1816 สองรุ่นเพื่อสดุดีนาฬิกาโครโนกราฟเรือนแรก Time to Race รุ่นใหม่ และ Skydance นาฬิกาสุภาพสตรีที่หลายคนรอคอย

ปี 2026 นับเป็นปีสำคัญของ Louis Moinet เพราะตรงกับปีที่ทางแบรนด์อันเก่าแก่ให้กำเนิดนาฬิกาโครโนกราฟเรือนแรกของโลก ทั้งยังครบรอบ 220 ปีที่ทางแบรนด์ได้สร้างนาฬิกาตั้งโต๊ะถวายแด่องค์จักพรรดิ Napoléon Bonaparte หลังจากการเดินทางบนโลกแห่งเรือนเวลาอันยาวนานกว่าสองศตวรรษและเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ควรค่าแก่การจารึกมากมาย จวบจนถึงวันนี้ Louis Moinet ก็ยังไม่เคยละทิ้งมรดกที่แบรนด์สร้างไว้ แต่ยังนำมาพัฒนาต่อยอดให้สิ่งที่วางรากฐานอันแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ยังคงดำเนินต่อไปได้อย่างสง่างาม สิ่งที่เราได้เห็นจากรุ่น novelties ที่เปิดตัวในงาน Watches and Wonders 2026 นี้คือบทพิสูจน์ว่า การเดินตามขนบอย่างแน่วแน่ควบคู่ไปกับการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ให้อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน คือ แนวทางที่แบรนด์เก่าแก่ในตำนานทำได้อย่างงดงาม
1816 CHRONOGRAPH

ถ้าหากต้องเลือกเฉลิมฉลองอายุครบ 210 ปีให้กับนาฬิกาโครโนกราฟรุ่นแรกของโลก คงไม่มีอะไรเหมาะไปกว่าไปเลือกหน้าปัดสีแชมเปญหรูหราบนนาฬิกาโครโนกราฟรุ่นใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากรุ่นดั้งเดิม และทาง Louis Monet ก็ทำเช่นนั้นจริงๆ เสียด้วย ทีนี้ความน่าสนใจอยู่ที่นาฬิกาโครโนกราฟดีเอ็นเอดั้งเดิมในร่างใหม่นี้จะมีอะไรให้ว้าวได้บ้าง สิ่งแรกที่มองเผินๆ แล้วสะดุดตาทันทีแน่นอนว่าต้องเป็นเฉดสีแชมเปญที่สอดแทรกเข้ามาเพื่อเติมไวบ์แห่งการเฉลิมฉลอง เราจะได้เห็นเฉดสีทองหรู (แต่ไม่โอเวอร์เกินเหตุ) บริเวณหน้าปัดโครงสร้างซับซ้อนที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วน 23 ชิ้น รวมถึงหมุดนิกเกิลเคลือบดำสิบตำแหน่งที่ตัดกับหน้าปัดสีแชมเปญที่ตกแต่งด้วยเทคนิค bead-blasted ตรงตามต้นฉบับ รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เติมความเฉพาะตัวยังแสดงออกผ่านสกรูสีน้ำเงินรับกับเข็มโครโนกราฟจำนวน 4 ตัว ที่ทำหน้าที่ยึดขอบหน้าปัดเข้ากับตัวเรือนไทเทเนียมเกรด 5 ทรง double-gadroon ขนาด 40.6 มม. แต่งผิวขัดเงาผสมผสานกับขัดซาติน และยังคงดีไซน์แบบ semi-bassine แบบ Directoire ขนานแท้ที่ดูเรียบหรูคลาสสิก

การแสดงค่าบนหน้าปัดถูกจัดระเบียบให้อ่านค่าได้ง่ายดาย ด้วยวงแหวน rhodium-plated บนหน้าปัดย่อย และเฉดสีดังกล่าวยังสอดแทรกอยู่บนข้อต่อกลางของสายนาฬิกาไทเทเนียมเกรด 5 แต่ก็ไม่ได้แสดงตัวชัดเจนเพราะพรางตัวอยู่ระหว่างข้อต่อแต่ละข้อได้อย่างแนบเนียน ต้องพลิกดูด้านหลังของสายจึงจะได้ชื่นชมสีทองแชมเปญอย่างเต็มตา อีกหนึ่งรายละเอียดที่แสดงถึงความเคารพต่อต้นฉบับคือการเลือกใช้ตัวเลขโรมันบนหน้าปัดย่อยแสดงมาตรวัดชั่วโมงโครโนกราฟ ที่ชวนให้นึกถึงนาฬิกาโครโนกราฟรุ่นดั้งเดิม

สำหรับกลไกนั้นเลือกขับเคลื่อนด้วยกลไก LM1816 ที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่โดยยังคงรักษาดีเอ็นเอดั้งเดิมของกลไกโครโนกราฟที่ใช้ขับเคลื่อนนาฬิกาโครโนกราฟรุ่นแรก โดยการพัฒนากลไกคำนึงถึงโครงสร้างของหน้าปัดย่อยอันเป็นโฉมหน้าของนาฬิกาที่แสดงความเคารพต่อต้นฉบับในปี 1816 ทำงานด้วยระบบไขลานด้วยมือที่มอบพลังงานสำรอง 48 ชั่วโมง ขับเคลื่อนฟังก์ชันโครโนกราฟที่จับเวลาได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็น ระบบเข็มนาทีแบบขยับฉับพลัน คอลัมน์วีล ตัวปรับตั้งสมดุลรูปคอหงส์ เบื้องหลังการทำงานของกลไกชุดใหม่ประกอบไปด้วยชิ้นส่วน 330 ชิ้น ทับทิม 34 เม็ด ที่ทำงานร่วมกันด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง ซึ่งชิ้นส่วนเหล่านี้ถูกอวดความงามผ่านฝาหลังที่เผยให้เห็นสีสันที่ตัดกันของสีขาวในส่วนสตีล ประกายทองเหลืองบนสะพานจักร สีแดงก่ำของทับทิม และสีน้ำเงินของสกรู พร้อมการขัดแต่งผิวลบขอบมุมอย่างประณีต
นาฬิกาโครโนกราฟต้นแบบในปี 1816 จึงราวกับได้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งในร่างที่สมบูรณ์พร้อมทุกชิ้นส่วน

ข้อมูลทางเทคนิค
- กลไก: ไขลานด้วยมือ LM1816 สำรองพลังงานได้ 48 ชั่วโมง
- ฟังก์ชัน: แสดงค่าชั่วโมง นาที วินาทีบนหน้าปัดย่อย โครโนกราฟจับเวลา 30 นาที และ 12 ชั่วโมงบนหน้าปัดย่อย
- ตัวเรือน: ไทเทเนียมเกรด 5 ขัดเงาและขัดซาติน ขนาด 40.6 มม.
- หน้าปัด: สี rhodium-plated และแชมเปญผิวพ่นทราย
- สาย: ไทเทเนียมเกรด 5 ขัดเงาและขัดซาติน พร้อมเคลือบ DLC สีแชมเปญ
1816 TOURBILLON CHRONOGRAPH
อีกหนึ่งผลงานที่สร้างสรรค์มาเพื่อสดุดีนาฬิกาโครโนกราฟเรือนแรกโดย Louis Moinet คราวนี้นาฬิกาโครโนกราฟแบบควบคุมด้วยปุ่มกดเพียงปุ่มเดียว เสริมกลไกฟลายอิ้งทูร์บิญองเข้าไปด้วย เรียกได้ว่ายกระดับความท้าทายไปอีกขั้น และยังเป็นการยกย่องมิตรภาพอันงดงามของ Louis Moinet และ Abraham-Louis Breguet สองช่างนาฬิกาผู้ส่งมอบมรดกอันล้ำค่าให้กับวงการนาฬิกาจวบจนถึงปัจจุบัน

ตัวเรือนมาในวัสดุไทเทเนียมเกรด 5 ขนาด 40.6 มม. ทรง Directoire semi-bassine ขอบตัวเรือนแบบ double gadroon ปุ่มกดควบคุมฟังก์ชันโครโนกราฟแบบโมโนพุชเชอร์ ควบคุมฟังก์ชันจับเวลาภายในปุ่มเดียว หน้าปัดเคลือบโรเดียมสีเทาเรียบหรู เล่นมิติด้วยการผสมผสานการขัดแต่งผิวแบบซาตินและ bead-blasted หน้าปัดย่อยวินาทีและสเกลจับเวลา 30 นาที ล้อมรอบด้วยวงแหวนซาตินพร้อมตัวเลขอารบิกที่อ่านค่าได้ชัดเจน ใจกลางหน้าปัดดึงดูดสายตาด้วยบาร์เรลประดับทับทิม พร้อมสกรูขัดเงา ตัวอักษรและเครื่องหมายต่างๆ บนหน้าปัดสลักด้วยความแม่นยำสูง และเลือกใช้ฟอนต์เดียวกับนาฬิกาโครโนกราฟต้นแบบในปี 1816 ซึ่งช่วยคงความคลาสสิก เชื่อมโยงกับรุ่นดั้งเดิม และยังคงอ่านค่าได้ง่ายอันเป็นหัวใจสำคัญ เข็มโครโนกราฟ เข็มหน้าปัดย่อย และสกรู 4 ตัว ทำจากบลูสตีลซึ่งเป็นเทคนิคการเผาด้วยความร้อนสูง รับกับกรงทูร์บิญองเคลือบ DLC สีน้ำเงิน ขับเน้นองค์ประกอบสำคัญให้ดูโดดเด่น และยังคงเสน่ห์แบบนาฬิกาโบราณ แต่ยังคงดูร่วมสมัยด้วยการคุมโทนสีเทาตั้งแต่หน้าปัด ตัวเรือน จรดสายนาฬิกาไทเทเนียมเกรด 5 ขัดแต่งผิวรูปแบบเดียวกับตัวเรือน

ในส่วนของกลไกขับเคลื่อนด้วยคาลิเบอร์ LM114 ที่ผลิตขึ้นในโรงงานของแบรนด์เอง กลไกไขลานด้วยมือ พร้อมดับเบิลบาร์เรลนี้มอบพลังงานสำรองยาวนานถึง 96 ชั่วโมง เป็นกลไกขับเคลื่อนฟังก์ชันโครโนกราฟที่มาพร้อมคอลัมน์วีล ควบคุมด้วยปุ่มกดเพียงปุ่มเดียว ทั้งยังพ่วงมาด้วยกลไกฟลายอิ้งทูร์บิญองแบบเยื้องศูนย์ นับเป็นการรวมตัวของสองสุดยอดกลไกโดยสองช่างนาฬิการะดับตำนานในหนึ่งเดียว ซึ่งจะผลิตออกมาเพียงแค่ 12 เรือนเท่านั้น
น่าจะถูกใจนักสะสมสายโครโนกราฟที่อยากได้ทูร์บิญองมาประดับคอลเลกชันเพิ่มอีกสักเรือน
ข้อมูลทางเทคนิค
- กลไก:ไขลานด้วยมือ LM114 ฟลายอิ้งทูร์บิญองแบบเยื้องศูนย์ โครโนกราฟพร้อมคอลัมน์วีล และปุ่มกดโมโนพุชเชอร์ พลังงานสำรอง 96 ชั่วโมง
- ฟังก์ชัน: แสดงค่าชั่วโมง นาที วินาที และโครโนกราฟ 30 นาที ตัวเรือน: ไทเทเนียมเกรด 5 ขัดเงาและขัดซาติน ขนาด 40.6 มม.
- หน้าปัด: สีโรเดียม ขัดผิว bead-blasted
- สาย: ไทเทเนียมเกรด 5 ขัดเงาและขัดซาติน
- จำนวน: จำกัด 12 เรือน

TIME TO RACE FLASH
นาฬิกาสำหรับนักแข่งอันแสนเร้าใจและโก้หรูกลับมาอีกครั้งในมาดที่เท่ขรึมกว่าเดิม ด้วยการคุมโทนสีกราไฟต์ตัดกับความหรูหราของเฉดสีทอง และยังมีให้เลือกในสองเวอร์ชัน ทั้งเวอร์ชันตัวเรือนเรดโกลด์ 18 กะรัต ที่ให้ความรู้สึกหรูหราอย่างมีระดับ และตัวเรือนไทเทเนียมเกรด 5 สำหรับลุคเท่คุมโทนขรึม ซึ่งการใช้โทนสีกราไฟต์ผิวแมตต์สลับกับสีทองนั้นไม่ใช่เพียงแค่จงใจเติมความหรู แต่ยังสื่อถึงสีที่ใช้ในยุคทองของการแข่งขันกรังด์ปรีซ์อีกด้วย


นอกเหนือจากความแตกต่างทางรูปลักษณ์และวัสดุแล้วยังมีการใส่กิมมิกเป็น ‘Lucky Number’ ลงไป โดยแต่ละเรือนสามารถระบุหมายเลขเฉพาะที่เจ้าของเรือนนั้นๆ เป็นผู้กำหนดเอง แต่มีข้อแม้อยู่ว่า ถ้าหากเป็นเจ้าของสองเรือนต่างวัสดุ ไม่สามารถเลือกกำหนดหมายเลขเดียวกันได้
บนหน้าปัดสำดำแบบเยื้องศูนย์เต็มไปด้วยรายละเอียดแต่ก็ยังคงออกแบบมาให้อ่านค่าต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ที่สะดุดตากว่าใครเห็นจะหนีไม่พ้นหมายเลข Lucky Number บนพื้นสีขาวบนพื้นหน้าปัดกราไฟต์ ส่วนหน้าปัดย่อยที่ขนาบทั้งสองข้างทำจากแซฟไฟร์รมควันซึ่งมีความใสที่ดูมีมิติลึกลับ ทั้งหมดนี้ถูกรองรับไว้ด้วยแผ่นไฟบอนคาร์เบอร์ถักด้านล่าง ช่วยเพิ่มเท็กซ์เจอร์ที่ดูน่าสนใจและยังขับเน้นให้แรงบันดาลใจจากมอเตอร์สปอร์ตเด่นชัด
สีทองที่ถูกนำมาใช้ตกแต่งบางส่วนบนหน้าปัดไม่เพียงแต่เพิ่มความหรูหรา แต่การเลือกใช้ในบางส่วนทำให้ช่วยเสริมบรรยากาศการชิงชัยในสนามประลองความเร็วได้ดี โดยเลือกฉาบสีทองในส่วนสเกลทาคีมิเตอร์รอบหน้าปัดที่ได้แรงบันดาลใจจากกระบอกสูบของรถแข่ง รวมถึงสกรูสองตัวบนแผ่นสามเหลี่ยมกราไฟต์ด้านล่าง และชุดเข็มทั้งหมดที่ถูกฉาบสีทองให้โดดเด่นเป็นที่สังเกตเห็นได้ง่าย


ชุดกลไกไขลานอัตโนมัติคาลิเบอร์ LM96 มาในโครงสร้างแบบโอเพ่นเวิร์กเผยให้เห็นการทำงานที่สอดประสานกันของชิ้นส่วนต่างๆ กว่า 311 ชิ้น เมื่อเพียงแค่กดปุ่มควบคุมฟังก์ชันโครโนกราฟเพียงปุ่มเดียว อีกหนึ่งดาวเด่นในชุดกลไกย่อมเป็นโรเตอร์แบบเจาะโครงโปร่งเคลือบสีดำผิวแมตต์ ซึ่งดูตัดกับชิ้นส่วนต่างๆ ที่เคลือบโรเดียมสีเงินอย่างเห็นได้ชัด ด้านหลังยังมีการแต่งแต้มสีทองในบางจุดทำให้เกิดความเชื่อมต่อกับด้านหน้าที่ออกแบบมาอย่างเท่หรูมีระดับ

ข้อมูลทางเทคนิค
- กลไก: ไขลานอัตโนมัติคาลิเบอร์ LM96 พลังงานสำรอง 48 ชั่วโมง
- ฟังก์ชัน: แสดงค่าชั่วโมง นาที วินาที โครโนกราฟจับเวลารอบ 60 วินาที และ 30 นาที บนหน้าปัดย่อยตัวเรือน: เรดโกลด์ 18 กะรัต หรือไทเทเนียมเกรด 5 ขัดเงาและขัดซาติน ขนาด 40.7 มม. กันน้ำได้ 50 เมตร
- หน้าปัด: สีดำ เครื่องหมายตัวเลขสีขาวขัดเงา ขอบสีทองขัดซาตินลายวงกลม หน้าปัดย่อยแซฟไฟร์รมควัน
- สาย: ยางขึ้นรูปสำเร็จ ตัวล็อกบานพับสามทบ สตีลเคลือบ PVD สีดำ
SKYDANCE
หลังจากที่เราได้เห็นนาฬิกาโครโนกราฟที่เต็มไปด้วยรายละเอียดยุบยับ และฟังก์ชันอันล้ำเลิศมาหลายต่อหลายรุ่น ในที่สุดเราก็ได้สัมผัส Louis Moinet ในมุมที่โรแมนติกชวนฝันผ่านนาฬิกา Skydance ที่ออกมาสองเวอร์ชันด้วยกัน ซึ่งเรื่องราวที่บอกเล่าผ่านนาฬิการุ่นนี้ก็คือเรื่องราวของการโคจรของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ สมชื่อ Skydance ที่สื่อถึงการเริงระบำบนท้องฟ้า

การออกแบบนาฬิกาที่สื่อถึงท้องฟ้านั้นหน้าปัดคือส่วนสำคัญที่สุด เพราะมันคือท้องฟ้าที่ถูกจำลองมาไว้บนตัวเรือน ซึ่งท้องฟ้าของ Skydance นั้นถูกถ่ายทอดผ่านเปลือกหอยมุกสีขาวเหลือบรุ้ง ประดับหลักชั่วโมงเพชรน้ำงาม 11 เม็ด
ณ ตำแหน่ง 12 นาฬิกา เป็นที่ตั้งของแผ่นดิสก์ขนาดเล็กทำจากหินอุกกาบาต Dhofar 457 ซึ่งเป็นเศษเสี้ยวของหินอุกกาบาตจากดวงจันทร์ที่เคยตกลงมาบนพื้นโลก บนแผ่นดิสก์ตกแต่งด้วยลวลวดลายดวงจันทร์เสี้ยวสีทอง ฟากฝั่งตรงข้ามเป็นที่ตั้งของแผ่นดิสก์ดวงอาทิตย์เปล่งรัศมีเจิดจ้าอยู่เหนือดิสก์อเวนจูรีนเปล่งประกายระยิบระยับ ซึ่งดิสก์ดวงอาทิตย์นี้สามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยการติดตั้งแผ่นดิสก์สองชั้น ชั้นหนึ่งติดตั้งแบบคงที่ อีกชั้นสามารถหมุนไปตามการขับเคลื่อนของกลไก แผ่นดิสก์ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์เชื่อมต่อกันไว้ด้วยวงแหวนเงิน แสดงวงโคจรที่สัมพันธ์กันโดยสมบูรณ์ โดยมีเข็มชั่วโมงและนาทีทรงหยาดน้ำค้างทำจากนิกเกิลสีดำเคลือบสารเรืองแสงเพื่อการอ่านค่าที่ชัดเจนในที่มืดอยู่เหนือวงแหวน

การเริงระบำของท้องฟ้าจัดแสดงอยู่บนตัวเรือนไทเทเนียมเกรด 5 ขนาด 36 มม. ล้อมรอบด้วยขอบตัวเรือนเซรามิกสีขาว ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบประดับเพชร 6 เม็ด และ 60 เม็ด แล้วแต่ว่าจะชอบประกายระยิบระยับในระดับไหน มาพร้อมเม็ดมะยมไทเทเนียมล้อมวงแหวนเซรามิกล้อกันกับตัวเรือน ส่วนขาตัวเรือนก็เลือกตกแต่งด้วยวัสดุเซรามิกสีขาวทรงคาโบชงเป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่เพิ่มมิติให้กับตัวเรือนได้อย่างนุ่มนวล ตัวเรือนไทเทเนียมขนาดกำลังพอเหมาะกับข้อมือสุภาพสตรีถูกจับคู่กับสายนาฬิกายางผิวซาตินนุ่มละมุนผิว มอบสัมผัสสบายในยามสวมใส่ในชีวิตประจำวัน

ส่วนกลไกไขลานอัตโนมัติ LM58 นั้นก็ยังได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวการเริงระบำบนท้องฟ้าผ่านโรเตอร์ประดับลวดลายดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ที่ประกอบไปด้วยสี่ส่วนด้วยกัน ส่วนฐานเคลือบโรเดียม ส่วนดวงอาทิตย์สีทองขัดเงา และส่วนแผ่นดิสก์เคลือบ PVD สีดำ ติดตั้งดวงจันทร์สีทองสุกสว่าง
นี่จึงเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่เข้ามาเติมเต็มปีแห่งการเฉลิมฉลองของ Louis Moinet ด้วยความโรแมนติกในเชิงดาราศาสตร์ที่ไม่ว่าจะถูกนำมาเล่าอีกสักกี่ครั้งเราก็เคลิ้มกับมนตร์ขลังในเรื่องราวนี้ได้เสมอ
ข้อมูลทางเทคนิค
- รหัส: LM-132.20.80 และ LM-132.2D.80
- กลไก: ไขลานอัตโนมัติ LM58 พลังงานสำรอง 42 ชั่วโมง
- ฟังก์ชัน: แสดงค่าชั่วโมงและนาที
- ตัวเรือน: ไทเทเนียมเกรด 5 ขัดเงาและขัดซาตินพร้อมขอบหน้าปัดเซรามิกสีขาว
- หน้าปัด: เปลือกในหอยมุกสีขาว ประดับเพชร 11 เม็ด ชิ้นส่วนจากอุกกาบาตดวงจันทร์ Dhofar 457
- และอเวนจูรีนสีดำ
- สาย: ยางผิวซาติน ตัวล็อกแบบบานพับวัสดุสตีล
- จำนวน: จำกัดเวอร์ชันละ 28 เรือน

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

