Angelus ส่ง Tinkler 1958 การตีความใหม่ของนาฬิกาควอเตอร์-รีพีทเตอร์อันเป็นมรดกของแบรนด์ร่วมแสดงในงาน Watches and Wonders 2026

Date:

ตอกย้ำความชำนาญในการผลิตกลไกขานบอกเวลาด้วยเสียงที่อยู่คู่กับ Angelus มาตั้งแต่ปี 1891 


จุดกำเนิดแห่งเสียงบอกเวลา

บางคนอาจจะไม่รู้ว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ Angelus ที่เราคุ้นเคยกับนาฬิกา Dress Watch สุดเนี้ยบ เพียบพร้อมด้วยฟังก์ชันอัดแน่น สองพี่น้อง Albert and Gustav Stolz ได้สร้างชื่อจากนาฬิกาตีบอกเวลาในหมู่บ้านและเมืองใหญ่ ก่อนจะเริ่มจดสิทธิบัตรเกี่ยวกับกลไกตีบอกเวลาด้วยเสียงภายใต้ชื่อ ‘Silent strike governor for repeater mechanisms’ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ควบคุมจังหวะการตีบอกเวลาด้วยเสียงได้เงียบสนิท ฟังดูเหมือนขัดแย้งกับฟังก์ชันบอกเวลาด้วยเสียงก้องกังวาน แต่เบื้องหลังเสียงขานเวลากังวานใส ชิ้นส่วนที่ทำงานได้อย่างไร้ซุ่มเสียงคือหัวใจสำคัญ 

ด้วยความเชี่ยวชาญถึงขั้นเป็นผู้คิดค้นนวัตกรรมจดสิทธิบัตรทำให้ Angelus พัฒนากลไกขานบอกเวลาด้วยเสียงอย่างต่อเนื่อง และไม่เพียงสร้างขึ้นเพื่อบอกเวลาเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงการใช้งานเพื่อประโยชน์ด้านอื่นด้วย อย่างการออกแบบนาฬิกาตีบอกเวลาด้วยเสียงผสมผสานเข้ากับอักษรเบรลล์ เพื่อให้ทหารผู้สูญเสียการมองเห็นจากการเข้าร่วมสมรภูมิรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 สามารถสัมผัสได้ถึงเวลาควบคู่ไปกับเสียงที่ขานบอกช่วงเวลาไปพร้อมๆ กัน 

นับแต่นั้นมา Angelus ก็สั่งสมและพัฒนาความเชี่ยวชาญในด้านนี้อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งช่วงปี 1950s ทางแบรนด์ได้จดสิทธิบัตร ‘นาฬิกาข้อมือแบบส่งเสียงบอกเวลา’ และในปี 1958 ได้ให้กำเนิดนาฬิการุ่น Tinkler พร้อมกลไกจดสิทธิบัตรดังกล่าว ซึ่งมาพร้อมฟังก์ตีบอกเวลาด้วยเสียงภายในทุกๆ 15 นาที ทั้งยังเป็นนาฬิกากลไกไขลานอัตโนมัติที่ตัวเรือนสามารถกันน้ำได้อีกด้วย

Tinkler 1958 

สำหรับนาฬิกาที่เป็นการสดุดีต้นฉบับในปี 1958 นั้น ต้องบอกว่าเป็นการแสดงความเคารพต้นแบบอย่างตรงไปตรงมา เพราะถอดแบบมาจากนาฬิการุ่นต้นกำเนิดได้อย่างใกล้เคียงมาก Tinkler 1958 มาในสองเวอร์ชันด้วยกัน มีทั้งรุ่นตัวเรือนสตีลจับคู่กับสายหนังจระเข้สีน้ำตาล ที่ผลิตในจำนวนจำกัด 25 เรือน และรุ่นตัวเรือนทองคำ 18 กะรัต จับคู่กับสายหนังจระเข้สีน้ำเงิน ผลิตในจำนวนจำกัด 15 เรือน
 

ทั้งสองเวอร์ชันมาในขนาดตัวเรือน 38 มม. ซึ่งถือว่าเป็น ขนาดกะทัดรัดทีเดียวสำหรับนาฬิกาที่บรรจุกลไกอันซับซ้อนไว้ รูปลักษณ์ภายนอกนั้นมาในสไตล์คลาสสิกแบบหนุ่มสุภาพบุรุษสุดเนี้ยบที่หลุดมาจากยุค 50s ด้วยหน้าปัดสีขาวสะอาดตาที่โค้งนูนขึ้นมาเล็กน้อย เครื่องหมายหลักชั่วโมงสีทองที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและยังคงรูปแบบตามต้นฉบับดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างน่าชื่นชม ตัวเลข 12 นาฬิกาที่มีดีไซน์สไตล์มิดเซนจูรี่โมเดิร์นที่กำลังกลับมาอยู่ในความนิยมอีกครั้งทำให้นาฬิกาเรือนนี้ดูร่วมสมัย ประกอบกับหลักชั่วโมงตำแหน่ง 3, 6 และ 9 นาฬิกา รูปทรงคล้ายเครื่องหมายอัศเจรีย์ ยิ่งเป็นการเน้นช่วงเวลาสำคัญภายในทุกๆ 15 นาทีให้เด่นชัด และในตำแหน่ง 9 นาฬิกายังเป็นที่ตั้งของปุ่มกดควบคุมการทำงานของกลไกตีบอกเวลา ซึ่งออกแบบมาให้ขนานกับตำแหน่ง 3 นาฬิกา อันเป็นที่ตั้งของเม็ดมะยม ทำให้ได้รูปลักษณ์ที่สะอาดหมดจดทั่วทั้งตัวเรือน  

กลไกกำเนิดเสียงอันกังวาน

ถึงแม้รูปลักษณ์จะถอดแบบมาจากต้นฉบับในยุค 50s แต่ Tinkler 1958 เลือกใช้กลไกชุดใหม่ล่าสุด Angelus A600 กลไกไขลานอัตโนมัติที่สำรองพลังงานได้ 70 ชั่วโมง ทำหน้าทีส่งเสียงบอกเวลาภายในทุกๆ 15 นาที และทุกชั่วโมง หรือกำหนดด้วยปุ่มกด ณ ตำแหน่ง 9 นาฬิกา โดยตีบอกชั่วโมงด้วยฆ้องชุดแรก และตีประสานเสียงบนฆ้องชุดที่สองภายในทุกๆ 15 นาที โดยสามารถตีต่อเนื่องสูงสุดได้สามลำดับ 

น่าเสียดายที่ฝาหลังปิดทึบไม่ให้เห็นชุดกลไกที่ถึงแม้จะถูกซ่อนอยู่ภายในแต่ก็ถูกขัดแต่งผิวอย่างประณีต  ไมว่าจะเป็น แผ่นฐานเครื่องที่ตกแต่งด้วยลวดลายก้นหอย สะพานจักรเคลือบพัลลาเดียมตกแต่งลาย Côtes de Genève วงล้อจักรแบบขอบนูน สกรูสตีลสีน้ำเงิน และโรเตอร์ทำจากทังสเตนตกแต่งลายซันเบิรสต์ เรียกได้ว่าเป็นความประณีตที่ซื่อสัตย์ในตัวตนชนิดที่ไม่ละทิ้งรายละเอียดแม้ในส่วนที่มองไม่เห็น 

นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเรือนเวลาของ Angelus ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า บางครั้งสุดยอดกลไกไม่จำเป็นต้องโอ้อวดตนเอง เพราะการทำงานอย่างยอดเยี่ยมที่เปล่งเสียงให้ได้ยินก็เพียงพอแล้ว 

ข้อมูลทางเทคนิค

  • ฟังก์ชัน:  บอกชั่วโมง, นาที, วินาที และตีบอกเวลาทุก 15 นาที
  • กลไก: ไขลานอัตโนมัติคาลิเบอร์ A600 สำรองพลังงานได้ 70 ชั่วโมง
  • ตัวเรือน: ทองคำ 18 กะรัต หรือสตีล
  • หน้าปัด: ทรงโค้งมนลายซันเบิรสต์สีขาว
  • สาย: หนังจระเข้สีน้ำตาล หรือสีน้ำเงิน ตัวล็อกหัวเข็มขัดทำจากทองคำ 18 กะรัต หรือสตีล
  • จำนวน: ตัวเรือนสตีลจำกัด 25 เรือน ตัวเรือนทองคำ 18 กะรัต จำกัด 15 เรือน

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ทาง:

Roger Dubuis ในงาน Watches & Wonders 2026: เมื่อดาราศาสตร์บรรจบกับศิลปะแห่งเรือนเวลาชั้นสูง

Christiaan van der Klaauw Watches and Wonders 2026: ย่อจักรวาลและดาวศุกร์ไว้บนข้อมือ

Arnold & Son เผยโฉม HM Pietersite นาฬิกาหน้าปัดหินแร่แสดงพลังแห่งพายุ

Share post:

More like this

Arnold & Son เผยโฉมทูร์บิญองรุ่นบางเฉียบ Ultrathin Tourbillon Onyx Edition อีกหนึ่งรุ่นในงาน Watches and Wonders 2026  

ทรงพลังด้วยหน้าปัดหินออนิกซ์เนื้อแมตต์ มาในสองวัสดุเรดโกลด์ 5N และแพลตินัม หลังจากเผยโฉม HM Pietersite นาฬิกาหน้าปัดหินแร่หายากมาเป็นทีเซอร์ก่อนเริ่มต้นเข้าสู่งาน Watches...

Piaget Watches and Wonders 2026: มนต์เสน่ห์หินสีและลาย Gadroon แห่งยุค 60s

Piaget ฉลองความหรูหราในงาน W&W 2026 ด้วยการนำหินสีธรรมชาติและลายสลัก Gadroon กลับมาเล่าใหม่ พบกับ Polo 79 หน้าปัด Sodalite และที่สุดของวิศวกรรม Altiplano Ultimate Concept Tourbillon ที่บางเพียง 2 มม.

Jacob & Co. Bugatti Tourbillon Sapphire Crystal: ความบ้าพลังขั้นสุดในโลกนาฬิกาจักรกลคือการยกเครื่องยนต์ V16 มาไว้บนข้อมือ

Jacob & Co. สร้างปรากฏการณ์ความบ้าพลังในงาน W&W 2026 ด้วย Bugatti Tourbillon Sapphire Crystal ตัวเรือนแซฟไฟร์ที่ใช้เวลาเจียระไนกว่า 800 ชั่วโมง โชว์กลไก V16 Automaton และทูร์บิญองที่หมุนเร็วที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา

De Bethune Watches and Wonders 2026: เมื่อเทคโนโลยีอวกาศถูกย่อส่วนมาไว้บนข้อมือ

De Bethune ปฏิวัติงานดีไซน์ปี 2026 ด้วยการรีดขนาดตัวเรือนให้เล็กลงแต่ยังคงอัดแน่นด้วยนวัตกรรมดาราศาสตร์ พบกับ DB25Vxs Silver Moon งานคลาสสิกสุดอ่อนช้อย และ DB28xs Dark Sand จักรกลสุดดุดันจากวัสดุเซอร์โกเนียม