Roger Dubuis ในงาน Watches & Wonders 2026: เมื่อดาราศาสตร์บรรจบกับศิลปะแห่งเรือนเวลาชั้นสูง

Date:

เมื่อตำนานเรื่องเล่าอมตะได้ออกสู่ห้วงอวกาศอันไกลโพ้น

ในโลกของนาฬิกาหรูที่เต็มไปด้วยความท้าทายในการสร้างสรรค์ Roger Dubuis ยังคงตอกย้ำสถานะความเป็นผู้นำด้าน Hyper Horology™ อีกครั้งในงาน Watches & Wonders 2026 ปีนี้ที่เมซงได้นำพาพวกเราเดินทางก้าวข้ามชั้นบรรยากาศโลก ออกสู่ห้วงอวกาศอันไกลโพ้นภายใต้คอนเซปต์ “Movements of the Sky” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากจังหวะของจักรวาล ความลึกลับของดวงดาว และตำนานคลาสสิคที่เป็นอมตะ

Excalibur Biretrograde Perpetual Calendar

ไฮไลต์สำคัญในปีนี้คือการยกระดับกลไกชั้นครูอย่าง Perpetual Calendar ให้ล้ำสมัยยิ่งขึ้นโดยการเปิดตัว Excalibur Biretrograde Perpetual Calendar ที่มาพร้อมกลไกใหม่ล่าสุด RD850 ซึ่งมีความโดดเด่นอยู่ที่หน้าปัดที่สะท้อนความงดงามของท้องฟ้า โดยมีดิสก์แสดงข้างขึ้น-ข้างแรม (Moonphase) ที่ทำจากหินอเวนเจอรีน (Aventurine) ประดับดวงจันทร์จาก Pink Gold 18K แกะสลักด้วยเลเซอร์ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังจ้องมองท้องฟ้ายามค่ำคืนจริง ๆ


นอกจากนี้ ยังมีการต่อยอดความสำเร็จไปยังรุ่น Excalibur Biretrograde Cosmic Blue ในตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 40 มม. ที่เน้นความสปอร์ตมากขึ้น โดยมีหน้าปัดสีน้ำเงินเข้มที่มาพร้อมเอกลักษณ์การแสดงผลแบบเข็มตีกลับ (Biretrograde) ซึ่งเป็นสิทธิบัตรดั้งเดิมของผู้ก่อตั้งแบรนด์อย่างคุณโรเจอร์ ดูบุยส์ โดยกลไก RD840 นี้ยังคงได้รับรองมาตรฐาน Poinçon de Genève อันทรงเกียรติเหมือนเดิม

Excalibur Perpetual Calendar Quatuor

สำหรับเหล่านักสะสม สิ่งที่น่าจะทำให้ตื่นเต้นได้มากที่สุดคงหนีไม่พ้น Excalibur Perpetual Calendar Quatuor เพราะนี่คือครั้งแรกที่ Roger Dubuis นำกลไกสุดล้ำอย่าง Quatuor (จักรกรอก 4 ชุดที่ทำมุมเอียงเพื่อหักล้างแรงโน้มถ่วง) มาทำงานร่วมกับ Perpetual Calendar ภายใต้กลไก RD116 ที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนถึง 758 ชิ้น ตัวเรือนทำจาก Cobalt Chrome วัสดุไฮเทคที่แข็งแกร่งและทนทานต่อรอยขีดข่วนเป็นเลิศ โดยผลิตออกมาเพียง 8 เรือนทั่วโลกเท่านั้น ถือว่าเป็นเครื่องยืนยันถึงความเชี่ยวชาญระดับสูงสุดของเมซงอย่างแท้จริง

Excalibur Moonlight

ในปีนี้ Roger Dubuis ยังเปิดประตูสู่โลกแห่งความพิเศษเหนือระดับด้วยโปรแกรม Rarities ซึ่งเป็นเวิร์กช็อปสำหรับสร้างสรรค์นาฬิกาที่เป็น “Unique Piece” หรือมีเพียงเรือนเดียวในโลก โดยส่งผลงานชิ้นเอกอย่าง Excalibur Moonlight ออกมาอวดโฉม นาฬิการุ่นนี้โดดเด่นด้วยกลไก Central Monotourbillon (RD115) ทูร์บิญองกลางหน้าปัดที่ล้อมรอบด้วยดิสก์แก้ว Murano สองชั้นเพื่อใช้บอกเวลาแทนเข็มนาฬิกาแบบปกติ เป็นการผสมผสานงานฝีมือดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีแห่งอนาคตได้อย่างไร้ที่ติ

Excalibur for The Ladies

ไม่เพียงแต่เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเท่านั้น ในปีนี้ เมซงยังได้ถ่ายทอดความอ่อนหวานแต่แข็งแกร่งผ่านคอลเลกชันสำหรับผู้หญิงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานกษัตริย์อาเธอร์ได้อย่างแปลกใหม่อีกด้วย

Excalibur Lady of the Lake: แรงบันดาลใจจากเรื่องราวของ Viviane เลดี้แห่งทะเลสาบ ในตัวเรือน Pink Gold 36 มม. ประดับอัญมณี สื่อถึงความกล้าหาญและความเป็นอิสระของสตรี

Excalibur Brocéliande: การกลับมาของรุ่นยอดนิยมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากป่าศักดิ์สิทธิ์ มาพร้อมกลไก Skeleton RD721SQ ตกแต่งด้วยลวดลายเถาไอวี่ (Ivy) ที่ทำจากทองและเปลือกหอยมุก โดยมีให้เลือกสองโทนสีคือ Dawn Rose และ Twilight Blue

การปรากฏตัวของ Roger Dubuis ในงาน Watches & Wonders 2026 ปีนี้ คือการยืนยันว่า “เวลา” คือสิ่งที่มีจังหวะสอดประสานกับจักรวาล ทุกเรือนเวลาที่นำมาจัดแสดงต่างสะท้อนถึงความหลงใหล ความบ้าคลั่ง และความอิสระในการออกแบบ (Pleasure, Freedom, and Madness) ซึ่งเป็น DNA สำคัญที่ทำให้แบรนด์นี้ยังคงนั่งอยู่ในใจของนักสะสมที่มองหาความแตกต่างอย่างแท้จริง

อ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่นี่

The Reason Why: 5 เหตุผลที่ Excalibur Biretrograde Calendar จาก Roger Dubuis ควรถูกพูดถึงอีกครั้ง 

IWC Schaffhausen ในงาน Watches & Wonders 2026: จากเซรามิกเรืองแสงสู่เรือนเวลาเพื่อการสำรวจอวกาศยุคใหม่

Panerai ในงาน Watches & Wonders 2026: ผสานมรดกทางทหารเข้ากับนวัตกรรมเรือนเวลา






Share post:

More like this

เมื่อ Rolex นำกลไก Complete Calendar มาเป็นตัวเอกในนาฬิกาลุคคลาสสิกรุ่น Perpetual Padellone

นาฬิการุ่นที่สองในคอลเลกชัน Perpetual ที่ต่อยอดจากรุ่น 1908 ได้อย่างเหนือชั้น ต้องยอมรับว่า เสน่ห์ของสไตล์วินเทจที่ปรากฎอยู่บน Rolex 1908...

Chopard เปิดตัว Happy Diamonds Heritage ฉลอง 50 ปีเรือนเวลาไอคอนิก

Chopard Happy Diamonds Heritage การกลับมาของเรือนเวลาไอคอนิกปี 1976 ในตัวเรือนทองคำ 18K หน้าปัดนิลดำ และกลไกอินเฮาส์สุดบางเฉียบ

Panerai ฉลองครบรอบ 100 ปีร้านแรกในฟลอเรนซ์ด้วย Luminor Firenze 8 Giorni รุ่นใหม่

พาไปทำความรู้จัก Panerai Luminor Firenze 8 Giorni สองรุ่นพิเศษฉลอง 100 ปีร้านดั้งเดิมบนจัตุรัส Piazza San Giovanni ในตัวเรือน Platinumtech และสเตนเลสสตีล

พาชม Chronoswiss Neo Digiteur Pastel Code นาฬิกาไร้เข็มทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มาในโทนสีพาสเทลแสนหวาน

Chronoswiss Neo Digiteur Pastel Code เรือนเวลารูปทรงสี่เหลี่ยมไร้เข็มในโทนสีพาสเทล 3 เฉดสีใหม่ ผลิตจำกัดสีละ 99 เรือน ผสานงานพ่นทรายแบบ Matte เข้ากับกลไก Jumping Hour สไตล์ดิจิทัลจักรกลได้อย่างลงตัว