IWC Schaffhausen ในงาน Watches & Wonders 2026: จากเซรามิกเรืองแสงสู่เรือนเวลาเพื่อการสำรวจอวกาศยุคใหม่

Date:

เฉลิมฉลองแด่ความก้าวหน้าของวัสดุศาสตร์ มรดกทางวัฒนธรรม และการบุกเบิกพรหมแดนใหม่ ๆ แห่งโลกนาฬิกา

ในงาน Watches & Wonders 2026 ณ กรุงเจนีวา IWC Schaffhausen แบรนด์นาฬิกาจากเมืองชาฟฟ์เฮาเซิน ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านวิศวกรรมนาฬิกาอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ทลายขีดจำกัดเดิม ๆ ทั้งในแง่ของวัสดุศาสตร์ การเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์ความร่วมมือที่ยาวนาน และการก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งการสำรวจอวกาศเชิงพาณิชย์อย่างเต็มตัว

Ceralume®: เมื่อตัวเรือนเซรามิก “ส่องสว่าง” ได้เอง

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ Big Pilot’s Watch Perpetual Calendar Ceralume® (Ref. IW505801) ซึ่งนำเทคโนโลยีวัสดุใหม่ของแบรนด์มาใช้เป็นครั้งแรกในนาฬิการุ่นผลิตจริง ตัวเรือนขนาด 46.5 มิลลิเมตรผลิตจาก Ceralume® เซรามิกเรืองแสงที่พัฒนาโดยทีมวิศวกรรมของ IWC โดยวัสดุชนิดนี้เกิดจากการผสมผงเซรามิกกับเม็ดสีเรืองแสง Super-LumiNova เพื่อให้สามารถดูดซับพลังงานจากแสงและปล่อยออกมาเป็นแสงที่มองเห็นได้

ผลลัพธ์คือเรือนเวลาที่มีบุคลิกสองด้านอย่างชัดเจน ในเวลากลางวัน นาฬิกาเผยความงามแบบมินิมอลผ่านโทนสีขาวและเทาที่ตัดกันระหว่างพื้นผิวเงาและด้าน แต่เมื่ออยู่ในความมืด ตัวเรือน หน้าปัด และสายยางสีขาวจะเปล่งแสงสีน้ำเงินอย่างเข้มข้น สร้างภาพลักษณ์ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้เม็ดสีเรืองแสงยังสามารถกักเก็บพลังงานได้ยาวนาน ทำให้เรือนเวลาสามารถเปล่งแสงต่อเนื่องได้นานกว่า 24 ชั่วโมง

นาฬิการุ่นนี้ยังมาพร้อมกลไก Perpetual Calendar อันเป็นหนึ่งในคอมพลิเคชันระดับสัญลักษณ์ของ IWC ซึ่งได้รับการพัฒนาโดย Kurt Klaus ในช่วงทศวรรษ 1980 กลไกสามารถคำนวณความยาวของเดือนและปีอธิกสุรทินได้โดยอัตโนมัติ พร้อมแสดงผลวันที่ วัน เดือน และมูนเฟสผ่านซับไดอัลสี่ตำแหน่ง ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ Calibre 52616 ที่ติดตั้งระบบขึ้นลาน Pellaton และสำรองพลังงานได้สูงสุดถึง 7 วัน โดยรุ่นนี้ผลิตจำกัดเพียง 250 เรือน

20 ปีแห่งการเดินทางของ “เจ้าชายน้อย” (Le Petit Prince)

ในอีกด้านหนึ่ง IWC ยังเฉลิมฉลองความร่วมมืออันยาวนานกับทายาทของ Antoine de Saint-Exupéry ผ่านการเปิดตัว Le Petit Prince Anniversary Edition เพื่อฉลองครบรอบ 20 ปีของความร่วมมือกับวรรณกรรมคลาสสิก The Little Prince ที่ได้รับการแปลมากกว่า 650 ภาษาและสำเนียงทั่วโลก

รุ่นพิเศษในปีนี้ประกอบด้วยนาฬิกา 5 รุ่น ได้แก่ Pilot’s Watch Mark XX สองเวอร์ชันในตัวเรือนทองคำ 18 กะรัตและสเตนเลสสตีล Pilot’s Watch Chronograph ขนาด 43 และ 41 มิลลิเมตร รวมถึง Pilot’s Watch Automatic 36 รุ่นขนาดกะทัดรัด จุดเด่นร่วมกันของคอลเลกชันคือหน้าปัดสีน้ำเงินแบบ sunray ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์นี้ พร้อมเข็มสีทองเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova และฝาหลังที่ตกแต่งด้วยภาพของเจ้าชายน้อย ซึ่งสะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งการสำรวจ การเดินทาง และการค้นหาความหมายของชีวิตที่เป็นหัวใจของเรื่องราว

Pilot’s Venturer Vertical Drive: เครื่องบอกเวลาที่ออกแบบมาเพื่ออวกาศโดยเฉพาะ

นอกจากการรำลึกถึงวรรณกรรมแล้ว IWC ยังมองไปยังอนาคตผ่านการเปิดตัว Pilot’s Venturer Vertical Drive นาฬิกาเครื่องมือที่ถูกออกแบบขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานในภารกิจอวกาศจริง โดยพัฒนาร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีอวกาศ Vast ซึ่งกำลังสร้างสถานีอวกาศเชิงพาณิชย์ Haven-1

นาฬิการุ่นนี้ถูกพัฒนาขึ้นจากแนวคิดใหม่ทั้งหมดเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในอวกาศ หนึ่งในคุณสมบัติสำคัญคือระบบควบคุมผ่านขอบตัวเรือนแบบหมุนที่เรียกว่า “Vertical Drive” ซึ่งช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถขึ้นลานและตั้งเวลาได้โดยไม่ต้องใช้เม็ดมะยม แนวคิดดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจจากสถานการณ์ที่นักบินอวกาศต้องสวมถุงมือของชุด EVA ระหว่างการปฏิบัติงาน

หน้าปัดสีดำแบบลดแสงสะท้อนถูกออกแบบให้แสดงเวลาอ้างอิงของภารกิจในรูปแบบ 24 ชั่วโมง พร้อมระบบแสดงเวลาสองโซน เพื่อให้สอดคล้องกับการทำงานบนสถานีอวกาศที่นักบินอวกาศต้องเผชิญพระอาทิตย์ขึ้นและตกถึง 16 ครั้งภายในหนึ่งวัน กลไกภายในคือ Calibre 32722 พร้อมโมดูล GMT และสำรองพลังงานได้ 120 ชั่วโมง

การเปิดตัวของ IWC ในปีนี้ได้สะท้อนภาพของแบรนด์ที่ก้าวไปพร้อมกับหลายมิติของโลกนาฬิกา ตั้งแต่นวัตกรรมวัสดุขั้นสูง การเฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรม ไปจนถึงการออกแบบเครื่องมือเวลาเพื่อการสำรวจอวกาศ ซึ่งล้วนแต่ยืนยันบทบาทของ IWC ในฐานะผู้สร้างสรรค์นาฬิกาที่เชื่อมโยงวิศวกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และจิตวิญญาณแห่งการสำรวจเข้าด้วยกันอย่างต่อเนื่อง

อ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่

IWC Schaffhausen เผยโฉมนาฬิกา Pilot’s Watch รุ่นใหม่สุดอลังการ แรงบันดาลใจจาก The Little Prince

เจาะลึก IWC Mojave Desert สีแห่งทะเลทรายที่ผสานความแกร่งและประวัติศาสตร์

Zodiac Watch Mechanism: เบื้องหลังจักรกลเรือนเวลาที่เชื่อมโยงกลไกนาฬิกาที่คุณอาจไม่เคยรู้






Share post:

More like this

Louis Moinet ส่ง 4 รุ่นใหม่ เป็นตัวแทนต่อยอดมรดกของแบรนด์ในบริบทร่วมสมัย ภายในงาน Watches and Wonders 2026 

1816 สองรุ่นเพื่อสดุดีนาฬิกาโครโนกราฟเรือนแรก Time to Race รุ่นใหม่ และ Skydance นาฬิกาสุภาพสตรีที่หลายคนรอคอย  ปี...

Arnold & Son เผยโฉมทูร์บิญองรุ่นบางเฉียบ Ultrathin Tourbillon Onyx Edition อีกหนึ่งรุ่นในงาน Watches and Wonders 2026  

ทรงพลังด้วยหน้าปัดหินออนิกซ์เนื้อแมตต์ มาในสองวัสดุเรดโกลด์ 5N และแพลตินัม หลังจากเผยโฉม HM Pietersite นาฬิกาหน้าปัดหินแร่หายากมาเป็นทีเซอร์ก่อนเริ่มต้นเข้าสู่งาน Watches...

Piaget Watches and Wonders 2026: มนต์เสน่ห์หินสีและลาย Gadroon แห่งยุค 60s

Piaget ฉลองความหรูหราในงาน W&W 2026 ด้วยการนำหินสีธรรมชาติและลายสลัก Gadroon กลับมาเล่าใหม่ พบกับ Polo 79 หน้าปัด Sodalite และที่สุดของวิศวกรรม Altiplano Ultimate Concept Tourbillon ที่บางเพียง 2 มม.

Angelus ส่ง Tinkler 1958 การตีความใหม่ของนาฬิกาควอเตอร์-รีพีทเตอร์อันเป็นมรดกของแบรนด์ร่วมแสดงในงาน Watches and Wonders 2026

ตอกย้ำความชำนาญในการผลิตกลไกขานบอกเวลาด้วยเสียงที่อยู่คู่กับ Angelus มาตั้งแต่ปี 1891  จุดกำเนิดแห่งเสียงบอกเวลา บางคนอาจจะไม่รู้ว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ Angelus ที่เราคุ้นเคยกับนาฬิกา Dress Watch...