รายได้จากการประมูลจะนำไปสนับสนุน Federer Foundation และ Re:Wild




4 สีสัน 4 ฤดูกาล
หน้าปัดสีสดใส เท็กซ์เจอร์แปลกตา รายล้อมด้วยอัญมณีส่องประกายระยิบระยับ ยิ่งอยู่บนโมเดล Cosmograph Daytona แล้วยิ่งมีเสน่ห์และทรงพลัง สีสันบรรเจิดที่เราได้เห็นบนนาฬิการุ่นไอคอนิกสำหรับการประมูลในครั้งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากสีสันของ 4 ฤดูกาล เราจะได้เห็นการจับคู่วัสดุตัวเรือนที่แตกต่าง หน้าปัดหลากสี ต่างเท็กซ์เจอร์ รวมถึงเทคนิคการฝังอัญมณีที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญด้านงานฝีมือของ Rolex ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นตัวเรือนเยลโลว์โกลด์ 18 กะรัต, เอเวอร์โรสโกลด์ ไวท์โกลด์ รวมถึง แพลตินัม 950 แต่ละเรือนมาพร้อมหน้าปัดหินธรรมชาติที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ขณะที่หลักชั่วโมงประดับด้วยอัญมณีสีหรือเพชรน้ำงาม รับกับขอบตัวเรือนประดับด้วยอัญมณีสีสวยสด ส่วนบริเวณขานาฬิกาและคราวน์การ์ดประดับด้วยเพชร เรียกได้ว่า เป็นนาฬิกาที่โดดเด่นและเปล่งประกายในทุกมุมมอง
ข้อมูลทางเทคนิค

Spring – ฤดูใบไม้ผลิ
- ตัวเรือน: ไวท์โกลด์ 18 กะรัต
- หน้าปัด: หิน Chrysoprase หน้าปัดย่อยทำจาก Lepidolite
- หลักชั่วโมง: แซฟไฟร์สีม่วงเจียระไนทรงบาแก็ตต์ 8 เม็ด และแซฟไฟร์สีม่วงเจียระไนทรงสี่เหลี่ยม 3 เม็ด ขอบตัวเรือน: ประดับแซฟไฟร์สีม่วงเจียระไนทรงสี่เหลี่ยมคางหมู 36 เม็ด น้ำหนักรวมประมาณ 5.57 กะรัต
- ขาสายและคราวน์การ์ด: ประดับเพชรเจียระไนทรงบริลเลียนต์คัต 54 เม็ด
- กลไก: Calibre 4131 สำรองพลังงานประมาณ 72 ชั่วโมง
Summer – ฤดูร้อน
- ตัวเรือน: เอเวอร์โรสโกลด์ 18 กะรัต
- หน้าปัด: Turquoise หน้าปัดย่อยทำจาก Ruby Heart
- หลักชั่วโมง: แซฟไฟร์สีชมพูเจียระไนทรงบาแก็ตต์ 8 เม็ด และแซฟไฟร์สีชมพูเจียระไนทรงสี่เหลี่ยม 3 เม็ด
- ขอบตัวเรือน: ประดับด้วยแซฟไฟร์สีชมพูเจียระไนทรงสี่เหลี่ยมคางหมู 36 เม็ด น้ำหนักรวมประมาณ 4.32 กะรัต
- ขานาฬิกาและคราวน์การ์ด: ประดับด้วยเพชรเจียระไนทรงบริลเลียนต์คัต 54 เม็ด น้ำหนักรวมประมาณ 0.86 กะรัต
- กลไก: Calibre 4131 สำรองพลังงานประมาณ 72 ชั่วโมง


Autumn – ฤดูใบไม้ร่วง
- ตัวเรือน: เยลโลว์โกลด์ 18 กะรัต
- หน้าปัด: Mookaite หน้าปัดย่อยทำจาก Chrysoprase
- หลักชั่วโมง: ทัวร์มาลีนสีเขียวเจียระไนทรงบาแก็ตต์ 8 เม็ด และทัวร์มาลีนสีเขียวเจียระไนทรงสี่เหลี่ยม 3 เม็ด บนตัวเรือนทองคำสีเหลือง 18 กะรัต
- ขอบตัวเรือน: ประดับด้วยทัวร์มาลีนสีเขียวเจียระไนทรงสี่เหลี่ยมคางหมู 36 เม็ด น้ำหนักรวมประมาณ 4.32 กะรัต
- ขานาฬิกาและคราวน์การ์ด: ประดับด้วยเพชรเจียระไนทรงบริลเลียนต์ 54 เม็ด น้ำหนักรวมประมาณ 0.86 กะรัต
- กลไก: Calibre 4131 สำรองพลังงานประมาณ 72 ชั่วโมง
Winter – ฤดูหนาว
- ตัวเรือน: แพลตินัม 950
- หน้าปัด: บลูโอปอล หน้าปัดย่อยลาพิสลาซูรี
- หลักชั่วโมง: เพชรเจียระไนทรงบาแก็ตต์ 8 เม็ด และเพชรเจียระไนทรงสี่เหลี่ยม 3 เม็ด บนตัวเรือนทองคำขาว 18 กะรัต
- ขอบตัวเรือน: ประดับด้วยแซฟไฟร์เจียระไนทรงสี่เหลี่ยมคางหมู 36 เม็ด ไล่เฉดสีจากน้ำเงินสู่ชมพูฟูเชีย น้ำหนักรวมประมาณ 5.57 กะรัต
- ขานาฬิกาและคราวน์การ์ด: ประดับด้วยเพชรเจียระไนทรงบริลเลียนต์คัต 54 เม็ด น้ำหนักรวมประมาณ 0.86 กะรัต
- กลไก: Calibre 4131 สำรองพลังงานประมาณ 72 ชั่วโมง

รายได้สมทบทุนองค์กรการกุศลเพื่อโลกอันยั่งยืน
โดยนาฬิการุ่นพิเศษทั้งสี่เรือนจะนำออกประมูลแยกเป็น 4 รายการด้วยกัน โดยรายได้จากการประมูลจะนาไปสนับสนุนองค์กรสองแห่ง ได้แก่ มูลนิธิ Federer Foundation ที่ก่อตั้งโดย Roger Federer ซึ่งสนับสนุนการเรียนรู้ในช่วงปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐานสาหรับเด็กในแอฟริกาตอนใต้และประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และองค์กร Re:wild ที่มีนักแสดงฝีมือฉกาจอย่าง Leonardo DiCaprio เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง โดยเป็นองค์กรที่มุ่งปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศธรรมชาติทั่วโลก
ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทที่มีต่อโลกแห่งเรือนเวลาของ Rolex และความมุ่งมั่นในการดำรงรักษาโลกใบนี้ให้เป็นแหล่งพักพิงอันยั่งยืนของมนุษย์สืบไป ตามวิสัยทัศน์ของ Rolex
“ความเป็นเลิศที่แท้จริงไม่ได้วัดจากคุณภาพของผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังวัดจากผลกระทบเชิงบวกที่เราสามารถสร้างขึ้นให้กับโลกใบนี้ได้อีกด้วย
Jean-Frédéric Dufour ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Rolex SA
การประมูลจะจัดขึ้น ณ กรุงลอนดอน ในวันจันทร์ที่ 28 กันยายนนี้ โดยสถาบัน Phillips เป็นผู้ดำเนินการ
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:
Rolex ฉลองตำนานแห่งความเป็นเลิศของตัวเรือน Oyster ด้วยนาฬิกา 8 รุ่นใหม่ ในงาน Watches and Wonders 2026
จุดเริ่มต้นตำนาน: Rolex ‘Rainbow Zenith’ Daytona ที่หาได้เพียงเรือนเดียวในโลก
Oyster Perpetual Datejust บันทึกแห่งความเชี่ยวชาญเหนือกาลเวลา

