Girard-Perregaux ต่อยอดการฉลองครบรอบ 50 โมเดล Laureato ด้วย Laureato Fifty Tourbillon Micro-Rotor 39 m

Date:

นอกจากขนาดตัวเรือนที่เล็กลงแล้วยังยกระดับไปอีกขั้นด้วยทูร์บิญองและไมโครโรเตอร์

เราได้เห็นพัฒนาการของนาฬิกาสปอร์ตหรูรุ่น Laureato จาก Girard-Perregaux อย่างต่อเนื่อง และในปีที่ 50 ของนาฬิการะดับไอคอนิกรุ่นนี้เราก็ได้เห็น การปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยพร้อมกับการก้าวไปอีกขั้นของ Laureato โดยเฉพาะในรุ่น Laureato Fifty ที่ออกมาเพื่อฉลองครบรอบ 5 ทศวรรษของนาฬิการุ่นนี้โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น การใช้วัสดุแบบทูโทนที่เป็นหวนรำลึกถึงอดีต การปรับขนาดตัวเรือนให้ตอบรับกับความนิยมในยุคปัจจุบัน และล่าสุด Laureato Fifty ก็ยังไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเองด้วยขนาดที่เล็กลง กับความท้าทายด้านกลไกที่เหนือชั้นยิ่งกว่า ใน Laureato Fifty Tourbillon Micro-Rotor 39 m 

เอกลักษณ์ของแบรนด์ในบริบทใหม่

Laureato Fifty รุ่นใหม่ล่าสุดยังคงนำเอกลักษณ์ของเมซงเก่าแก่อย่าง Girard-Perregaux มาประยุกต์ใช้ได้อย่างกลมกล่อม นับตั้งแต่สะพานจักรทรงลูกศรทั้งสาม  ทูร์บิญองรูปทรงพิณที่นำมาใช้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 หน้าปัด Grand Feu อีนาเมลสีน้ำเงินโปร่งแสง ที่ใช้มาตั้งแต่ยุคสมัยที่ Jean-François Bautte เริ่มก่อตั้งแบรนด์ในช่วงต้นทศวรรษ 1790 ผสานเข้ากับโครงสร้างตัวเรือนของ Laureato ที่แจ้งเกิดในปี 1975 

แต่องค์ประกอบอันเป็นเอกลักษณ์ที่เห็นได้ชัดเจนว่ามีการนำมาใช้มากขึ้นในโมเดลล่าสุด คือ ลวดลาย Clous de Paris ที่นอกจะใช้บนหน้าปัดอีนาเมลแล้ว ยังนำมาใช้บนสะพานจักรไวท์โกลด์ 2 ชิ้น เพื่อเชื่อมโยงดีไซน์ทั้งด้านหน้าและด้านหลังให้สอดคล้องต่อเนื่องกันในทุกมุมมอง 

กลไกที่เหนือชั้นไปอีกขั้น

เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว Girard-Perregaux ได้เปิดตัวกลไกคาลิเบอร์ใหม่ถึง 4 คาลิเบอร์ด้วยกัน ซึ่งมีตั้งแต่กลไกไขลานอัตโนมัติไปจนถึงกลไกระดับแกรนด์คอมพลิเคชัน หนึ่งปีผ่านไปกลไกคาลิเบอร์ใหม่   GP8410 ได้เข้ามาเสริมทัพด้วย ด้วยการผสานกลไกทูร์บิญองรุ่นใหม่เข้ากับไมโครโรเตอร์ ที่สำรองพลังงานได้ 72 ชั่วโมง 

นับเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดไปอีกขั้นด้วยการบรรจุกลไกชั้นสูงเข้ากับตัวเรือนขนาดเพียง 39 มม. ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้สวมใส่นาฬิกาในสมัยใหม่ที่ไม่ได้มองว่า นาฬิกาสามารถจำแนกแบ่งประเภทได้ด้วยขนาดตัวเรือน และยังใส่ใจในเรื่องราวของมรดกอันงดงามที่มีกลิ่นอายของอดีตบรรจุอยู่ 

ข้อมูลทางเทคนิค

  • รหัส: 99116-11-3528-1CM และ 99116-11-3615-1CM
  • กลไก: ไขลานอัตโนมัติ พร้อมไมโครโรเตอร์ผลิตจากแพลตินัมและโรสโกลด์ สำรองพลังงาน 72 ชั่วโมง
  • ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล ขนาด 39 มม. กันน้ำได้ 50 เมตร
  • หน้าปัด: สีน้ำเงิน หรือทองคำ 18 กะรัต ตกแต่งด้วยลวดลาย Clous de Paris
  • สาย: สเตนเลสสตีลแบบบานพับสามทบ พร้อมระบบปรับความยาวเพิ่มเติม 4 มม.

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

Trilobe เปิดความสร้างสรรค์ด้วยเรือนเวลารุ่นพิเศษ “Château Trente-Deux” 

Hublot เปิดตัว Big Bang Original Soft Touch ในงาน Geneva Watch Days 2026 

การกลับมาของ Gallet ในวาระครบรอบ 200 ปี

Share post:

More like this

เบื้องหลังบรรยากาศอันมีชีวิตชีวาของมหกรรมนาฬิกาแห่งปีใน Geneva Watch Days 2026 แล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากงานนี้?

Geneva Watch Days 2026 สร้างสถิติใหม่ด้วย 71 แบรนด์ชั้นนำ และเปิดตัวเรือนเวลาใหม่เกือบ 400 เรือน ต้อนรับนักสะสมและผู้หลงใหลในเรือนเวลากว่า 2,500 คน พร้อมระดมทุนการกุศลกว่า 115,500 ฟรังก์สวิส เพื่อสนับสนุนคนทำนาฬิการุ่นใหม่

การปรับโฉมครั้งใหม่ของนาฬิกาแข่งระดับตำนานกับ TAG Heuer Carrera Chronograph Sport 42 มม. รุ่นใหม่

TAG Heuer เผยโฉม Carrera Chronograph Sport รุ่นใหม่ที่ปรับสัดส่วนตัวเรือนลงเหลือ 42 มม. เพื่อความเพรียวบางและสวมใส่สบายยิ่งขึ้น พร้อมหน้าปัดดีไซน์ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยกลไกอินเฮาส์ Calibre TH20-00 สำรองพลังงาน 80 ชั่วโมง มีให้เลือกถึง 5 เวอร์ชัน

Hermès Arceau Cheval Natté นาฬิกาที่ถักทอเส้นด้ายไหมเป็นงานศิลป์บนหน้าปัด

แอร์เมส (Hermès) เผยโฉม Arceau Cheval Natté เรือนเวลารุ่นใหม่ที่ผสานงานถักทอเส้นด้ายไหมเกือบ 400 เส้นเข้ากับศิลปะการลงยาและการประดับเพชร เกิดเป็นลวดลายหัวม้าเรขาคณิตสุดงดงาม ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ H1912 ผลิตจำนวนจำกัดเพียงเวอร์ชันละ 24 เรือนทั่วโลก

ทำไม Czapek ถึงยอมกลับมาปักหลักที่เดิมในเจนีวา? พร้อมส่อง 2 รุ่นลิมิเต็ดเอาใจคนรักนาฬิกา

พาไปหาคำตอบว่าทำไม Czapek & Cie ถึงเลือกย้อนกลับสู่จุดเริ่มต้น ณ นครเจนีวา พร้อมเจาะลึกคอนเซปต์บูติกใหม่ไร้เคาน์เตอร์กั้น และเผยความพิเศษของ 2 เรือนเวลารุ่นจำกัดอย่าง Quai des Bergues "Midnight in Geneva" และ Place Vendôme Complicité Glacier Blue ที่สายสะสมไม่ควรพลาด