Bremont x Astrolab Supernova Chronograph เรือนเวลาที่ต้องผ่านบททดสอบระดับโหด เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่กลายเป็นขยะอวกาศ

Date:

เรือนเวลาที่ร่วมภารกิจกับ Astrolab บนดวงจันทร์ ก้าวข้ามประวัติศาสตร์สงครามสู่ภารกิจสำรวจอวกาศยุคใหม่

Bremont x Astrolab Supernova Chronograph
Bremont x Astrolab Supernova Chronograph

ใครจะเชื่อว่านาฬิกาสัญชาติอังกฤษที่ชอบเล่าเรื่องประวัติศาสตร์สงคราม จะกล้าหักพวงมาลัยพุ่งตัวออกนอกโลกไปไกลถึงดวงจันทร์ Bremont กำลังจะสร้างจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ด้วย Supernova Chronograph ที่ไม่ได้ถูกส่งไปเดินเล่นบนข้อมือนักท่องเที่ยวอวกาศ แต่ถูกส่งไปทำงานจริงในฐานะอุปกรณ์ชิ้นสำคัญบนรถสำรวจของ Astrolab ซึ่งหมายความว่ามันต้องทนทายาดกว่านาฬิกาทั่วไปหลายเท่าตัว

Bremont x Astrolab Supernova Chronograph

การไปดวงจันทร์ครั้งนี้ไม่ใช่การเกาะกระแสทำรุ่นลิมิเต็ดมาวางขายเก๋ๆ เพราะตัวเรือนต้องผ่านบททดสอบสุดโหดระดับที่เรียกว่า Protoflight Qualification เพื่อยืนยันว่ามันจะไม่อับปางลงท่ามกลางแรงสั่นสะเทือนมหาศาลขณะทะยานออกจากชั้นบรรยากาศ หรือหยุดทำงานดื้อๆ เมื่อเจอความต่างของอุณหภูมิและฝุ่นดวงจันทร์ที่คมกริบ ดีไซน์ของมันจึงสะท้อนความดุดันผ่านตัวเรือนเหล็ก 904L ขนาด 41 มม. พร้อมขอบเซรามิกสิบเหลี่ยมที่ดูคมคาย สลัดคราบนาฬิกาวินเทจทิ้งไปจนหมดสิ้น

Bremont x Astrolab Supernova Chronograph
Bremont x Astrolab Supernova Chronograph

หน้าปัดของ Supernova เรือนนี้ดูมีมิติแปลกตาด้วยลวดลายเรขาคณิตสามมิติที่ถอดแบบมาจากแผงโซลาร์เซลล์ของยานอวกาศ เป็นงานดีไซน์ที่เน้นการใช้งานจริงภายใต้ความซับซ้อนที่ดูร่วมสมัย ส่วนกลไกอัตโนมัติ Calibre BC77 ที่อยู่ข้างในก็ถูกปรับจูนมาให้พร้อมรับศึกหนักโดยเฉพาะ นี่คือการก้าวข้ามขีดจำกัดจากแบรนด์ที่เคยอยู่แค่ในห้องนักบินมาสู่การเป็นฟันเฟืองหนึ่งของภารกิจสำรวจอวกาศยุคใหม่

Bremont x Astrolab Supernova Chronograph

สุดท้ายแล้วสิ่งที่น่าจับตาไม่ใช่แค่ชื่อชั้นของแบรนด์อังกฤษเรือนแรกบนดวงจันทร์ แต่คือความกล้าที่จะนิยามตัวเองใหม่ผ่านงานวิศวกรรมที่จับต้องได้จริง มันคือนาฬิกาที่เป็นเครื่องมือบอกเวลาอย่างซื่อตรงในที่ที่เงียบเหงาที่สุดในจักรวาล และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ Supernova Chronograph กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่คนรักนาฬิกามองข้ามไม่ได้เลยในพ.ศ. นี้

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล 904L และขอบเซรามิกสีดำ (41 มม. x 14.4 มม.) กันน้ำ 100 เมตร
  • หน้าปัด: สีดำ ตกแต่งลวดลายเรขาคณิตสามมิติ พร้อมพรายน้ำ Super-LumiNova® สีขาว
  • ฟังก์ชั่น: ชั่วโมง, นาที, วินาที, วันที่ และระบบจับเวลา (Chronograph)
  • กลไก: Calibre B77AC อัตโนมัติ สำรองพลังงาน 62 ชั่วโมง
  • สาย: สายเหล็กแบบ Integrated หรือสายยาง

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Louis Moinet ส่ง 4 รุ่นใหม่ เป็นตัวแทนต่อยอดมรดกของแบรนด์ในบริบทร่วมสมัย ภายในงาน Watches and Wonders 2026 
Arnold & Son เผยโฉมทูร์บิญองรุ่นบางเฉียบ Ultrathin Tourbillon Onyx Edition อีกหนึ่งรุ่นในงาน Watches and Wonders 2026  
Angelus ส่ง Tinkler 1958 การตีความใหม่ของนาฬิกาควอเตอร์-รีพีทเตอร์อันเป็นมรดกของแบรนด์ร่วมแสดงในงาน Watches and Wonders 2026

Share post:

More like this

เมื่อ Rolex นำกลไก Complete Calendar มาเป็นตัวเอกในนาฬิกาลุคคลาสสิกรุ่น Perpetual Padellone

นาฬิการุ่นที่สองในคอลเลกชัน Perpetual ที่ต่อยอดจากรุ่น 1908 ได้อย่างเหนือชั้น ต้องยอมรับว่า เสน่ห์ของสไตล์วินเทจที่ปรากฎอยู่บน Rolex 1908...

Chopard เปิดตัว Happy Diamonds Heritage ฉลอง 50 ปีเรือนเวลาไอคอนิก

Chopard Happy Diamonds Heritage การกลับมาของเรือนเวลาไอคอนิกปี 1976 ในตัวเรือนทองคำ 18K หน้าปัดนิลดำ และกลไกอินเฮาส์สุดบางเฉียบ

Panerai ฉลองครบรอบ 100 ปีร้านแรกในฟลอเรนซ์ด้วย Luminor Firenze 8 Giorni รุ่นใหม่

พาไปทำความรู้จัก Panerai Luminor Firenze 8 Giorni สองรุ่นพิเศษฉลอง 100 ปีร้านดั้งเดิมบนจัตุรัส Piazza San Giovanni ในตัวเรือน Platinumtech และสเตนเลสสตีล

พาชม Chronoswiss Neo Digiteur Pastel Code นาฬิกาไร้เข็มทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มาในโทนสีพาสเทลแสนหวาน

Chronoswiss Neo Digiteur Pastel Code เรือนเวลารูปทรงสี่เหลี่ยมไร้เข็มในโทนสีพาสเทล 3 เฉดสีใหม่ ผลิตจำกัดสีละ 99 เรือน ผสานงานพ่นทรายแบบ Matte เข้ากับกลไก Jumping Hour สไตล์ดิจิทัลจักรกลได้อย่างลงตัว