Arceau Samarcande กับศิลปะการเล่นซ่อนแอบกับกลไกชั้นสูงในแบบฉบับของ Hermès

Date:

หน้าปัด Openwork ฉลุช่องรูปหัวม้าแอบซ่อนกลไกมินิตรีพีทเตอร์อันล้ำเลิศ


ถ้าพูดถึงงานเรือนเวลาเผยกลไกในรูปแบบสเกเลตันและโอเพนเวิร์ก เมซง Hermès Horloger ถือเป็นหนึ่งในเมซงที่สามารถผลิตผลงานเรือนเวลาในรูปแบบดังกล่าวได้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบที่มองแวบแรกก็สามารถระบุได้เลยว่านี่คือผลงานของ Hermès แน่นอน และในปีนักษัตรมะเมียที่มีม้าเป็นสัตว์นำโชคประจำปี ก็ถือเป็นวาระอันดีที่ Hermès ส่ง Arceau Samarcande มาเปิดตัวภายในงาน Watches and Wonders 2026 และการนำสัญลักษณ์ประจำปีและประจำเมซงมาใช้ในครั้งนี้ก็มีลูกเล่นในเชิงดีไซน์ที่น่าสนใจ และกลไกที่ขับเคลื่อนอยู่ในภายในก็ไม่ธรรมดาเลยแม้แต่น้อย  

ดีไซน์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของเมซง

อันที่จริงแล้วดีไซน์ของนาฬิกาทรงกลมรุ่น Arceau Samarcande ย้อนกลับไปไกลถึงปีค.ศ.1978 จากคอลเลกชัน Arceau ที่ Henri d’Origny ได้ออกแบบไว้และยังคงความคลาสสิกมาจนถึงทุกวันนี้ เอกลักษณ์ที่สื่อถึงสัญลักษณ์ม้าประจำเมซงอยู่ที่ห่วงยึดตัวเรือนกับสายคาดรูปทรงคล้ายโกลนขี่ม้าแบบอสมมาตร รวมถึงตัวเลขหลักชั่วโมงอารบิกทรงเอียงตวัดปลายอ่อนช้อยบนหน้าปัดเรียบหรู
          สำหรับ Arceau Samarcande ก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของรุ่น Arceau ไว้ครบถ้วน แต่มีการยกระดับด้วยงานช่างฝีมือชั้นยอดที่มีรายละเอียดชวนมอง โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็นช่องฉลุรูปหัวม้าบนหน้าปัดคริสตัลแซงต์-ลูอิส ที่ดึงดูดสายตาตั้งแต่ที่ชักชวนให้เราจ้องมองลงไปยังกลไกขับเคลื่อนภายในคาลิเบอร์ H1927 ตัวพื้นหน้าปัดทำจากคริสตัลแซงต์-ลูอิสสีขาว หรือสีน้ำเงินเงางามบนตัวเรือนทรงกลม ทำหน้าที่รองรับงานเจาะฉลุเปิดเผยกลไกเป็นช่องรูปทรงหัวม้า รอบขอบฝังคริสตัลไพลินเคลือบโรเดียม หรืออีกหนึ่งเวอร์ชันเป็นงานฝังเพชรเดินขอบท่ามกลางตัวเลขอารบิกเคลือบโรเดียม หรือเคลือบโรสโกลด์ 5N และที่ทำให้ช่องฉลุนี้ดูมีชีวิตย่อมเป็นดวงตาที่เปล่งประกายของม้าที่ช่วยยึดโยงโครงสร้างกลไกด้านในเข้ากับแผ่นหน้าปัดด้านนอกได้อย่างมีศิลปะ  รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ยังช่วยเติมเต็มดีไซน์ให้คงความอ่อนช้อยต่อเนื่องบนหน้าปัด และยังคงรักษาเอกลักษณ์ของ Arceau ไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ช่องนาทีเฉดสีเดียวกับตัวเลข หมุดบอกชั่วโมง และเข็มบอกเวลาทรงใบหญ้าเพรียวบาง


         อีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความประณีตในงานช่างฝีมือของ Hermès คือสายนาฬิกาหนังจระเข้และสายหนังลูกวัวที่เดินตะเข็บอย่างเนี้ยบกริบตามแบบฉบับช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญงานเครื่องหนัง และยังมีการจับคู่สีของสายกับตัวเรือนต่างวัสดุได้อย่างหลากหลายและกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวเมื่อขบวนม้า Arceau Samarcande มารวมตัวกัน นับเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่สนุกกับสไตล์ที่หลากหลาย

กลไกชั้นสูงกับการเล่นซ่อนแอบหลังหัวม้า


เมื่อพิจารณาดูกลไกอัตโนมัติรุ่นใหม่ H1927 ซึ่งเป็นงานออกแบบชิ้นส่วนและผลิตขึ้นเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับ Hermès เท่านั้น เราก็ค้นพบสาเหตุที่ Arceau Samarcande จำเป็นต้องสรรหาวิธีเผยโฉมกลไกชุดนี้ เพราะนี่คือ กลไกมินิตรีพีทเตอร์ กลไกตีบอกเวลาเสียงกังวาน ที่เผยบางส่วนผ่านช่องฉลุทรงหัวม้า และยังเผยตัวตนผ่านฝาหลังคริสตัลแซฟไฟร์ใสที่ทำให้เราได้เห็นระบบขับเคลื่อนของตัวค้อนเคาะฆ้องของกลไกมินิตรีพีทเตอร์ ไปจนถึงการแกว่งไกวไปมาของไมโครโรเตอร์ตกแต่งด้วยลวดลาย Duc attelé หรือ ‘รถม้าของดยุก’ อันสง่างามที่เห็นแล้วรู้ได้ในทันทีว่าเป็นผลิตผลจากโรงงานของเมซง Hermès ไม่เพียงแต่งดงามด้วยลวดลายเท่านั้น แต่การจัดวางเลย์เอาท์โครงสร้างกลไกยังมีความสมมาตร และการขัดแต่งพื้นผิวกลไกที่ทำอย่างประณีต ทั้งการขัดเงาวาววับราวกระจกในบริเวณส่วนสันขอบ ตัดกับกรอบทรงกลมที่เรียบเนี้ยบด้วยการขัดซาตินด้วยเทคนิคพ่นทรายแก้ว และถึงแม้จะเป็นกลไกตีบอกเวลาที่ประกอบไปด้วย โดยตัวกลไกมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 28 มม. และความหนา 4.95 มม. บรรจุอยู่ในตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 38 มม. ซึ่งจัดว่าไซส์กำลังพอเหมาะสำหรับการเป็นนาฬิกาไม่แบ่งเพศได้อย่างพอดิบพอดี

ฝาหลังคริสตัลแซฟไฟร์ใสเผยให้เห็นกลไกมินิตรีพีทเตอร์ ไปจนถึงการแกว่งไกวไปมาของไมโครโรเตอร์ตกแต่งด้วยลวดลาย Duc attelé

        ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่รายชื่อเข้าชิงรางวัลเกียรติยศแห่งวงการนาฬิกา Grand Prix d’Horlogerie de Genève (GPHG) ในปีนี้มี Arceau Samarcande เข้าเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงในสาขา Mechanical Exception เพราะไม่เพียงแต่มีรูปลักษณ์ที่ดึงดูดสายตา แต่ภายในยังบรรจุกลไกชั้นสูงที่ขึ้นชื่อว่าผลิตได้ยากยิ่ง นับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า Hermès Horloger คือเมซงที่ก้าวเข้ามาอยู่ในแถวหน้าของวงการนาฬิกาได้อย่างสมภาคภูมิ

ข้อมูลทางเทคนิค

Arceau Samarcande

  • กลไก: ไขลานอัตโนมัติ H1297 ความถี่ 3 เฮิรตซ์ (21,600 ครั้งต่อชั่วโมง)สำรองพลังงาน 48 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชัน: บอกชั่วโมง, นาที, ตีบอกเวลาด้วยเสียง
  • ตัวเรือน: ไวท์โกลด์, ไวท์โกลด์ฝังเพชร หรือโรสโกลด์ขนาด 38 มม. กันน้ำได้ 30 เมตร
  • หน้าปัด: คริสตัลแซงต์-ลูอิสสีขาว หรือสีน้ำเงิน
  • สาย: หนังจระเข้หรือสายหนังวัวอ่อน ตัวล็อกบานพับทำจากไวท์โลกด์หรือโรสโกลด์

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

ตอกย้ำกระแสนาฬิกาพก? เมื่อสิงโตคำรามจากผ้าพันคอไหม ย้ายไปอยู่บนฝา Pocket Watch ด้วยงานต่อไม้ชิ้นเล็กระดับเศษมิลลิเมตรหน้าตาจะเป็นอย่างไร?
Hermès Arceau Cavalier en Formes ผลงานชิ้นพิเศษที่ผลิตขึ้นจำกัดเพียง 6 เรือนทั่วโลก

Hermès Watches and Wonders 2026: จากสปอร์ตล้ำสมัย H08 สู่ Arceau Samarcande อันอ่อนช้อย

Share post:

More like this

สัมผัส Jaeger-LeCoultre 101 Chain นาฬิกากำไลจิวเวลรีชั้นสูงที่ซ่อนกลไกจักรกลไขลานเล็กที่สุดในโลก

Jaeger-LeCoultre ผสานงานจิวเวลรีเข้ากับวิศวกรรมชั้นสูงด้วย 101 Chain กำไลทองคำชมพูประดับเพชรและ HyCeram สีดำ ที่ซ่อนกลไกไขลานด้วยมือ Calibre 101 กลไกจักรกลขนาดจิ๋วที่เล็กที่สุดในโลกไว้ภายใน

MB&F ปลุกตำนาน LM1 ขึ้นมาฉลองครบรอบ 15 ปีในร่าง LM1 EVO ปรับขนาดตัวเรือนเหลือ 42 มิลลิเมตร

MB&F ปลุกตำนาน LM1 ขึ้นมาฉลองครบรอบ 15 ปีในร่าง LM1 EVO ปรับขนาดตัวเรือนเหลือ 42 มิลลิเมตร เพิ่มระบบซับแรงกระแทก FlexRing กันน้ำ 80 เมตร บาลานซ์สปริงคู่ Straumann® และกลไกไขลานสำรองพลังงาน 60 ชั่วโมง

เปิดตัว TAG Heuer Formula 1 Solargraph x Oracle Red Bull Racing ฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งความร่วมมือ

สัมผัสความเร้าใจจากสนามแข่งกับ TAG Heuer Formula 1 Solargraph x Oracle Red Bull Racing นาฬิกาเรือนพิเศษฉลอง 10 ปีพาร์ทเนอร์ชิป ตัวเรือนสเตนเลสสตีล 38 มิลลิเมตร หน้าปัดซันเรย์สีน้ำเงิน-แดง และกลไกโซลาร์กราฟพลังงานแสง

Ralph Lauren ขยายไลน์ 888 Automatic ด้วยตัวเรือนสเตนเลสสตีลบางเฉียบ 6.1 มม. ผสานกลไกสวิสอัตโนมัติและงานกิโยเช่สุดคลาสสิก

สัมผัสความเรียบหรูเหนือกาลเวลาสไตล์ Ralph Lauren กับ 888 Automatic 39mm นาฬิกาเดรสวอทช์ตัวเรือนสเตนเลสสตีลบาง 6.10 มิลลิเมตร หน้าปัดสีเงินโอปาลีนลายกิโยเช่ พร้อมกลไกสวิสอัตโนมัติ คาลิเบอร์ RL300-1