อนกลับไปในช่วงปี 1927 สมัยที่ Minerva กำลังพัฒนานาฬิกาเพื่อใช้ทางการทหาร นาฬิกาที่ปรับตั้งเวลาผ่านขอบตัวเรือนโดย Minerva ได้ถือกำเนิดมาตั้งแต่สมัยนั้นแล้ว ซึ่งการตัดเม็ดมะยมออกไปทำให้ต้องใช้ขอบตัวเรือนแบบ fluted ที่เซาะร่องลึกชัดจึงถูกนำมาใช้เพื่อให้ง่ายในการหมุนปรับตั้งค่าขณะสวมถุงมือ ซึ่งสำหรับ Unveiled Crownless หน้าที่ของขอบตัวเรือนก้าวไปอีกขั้นด้วยการทำหน้าที่หมุนเพื่อขึ้นลานได้ด้วยนั่นเอง

 

นวัตกรรมใหม่นี้ถูกขับเคลื่อนด้วยคาลิเบอร์ M15.08 กลไกไขลานด้วยมือที่แสดงเวลาและวินาทีขนาดเล็ก สำรองพลังงานได้ถึง 80 ชั่วโมง อันเนื่องมาจากการใช้เมนสปริงขนาดใหญ่ กลไกประกอบด้วยชิ้นส่วนทั้งหมด 139 ชิ้น แต่ชิ้นที่ฉายแววโดดเด่นกว่าใครย่อมเป็นสะพานจักรทำจากเยอรมันซิลเวอร์ชุบโรเดียม ลบเหลี่ยมมุมจนขึ้นเงาแวววาว พร้อมตกแต่งลาย Geneva stripes อย่างประณีต ด้านความเที่ยงตรงนั้นก็หายห่วงด้วยการควบคุมของบาลานซ์แบบ free-sprung ที่ปรับตั้งได้อย่างละเอียด พร้อม regulator ทรงลูกศรซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของ Minerva 

ถึงแม้กลไกนี้จะไม่ได้ถูกอวดโฉมผ่านหน้าปัดโอเพ่นเวิร์ก แต่ตัวเรือนที่ห่อหุ้มกลไกนวัตกรรมใหม่ของ Minerva ก็เต็มไปด้วยรายละเอียดที่ประณีตบรรจงในทุกมุม ตัวเรือนสเตนเลสสตีลและพิงก์โกลด์ 18 กะรัต ขนาด 41.5 มม. ดูสมมาตรแบบถูกระเบียบทุกประการ ประกอบกับการไม่มีเม็ดมะยมทำให้ขอบตัวเรือนพิงก์โกลด์แบบ fluted สามารถอวดความงามได้อย่างเต็มที่ สัดส่วนที่กำลังดีและขาตัวเรือนที่ออกแบบมาให้โค้งรับกับข้อมือได้พอดิบพอดี ทำให้นาฬิกาไร้เม็ดมะยมรุ่นนี้เป็น dress watch ที่ถูกต้อง 

รายละเอียดบนหน้าปัดก็ไม่ธรรมดาเลยแม้แต่น้อย ดีไซน์โดยรวมอาจจะอ้างอิงมาจากนาฬิกายุค 50s ของ Minerva เอง พื้นผิวแต่ละส่วนถูกตกแต่งอย่างประณีต เล่นกับมิติหลากหลายทำให้นาฬิกาที่ดูสุภาพตามขนบดูมีรายละเอียดที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็น ลวดลาย guilloché บนวงแหวนชั่วโมงบนพื้นผิวโอปาลีนสีเหลือบ ตัวหลักชั่วโมงแบบ faceted สีพิงก์โกลด์ ทำให้ดูมีมิติรับกับลวดลาย guilloché บนวงแหวนและขอบตัวเรือนแบบ flutted ที่เป็นเอกลักษณ์ และรับบทบาทสำคัญทั้งไขลานและปรับตั้งค่าเวลา 

นาฬิกาไร้เม็ดมะยมรุ่นนี้จึงเป็นจุดบรรจบที่ลงตัวระหว่างความชำนาญด้านกลไกและการพัฒนานวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้งของ Minerva 

ข้อมูลทางเทคนิค

  • รหัส: 137544
  • กลไก: Minerva Manufacture Calibre M15.08 ไขลานด้วยมือแบบ Crownless พร้อมวินาทีขนาดเล็ก สำรองพลังงานได้ 80 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชัน: แสดงค่าชั่วโมง นาที และวินาที
  • ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล ตกแต่งผิวแบบขัดซาตินและขัดเงา ขอบตัวเรือนพิงก์โกลด์ 18 กะรัต แบบ fluted หมุนได้สองทิศทาง
  • หน้าปัด: สีทองลาย guilloché พร้อมหลักชั่วโมงเคลือบทอง
  • สาย: หนังจระเข้สีเขียวเข้ม ผิวกึ่งแมตต์ พร้อมบานพับสเตนเลสสตีลแบบ triple-folding และระบบปรับขนาดอย่างละเอียด

Minerva The Unveiled Chronograph Limited Edition 30

มาถึงรุ่นลิมิเต็ดที่ยกระดับกลไกโครโนกราฟของ Minerva มาอวดโฉมให้ชื่นชมความงามที่มาพร้อมประสิทธิภาพระดับสูงได้อย่างเต็มตา ด้วยเทคนิคการเผยกลไกกลับด้านให้เราได้ชื่นชมกับความซับซ้อนของชิ้นส่วนกลไกกว่า 291 ชิ้นส่วนที่ผ่านการตกแต่งผิวอย่างพิถีพิถันอย่างไม่มีอะไรปิดบัง โดยกลไกที่ถูกนำมาเป็นตัวเอกก็คือ กลไกสิทธิบัตรคาลิเบอร์ M17.26 ที่มีชิ้นส่วนเกือบ 300 ชิ้นตามที่กล่าวไป นี่จึงเป็นสาเหตุให้ต้องเพิ่มจำนวนทับทิมเป็น 26 เม็ด เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบลื่นที่สุด 

มาพร้อมฟังก์ชันโมโนพุชเชอร์ที่ควบคุมการทำงานของฟังก์ชันโครโนกราฟผ่านการกดเพียงปุ่มเดียว ความเที่ยงตรงถูกควบคุมด้วยบาลานซ์วีลแบบ free-sprung ที่ติดตั้งชุดนํ้าหนักปรับละเอียดอย่างประณีต ทำงานควบคู่กับสปริงบาลานซ์ที่ผลิตขึ้นภายในโรงงานของแบรนด์ มอบพลังงานสำรอง 50 ชั่วโมงเมื่อไขลานเต็ม

ตัวเรือนที่โอบอุ้มสุดยอดกลไกแสดงออกถึงความหรูหราและประณีตขั้นสุด ด้วยตัวเรือนเยลโลว์โกลด์ 18 กะรัต สีทองสุกปลั่ง พร้อมขอบตัวเรือนแบบ fluted ทั้งยังมาในขนาด 43 มม. ที่จัดว่าค่อนข้างใหญ่ แต่ในเมื่อมาในฐานะนาฬิกาโครโนกราฟที่บรรจุกลไกอันงดงามทุกชิ้นส่วนไว้มากถึงเพียงนี้ การมาในตัวเรือนขนาดนี้ก็จัดว่าพอเหมาะ รายละเอียดต่างๆ บนตัวเรือนถูกออกแบบอย่างคำนึงถึงการเผยความงามของกลไก โดยเฉพาะช่องเปิดทั้งห้าบริเวณตัวเรือนชั้นกลาง ซึ่งช่วยทำให้เราสามารถชื่นชมกลไกโครโนกราฟที่ติดตั้งบนโครงสร้างเสาได้จากด้านข้างได้ เรียกได้ว่า เป็นนาฬิกาโครโนกราฟเรือนหรูที่เกิดมาเพื่อคนที่อินกับกลไกอย่างสุดตัว 

ข้อมูลทางเทคนิค

  • รหัส: 136352
  • กลไก: Minerva Manufacture Calibre M17.26 กลไกไขลานผลิตภายในโรงงานของแบรนด์ โครโนกราฟแบบโมโนพุชเชอร์พร้อมกลไกแบบกลับด้าน
  • ฟังก์ชัน: แสดงค่าชั่วโมงและนาทีจากแกนกลาง, วินาทีเล็กที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา, เข็มโครโนกราฟวินาทีจากแกนกลางหน้าปัด, ตัวนับเวลา 30 นาทีที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา
  • ตัวเรือน: ทองคำเยลโลว์โกลด์ 18 กะรัต ขัดด้านและขัดเงา พร้อมช่องแซฟไฟร์บริเวณตัวเรือนชั้นกลาง ขอบตัวเรือนแบบ fluted
  • หน้าปัด:  หน้าปัดแซฟไฟร์แบบสเกเลตัน พร้อมหลักชั่วโมงเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova® สีขาว และโลโก้ Minerva แบบดั้งเดิม
  • สาย: หนังจระเข้สีนํ้าตาลแบบ sfumato ผิวกึ่งแมตต์ พร้อมตัวล็อกแบบ triple-folding clasp ทำจากเยลโลว์โกลด์ 18 กะรัต และระบบปรับขนาดอย่างละเอียด
  • จำนวน: จำกัด 30 เรือน 

Minerva The Unveiled Secret Limited Editions

อีกหนึ่งรุ่นพิเศษที่ผสานความหรูหราเข้ากับความเหนือชั้นของกลไกโครโนกราฟได้ถึงขีดสุด และถ่ายทอดในโทนสีแดงไวน์อันลุ่มลึกได้อย่างสง่างาม คือ Unveiled Secret รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันที่มาในขนาด 39 มม. ซึ่งจัดว่าเล็กกว่าเดิม แต่ความสลับซับซ้อนที่เรามองเห็นผ่านกลไกแบบกลับด้านที่โชว์ให้เห็นบนหน้าปัดแบบโอเพ่นเวิร์กนั้นไม่ลดทอนลงเลยแม้แต่น้อย แต่กลับเป็นการออกแบบโครงสร้างใหม่ให้ลงตัวยิ่งขึ้น ซึ่งการปรับโครงสร้างนี้ทำให้เกิดกลไกจดสิทธิบัตรใหม่ขึ้นอีกด้วย นั่นแสดงถึงความมุ่งมั่นพัฒนากลไกของ Minerva ที่ไม่ได้คำนึงถึงแค่ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น แต่ยังพัฒนาให้อยู่ร่วมกับดีไซน์ได้อย่างสมานฉันท์ 

ตัวเรือนที่โอบอุ้มกลไกโครโนกราฟแบบโมโนพุชเชอร์มีสองเวอร์ชัน แบบแรกทำจากพิงก์โกลด์ 18 กะรัต ผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 18 เรือนเท่านั้น ส่วนเวอร์ชัน two-tone ซึ่งผลิตในจำนวนจำกัด 58 เรือนนั้น มาในตัวเรือนสเตนเลสสตีล พร้อมขอบตัวเรือนพิงก์โกลด์ 18 กะรัต ทั้งสองเวอร์ชันมาพร้อมขอบตัวเรือนแบบ fluted เซาะร่องชัดเจน ล้อมขอบหน้าปัดฝังเพชรบริลเลียนคัตน้ำวาวระยับจำนวน 84 เม็ด 

หน้าปัดแบบโอเพนเวิร์กที่เผยให้เห็นกลไกโครโนกราฟแบบกลับด้าน จำต้องออกแบบมาให้เหลือเฉพาะโครงที่จำเป็น เพื่อให้เหลือช่องว่างเผยให้เห็นชิ้นส่วนกลไกได้อย่างถนัดตา ทำให้โครงหน้าปัดเหลือเฉพาะวงแหวนด้านนอกเป็นที่ยึดเหนี่ยวของหลักชั่วโมงเคลือบพิงก์โกลด์เคลือบสารเรืองแสงด้านใน ที่แทบจะเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างโอเพ่นเวิร์กอย่างแนบเนียน และวงแหวนสามวงบริเวณใจกลางหน้าปัดวางตามแกนแนวนอน เป็นที่ตั้งของหน้าปัดย่อยวินาทีขนาดเล็ก วงแหวนกลางเป็นที่ตั้งของเข็มชั่วโมงและเข็มนาที  เคลือบสารเรืองแสง SuperLumiNova® สีขาว และเข็มโครโนกราฟวินาที ถูกติดตั้งบนแกนหลักเดียวกัน โครงเหล่านี้ถูกเคลือบด้วยสีไวน์รับกับตัวสายหนังจระเข้สีเดียวกัน เฉดสีที่ไม่ค่อยเห็นได้บ่อยนักบนนาฬิกาเมื่อถูกจับคู่กับวัสดุพิงก์โกลด์ และประกายเพชรน้ำงาม กลายเป็นความหรูหราที่ส่งเสริมให้กลไกที่งดงามในทุกชิ้นส่วนยิ่งดูเลอค่า

ข้อมูลทางเทคนิค

  • รหัส: 136384, 136354
  • กลไก: Minerva Manufacture Calibre M13.26 กลไกแบบกลับด้านไขลานด้วยมือ โมโนพุชเชอร์โครโนกราฟ ผลิตและตกแต่งด้วยมือจากโรงงาน
  • ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมงและนาทีจากกึ่งกลาง หน้าปัดวินาทีขนาดเล็กที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา เข็มจับเวลาวินาทีโครโนกราฟจากกึ่งกลางหน้าปัด และตัวนับเวลา 30 นาทีที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา
  • ตัวเรือน: พิงก์โกลด์ 18 กะรัต หรือสเตนเลสสตีล พร้อมขอบตัวเรือนพิงก์โกลด์ 18 กะรัต แบบ fluted ล้อมเพชรบริลเลียนคัตจำนวน 84 เม็ด
  • หน้าปัด: สเกเลตันสีแดงไวน์ พร้อมหลักชั่วโมงเคลือบทองชมพูและสารเรืองแสง Super-LumiNova® สีขาว
  • สาย: หนังจระเข้สีแดงไวน์ผิวกึ่งแมตต์ พร้อมบานพับแบบ triple-folding พิงก์โกลด์หรือสเตนเลสสตีล และระบบปรับขนาดอย่างละเอียด
  • จำนวน: จำกัด 18 เรือน และ 58 เรือน 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

Bremont x Astrolab Supernova Chronograph เรือนเวลาที่ต้องผ่านบททดสอบระดับโหด เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่กลายเป็นขยะอวกาศ

กลไกทรงพลังที่ส่งมอบพลังงานสู่ความเที่ยงตรงสูงสุด

The Unique Creations ผลงานสร้างสรรค์อันเป็นเอกลักษณ์ของ L.Leroy

Share post:

More like this

Bremont x Astrolab Supernova Chronograph เรือนเวลาที่ต้องผ่านบททดสอบระดับโหด เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่กลายเป็นขยะอวกาศ

Bremont สลัดคราบนาฬิกาวินเทจทิ้งไปจนหมดสิ้น พร้อมพุ่งตัวสู่อวกาศด้วย Supernova Chronograph ที่ผ่านบททดสอบระดับมหาโหดเพื่อร่วมภารกิจบนดวงจันทร์กับ Astrolab นี่ไม่ใช่แค่รุ่นลิมิเต็ดเกาะกระแส แต่คืองานวิศวกรรมที่พร้อมเผชิญแรงสั่นสะเทือนและฝุ่นดวงจันทร์บนตัวเรือนเหล็ก 904L ที่คมคายที่สุดในพ.ศ. นี้

Louis Moinet ส่ง 4 รุ่นใหม่ เป็นตัวแทนต่อยอดมรดกของแบรนด์ในบริบทร่วมสมัย ภายในงาน Watches and Wonders 2026 

1816 สองรุ่นเพื่อสดุดีนาฬิกาโครโนกราฟเรือนแรก Time to Race รุ่นใหม่ และ Skydance นาฬิกาสุภาพสตรีที่หลายคนรอคอย  ปี...

Arnold & Son เผยโฉมทูร์บิญองรุ่นบางเฉียบ Ultrathin Tourbillon Onyx Edition อีกหนึ่งรุ่นในงาน Watches and Wonders 2026  

ทรงพลังด้วยหน้าปัดหินออนิกซ์เนื้อแมตต์ มาในสองวัสดุเรดโกลด์ 5N และแพลตินัม หลังจากเผยโฉม HM Pietersite นาฬิกาหน้าปัดหินแร่หายากมาเป็นทีเซอร์ก่อนเริ่มต้นเข้าสู่งาน Watches...

Angelus ส่ง Tinkler 1958 การตีความใหม่ของนาฬิกาควอเตอร์-รีพีทเตอร์อันเป็นมรดกของแบรนด์ร่วมแสดงในงาน Watches and Wonders 2026

ตอกย้ำความชำนาญในการผลิตกลไกขานบอกเวลาด้วยเสียงที่อยู่คู่กับ Angelus มาตั้งแต่ปี 1891  จุดกำเนิดแห่งเสียงบอกเวลา บางคนอาจจะไม่รู้ว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ Angelus ที่เราคุ้นเคยกับนาฬิกา Dress Watch...