นี่คือนาฬิกาเรือนแรกที่ฝังเพชรบน Balance Wheel กับ Jacob & Co. Brilliant Flying Tourbillon Baguette Pastel Arlequino

Date:

เมื่อ Jacob & Co. เอาเพชรไปวางบนชิ้นส่วนที่ห้ามยุ่งที่สุดในกลไกนาฬิกา ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร?

ครั้งหนึ่งเราเคยมีโอกาสได้พูดคุยกับช่างทำนาฬิกาชาวสวิสคนหนึ่ง แล้วประโยคที่เขาย้ำบ่อยจนจำขึ้นใจคือ “อย่าไปยุ่งกับ Balance Wheel” ชิ้นส่วนวงกลมเล็กๆ ที่หมุนสลับไปมานี่แหละคือหัวใจของการรักษาเวลา เพียงแค่น้ำหนักจากฝุ่นจับนิดเดียว หรืออัตราถ่วงน้ำหนักคลาดเคลื่อนไปแม้แต่เสี้ยวไมครอน ค่า Moment of Inertia ก็สามารถรวนจนนาฬิกาเดินเพี้ยนไปหลายนาทีเลยทีเดียว

ถ้าย้อนกลับไปในช่วงยุค 1820s ก็เคยมีช่างนาฬิกายุคโบราณเคยลองเอาเพชรไปฝังบนจักรกรอกดูเหมือนกันนะ แต่ว่าในสมัยนั้นมักจะใช้นาฬิการะบบ Cylinder Escapement ซึ่งการเดินคลาดเคลื่อนวันละ 2-3 นาที ฟังดูแล้วก็ถือเป็นเรื่องปกติ แต่พอเข้าสู่อยุคนาฬิการ่วมสมัยที่วัดความเที่ยงตรงกันระดับวินาที ความคิดเรื่องการเอาอัญมณีไปประดับบน Regulating Organ เลยก็ถูกพับเก็บเข้ากรุไปยาวนานเกือบสองร้อยปี ช่างจิวเวลรี่อยากฝังเพชรตรงไหนก็ฝังไป บนขอบเบเซิล หน้าปัด สะพานกลไก หรือโรเตอร์ แต่แค่เว้นจักรกรอกไว้ชิ้นหนึ่งก็พอ

จนกระทั่งเราได้เห็นสเปกเรือนใหม่ล่าสุดของ Jacob & Co. อย่าง Brilliant Flying Tourbillon Baguette Pastel Arlequino แล้วเจอรายละเอียดบรรทัดหนึ่งที่ทำให้ต้องหยุดอ่านซ้ำๆ 

Balance Wheel set with 54 Brilliant-cut Diamonds

ต้องบอกว่าการประดับเพชร 54 เม็ดลงบนจักรกรอกโดยไม่เสียมาตรฐานความเที่ยงตรง ไม่ใช่แค่เรื่องของการเอาอัญมณีไปติดนะ แต่มันคือโจทย์ฟิสิกส์เชิงกล ที่เพชรทุกเม็ดจะต้องผ่านการคัดขนาด เจียระไน และต้องอาศัยการคำนวณน้ำหนักลงบนโครงสร้างก้านจักรอย่างแม่นยำ เพื่อให้จุดศูนย์ถ่วงของ Balance Wheel สมดุลสมบูรณ์แบบที่สุด

เมื่อกลไกอัตโนมัติ Caliber JCFA02 เริ่มทำงาน ตัว Flying Tourbillon ก็จะหมุนครบรอบทุก 60 วินาที ในขณะที่จักรกรอกที่ประดับเพชรก็จะแกว่งด้วยความถี่ 3Hz (21,600 ครั้งต่อชั่วโมง) การเคลื่อนที่สองจังหวะที่ซ้อนทับกันอยู่ จะทำให้แสงที่ตกกระทบเม็ดเพชรสะท้อนวูบวาบจนดูเหมือนวงแหวนแสงลอยได้ ถือว่าเป็นวิศวกรรมการจัดวางแสงที่แยบยลและมีจังหวะของตัวเองมากๆ 

อีกจุดที่น่าสังเกตคือการเลือกใช้โทนสีอัญมณี เพราะปกติแล้วเรือนเวลาระดับ High Jewelry ก็มักพึ่งพาพลอยสีเข้มจัด อย่างไพลินน้ำงาม มรกตสด หรือทับทิมสีเข้ม เพราะพลอยสีเข้มช่วยอำพรางรอยร้าวหรือตำหนิตามธรรมชาติได้ดีกว่า แต่เรือนนี้กลับเลือกทางตรงกันข้ามด้วยการใช้พลอยโทน Pastel ทำให้ดูละมุนๆ ดูนุ่มนวลมากขึ้น

จริงๆ แล้วการใช้พลอยสีอ่อนมักเสี่ยงต่อการเปิดเผยทุกอย่าง เพราะถ้าอัญมณีมีตำหนิแม้แต่นิดเดียว สายตาจะมองเห็นทันที ยิ่งเป็นการฝังแบบ Invisible Setting ทั้งหมด 366 เม็ดรอบเรือน (แทบมองไม่เห็นเนื้อโลหะยึดเกาะ) ยิ่งต้องคัดเกรดพลอยเฉดพาสเทลให้มีระดับความใสและน้ำหนักสี (Tone) เท่ากันทั้งหมด ซึ่งยากพอตัว

ในส่วนของการจัดวางสีแบบ Arlequino ที่ได้แรงบันดาลใจจากชุดลายข้าวตัดของตัวละครละครเวทีอิตาลี Arlecchino ก็ไม่ได้ใช้วิธีไล่เฉดสีเนียนๆ เขาวางสีเขียวชนสีฟ้า วางสีม่วงลาเวนเดอร์ชนสีชมพู เป็นการวางสีขั้วตรงข้ามไว้ติดกันโดยอาศัยความสม่ำเสมอของน้ำหนักโทนสีพาสเทลมาร้อยเรียงให้ดูสบายตา

สัดส่วนตัวเรือนไวท์โกลด์ 18K นั้นมาพร้อมขนาด 42 มม. หนา 11.61 มม. ก็ถือว่ากำลังพอดีสำหรับเรือนเวลาตระกูล Brilliant แหละ ไม่ได้ดูหนาเทอะทะจนเกินไปเมื่ออยู่บนข้อมือ ส่วนกลไกด้านหลังมองเห็นสะพานเครื่องที่ฝังเพชรไว้อีก 234 เม็ด จะมาพร้อมกับระบบ Micro-rotor ที่ช่วยสำรองพลังงานได้ 72 ชั่วโมง เพียงพอต่อการใช้งานสบายๆ

และแน่นอนว่าผลงานชิ้นนี้ผลิตขึ้นแบบ Pièce Unique เรือนเดียวในโลกเท่านั้น แต่เรามองว่าสิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เรื่องตัวเลขราคา แต่คือการที่ Jacob & Co. ได้ย้อนกลับไปหยิบโจทย์ที่วงการนาฬิการ่วมสมัยเคยเลี่ยงที่จะทำ แล้วนำมาแก้ไขด้วยเทคนิคการผลิตยุคใหม่ ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายดี และเป็นการตั้งคำถามและหาคำตอบให้กับขีดจำกัดของเรือนเวลาได้อย่างน่าติดตาม 

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ชื่อรุ่น: Brilliant Flying Tourbillon Baguette Pastel Arlequino (Pièce Unique – มีเรือนเดียวในโลก)
  • ตัวเรือน: ไวท์โกลด์ 18K ขนาด 42 มม. หนา 11.61 มม. กันน้ำ 30 เมตร ประดับแบบ Invisible Setting ด้วยแซฟไฟร์ทรง Baguette โทนสีพาสเทล 194 เม็ด (~11.03 กะรัต) และเพชรขาว 32 เม็ด (~1.67 กะรัต) เม็ดมะยมประดับแซฟไฟร์ 12 เม็ด (~1.08 กะรัต) และเพชรขาว 1 เม็ด (~0.04 กะรัต)
  • หน้าปัด: ประดับแบบ Invisible Setting ด้วยแซฟไฟร์ทรง Baguette โทนสีพาสเทล 139 เม็ด (~6.05 กะรัต) และเพชรขาว 23 เม็ด (~0.81 กะรัต) เข็มชี้ทรงใบไม้ (Leaf) เคลือบโรเดียม
  • ฟังก์ชั่น: แสดงชั่วโมง และนาที
  • กลไก: ขึ้นลานอัตโนมัติ Caliber JCFA02 พร้อม Micro-rotor และ Flying Tourbillon ความถี่ 21,600 ครั้ง/ชม. (3 Hz) สำรองพลังงาน 72 ชั่วโมง ชิ้นส่วน 184 ชิ้น ทับทิม 27 เม็ด แท่นเครื่องประดับเพชร Brilliant-cut 234 เม็ด (~0.69 กะรัต) และวง Balance Wheel ประดับเพชร Brilliant-cut 54 เม็ด
  • สาย: สายหนังจระเข้ (Alligator)

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Rolex ร่วมกับสถาบัน Phillips เปิดประมูล Cosmograph Daytona รุ่นพิเศษ ที่ได้แรงบันดาลใจจาก 4 ฤดูกาล
Louis Vuitton เผยโฉม Tambour Spin Time 5 รุ่นใหม่ในคอลเลกชันถาวร ที่ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันเมื่อปีที่แล้ว
Hermès Arceau Cheval Natté นาฬิกาที่ถักทอเส้นด้ายไหมเป็นงานศิลป์บนหน้าปัด

Share post:

More like this

Arceau Samarcande กับศิลปะการเล่นซ่อนแอบกับกลไกชั้นสูงในแบบฉบับของ Hermès

หน้าปัด Openwork ฉลุช่องรูปหัวม้าแอบซ่อนกลไกมินิตรีพีทเตอร์อันล้ำเลิศ ถ้าพูดถึงงานเรือนเวลาเผยกลไกในรูปแบบสเกเลตันและโอเพนเวิร์ก เมซง Hermès Horloger ถือเป็นหนึ่งในเมซงที่สามารถผลิตผลงานเรือนเวลาในรูปแบบดังกล่าวได้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบที่มองแวบแรกก็สามารถระบุได้เลยว่านี่คือผลงานของ Hermès แน่นอน...

Louis Vuitton เผยโฉม Tambour Spin Time 5 รุ่นใหม่ในคอลเลกชันถาวร ที่ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันเมื่อปีที่แล้ว

ยลโฉมคอลเลกชัน Tambour Spin Time ประจำปี 2026 จาก Louis Vuitton ที่ผสานกลไกจั๊มป์อورดอันเป็นเอกลักษณ์เข้ากับสีสันสดใหม่ ทั้งหน้าปัดโอปอล์ออสเตรเลีย, สีเขียวมะกอก, ฟ้า Spin Time Air, Antipode และฟลายอิ้งทูร์บิญองหน้าปัดแซลมอนในตัวเรือนแพลตตินัม

NOMOS Orion Gold Neomatik “New Black” นิยามใหม่ของเดรสวอทช์ความเรียบหรูระดับไฮเอนด์ 

NOMOS Glashütte เปิดตัว Orion Gold Neomatik “New Black” เดรสวอทช์ตัวเรือนทองคำแท้ 18k ขนาด 36.4 มม. จับคู่หน้าปัดสีดำ Galvanised และกลไกอินเฮาส์แบบบางพิเศษ DUW 3001 สำรองพลังงาน 43 ชั่วโมง มอบความเรียบหรูสไตล์มินิมอลเยอรมันอย่างแท้จริง

Girard-Perregaux ต่อยอดการฉลองครบรอบ 50 ปี โมเดล Laureato ด้วย Laureato Fifty Tourbillon Micro-Rotor 39 m

นอกจากขนาดตัวเรือนที่เล็กลงแล้วยังยกระดับไปอีกขั้นด้วยทูร์บิญองและไมโครโรเตอร์ เราได้เห็นพัฒนาการของนาฬิกาสปอร์ตหรูรุ่น Laureato จาก Girard-Perregaux อย่างต่อเนื่อง และในปีที่ 50 ของนาฬิการะดับไอคอนิกรุ่นนี้เราก็ได้เห็น การปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยพร้อมกับการก้าวไปอีกขั้นของ...