Piaget Watches and Wonders 2026: มนต์เสน่ห์หินสีและลาย Gadroon แห่งยุค 60s

Date:

เมื่อความบางเฉียบระดับสถิติโลกบรรจบกับงานศิลป์จากอัญมณีธรรมชาติ

งาน Watches and Wonders 2026 ปีนี้ Piaget พาเราย้อนกลับไปดื่มด่ำกับรากเหง้าความหรูหราในยุค 60s ที่เคยประกาศก้องว่านาฬิกาคือเครื่องประดับชั้นสูง โดยการนำเอาหินสี (Ornamental Stones) และลวดลาย Gadroon (ลายสลักร่องนูน) ที่เป็นซิกเนเจอร์กลับมาเล่าใหม่ในแบบที่ดูร่วมสมัยแต่ยังคงความประณีตระดับงานคราฟต์ที่หาตัวจับยาก

นาฬิกา Piaget Polo 79 ขนาด 38 มม. ตัวเรือนไวท์โกลด์ 18K ขัดเงาแบบซาตินและเซาะร่องขัดมัน หน้าปัดไวท์โกลด์ 18K เซาะร่องขัดมัน และกระจกโซดาไลต์

Piaget Polo Signature 

เสน่ห์ของลาย Gadroon ที่เคยทำให้รุ่น Polo ปี 1979 กลายเป็นไอคอนบนข้อมือของเหล่าเซเลบริตี้ระดับโลก ถูกนำมาตีความใหม่ในคอลเลกชั่นปี 2026 นี้ โดยมีรุ่นไฮไลต์อย่าง Polo 79 ตัวเรือนไวท์โกลด์ที่มาพร้อมหน้าปัดหินโซดาไลต์ (Sodalite) สีน้ำเงินอมเทา ซึ่งเป็นครั้งแรกที่หินชนิดนี้มาปรากฏตัวบนตระกูล Polo ยุคใหม่

นาฬิกา Piaget Polo Signature ขนาด 36 มม. ตัวเรือนเหล็ก ขอบตัวเรือนประดับเพชร หน้าปัดสีเงินสลักลายซิกเนเจอร์ ขัดเงา และประดับเพชรเจียระไนทรงกลม 36 เม็ด (Revolution©)

นอกจากนี้ลวดลาย Gadroon ยังถูกส่งต่อไปยังรุ่น Polo Date ที่มาในคอนเซปต์นาฬิกาคู่ โดยรุ่น 36 มม. ประดับเพชร 96 เม็ดมาพร้อมสายยางสีเบจ ส่วนรุ่น 42 มม. มาในโทนสีเขียวกากีสุดเท่ และยังมีรุ่น Polo Signature อื่นๆ ที่ครอบคลุมทั้งตัวเรือนสตีล โรสโกลด์ และแบบประดับอัญมณี เรียกว่าเป็นการขยายจักรวาล Polo ให้ใส่ได้สนุกในทุกๆ วัน

นาฬิกา Piaget Polo Signature (Ref. G0A51012) ตัวเรือนเหล็ก นำเสนอดีไซน์ที่เรียบหรูและเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ด้วยลวดลาย gadroon จับคู่กับหน้าปัดสีเงินและสายยางสีเขียว (Revolution©)
นาฬิกา Piaget Sixtie (29 มม.) ตัวเรือนโรสโกลด์ 18K หน้าปัดควอตซ์สีน้ำเงิน สายหนังจระเข้สีน้ำเงิน และนาฬิกา Piaget Sixtie (29 มม.) ตัวเรือนโรสโกลด์ 18K หน้าปัดสีเงินขัดเงาแบบซาติน สายหนังจระเข้สีน้ำเงินเข้าชุดกัน (Revolution©)

Piaget Sixtie on Strap 

นาฬิกาจิวเวลรี่ทรงคางหมูที่เคยสร้างเสียงฮือฮาเมื่อปีก่อน กลับมาอีกครั้งในเวอร์ชันสายหนังจระเข้สีน้ำเงินเข้มที่ช่วยขับเน้นตัวเรือนโรสโกลด์ให้ดูเด่นขึ้นกว่าเดิม มีให้เลือกสองสไตล์คือ หน้าปัดสีเงินขัดลาย Solar Satin-brushed ที่ดูคลีนและคลาสสิก กับหน้าปัดหินบลูควอตซ์ (Blue Quartz) ที่ท้าทายฝีมือช่างด้วยการฝนหินให้บางเพียง 0.4 มม. โดยไม่ให้แตกหัก ซึ่งทำให้หน้าปัดแต่ละเรือนมีลวดลายเฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำกันเลย

สร้อยคอ Piaget Swinging Pebbles ทำจากหินเวอร์ไดต์ หินปีเตอร์ไซต์ และหินตาเสือ แต่ละเส้นแกะสลักจากหินประดับชิ้นเดียว และห้อยจากโซ่ทองคำที่ทำด้วยมือ

Swinging Pebbles 

สำหรับใครที่มองหาความต่างระดับไฮเอนด์ Swinging Pebbles คือคำตอบที่ตะโกนคำว่าศิลปะออกมาดังที่สุดในงานนี้ แบรนด์เลือกปัดฝุ่นผลงานระดับไอคอนอย่างนาฬิกาสร้อยคอ (Swinging Sautoirs) ที่เคยสร้างแรงสั่นสะเทือนมาแล้วในปี 1969 ให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้งในฐานะเครื่องประดับที่บอกเวลาได้ โดยตัวเรือนทรงก้อนหินที่เรียบเนียนนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนาฬิกาพกคอลเลกชัน Kimono ในปี 1974 ซึ่งออกแบบมาให้มีรูปทรงออร์แกนิกและสัมผัสที่โค้งมนจนเราอยากจะหยิบขึ้นมาหมุนเล่นในอุ้งมือ

ความเหนือชั้นที่เป็นหัวใจหลักคือการแกะสลักหินสี (Ornamental Stones) ทั้งชิ้นเพื่อทำเป็นจี้ห้อยคอ โดยที่ตัวเรือน หน้าปัด และโครงสร้างทั้งหมดถูกสร้างขึ้นจากหินก้อนเดียวแบบไร้รอยต่อ มีให้เลือก 3 ชนิดคือ หินตาเสือ (Tiger’s Eye) เวอไดต์ (Verdite) และปีเตอร์ไซต์ (Pietersite) ซึ่งแต่ละชนิดให้แสงเงาและลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ช่างฝีมือต้องใช้วิธีขุดเจาะเนื้อหินจากภายในเพื่อวางกลไกนาฬิกาลงไปแล้วผนึกไว้อย่างมิดชิด ก่อนจะนำไปแขวนกับสายโซ่ทองคำถักมือที่เป็นงานคราฟต์เฉพาะตัวของ Piaget ซึ่งให้ความพริ้วไหวและเล่นกับแสงได้อย่างน่าอัศจรรย์

Piaget Watches and Wonders 2026

ในยุคที่ทุกคนหมกมุ่นอยู่กับการใส่นาฬิกาบนข้อมือ การมีวัตถุที่เชื่อมโยงเราเข้ากับกาลเวลาผ่านการหยิบจับและสัมผัสความเย็นของหินธรรมชาติจึงเป็นความรื่นรมย์ที่แปลกใหม่ การผสานกันอย่างกลมกลืนระหว่างทองคำ หินสี และกลไกบอกเวลา คือบทสรุปที่ชัดเจนที่สุดว่า Piaget ก้าวไปไกลกว่าคำว่าช่างนาฬิกา แต่คือผู้เชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์เสรีภาพแห่งงานดีไซน์ที่ไม่มีใครเลียนแบบได้จริง ๆ

Altiplano Ultimate Concept Tourbillon 

ปิดท้ายด้วยความสุดยอดทางวิศวกรรมกับนาฬิกาทัวร์บิญองที่บางที่สุดในโลกเพียง 2 มม. ซึ่งในปี 2026 นี้ Piaget ก้าวไปอีกขั้นด้วยการฝังหินสีลงไปในโครงสร้างที่บางเฉียบระดับสถิติโลก กระบวนการประกอบต้องใช้เข็มขนาดเล็กเพียง 0.15 มม. และความแม่นยำระดับที่เห็นแล้วต้องกลั้นหายใจ มีหินให้เลือก 4 ชนิด ทั้งหินตาเสือ, โซดาไลต์, หยก และออนิกซ์ พร้อมบริการสั่งทำพิเศษ (Bespoke) ที่สะท้อนถึง Style Selector บริการในตำนานของแบรนด์ช่วงยุค 60s

ตัวเรือนอัลลอยโคบอลต์สีน้ำตาลขนาด 41.5 มม. บรรจุกลไกไขลานแบบแมนนวลบางเฉียบรุ่น 970P-UC ของ Piaget Manufacture Tourbillon ซึ่งเป็นกลไกหลักของนาฬิกา Altiplano Ultimate Concept Tourbillon

มุมมองส่วนตัวการกลับมาของ Piaget ในปีนี้เป็นการตอกย้ำว่า “ความบาง” และ “อัญมณี” คือดีเอ็นเอที่ไม่มีใครเลียนแบบได้ การที่แบรนด์เลือกใช้หินสีธรรมชาติมาผสานกับกลไกที่ซับซ้อนระดับโลกในตัวเรือนที่บางเฉียบ มันแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในฝีมือช่างของตัวเองอย่างที่สุด นาฬิกาชุดนี้จึงไม่ใช่แค่เครื่องบอกเวลา แต่เป็นจดหมายรักจากอดีตที่ถูกเขียนใหม่ด้วยภาษาของอนาคต เป็นความหรูหราที่ไม่ได้ตะโกนเสียงดัง แต่ทรงพลังด้วยรายละเอียดและจิตวิญญาณแห่งศิลปะอย่างแท้จริง

ข้อมูลทางเทคนิค
รุ่นนาฬิกาตัวเรือนหน้าปัดกลไกสาย
Polo 79 Signatureไวท์โกลด์ 18K
(ลาย Gadroon)
หินโซดาไลต์ (Sodalite) สีน้ำเงินอมเทาManufacture Ultra-thinไวท์โกลด์ลาย Gadroon
แบบ Integrated
Sixtie on Strapโรสโกลด์ 18K ทรงคางหมูบลูควอตซ์ (บาง 0.4 มม.) / Silver Solar SatinManufacture Mechanicalหนังจระเข้สีน้ำเงินเข้ม
Swinging Pebblesหินแกะสลักชิ้นเดียว (Tiger’s Eye / Verdite / Pietersite)หินสีชนิดเดียวกับตัวเรือนManufacture Mechanicalสร้อยคอทองคำถักมือ (Sautoir)
Altiplano Ultimate Concept Tourbillonวัสดุอัลลอยด์พิเศษ (หนารวมเพียง 2 มม.)ฝังหินสี (Tiger’s Eye / Sodalite / Jade / Onyx)Calibre 900P-UC (Integrated)สายหนังหรือสายผ้าเทคนิคพิเศษ

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม

Rolex ฉลองตำนานแห่งความเป็นเลิศของตัวเรือน Oyster ด้วยนาฬิกา 8 รุ่นใหม่ ในงาน Watches and Wonders 2026
Roger Dubuis ในงาน Watches & Wonders 2026: เมื่อดาราศาสตร์บรรจบกับศิลปะแห่งเรือนเวลาชั้นสูง
TUDOR 100th Anniversary ฉลองศตวรรษแห่งความแกร่งในงาน Watches and Wonders 2026 

Share post:

More like this

Arnold & Son เผยโฉมทูร์บิญองรุ่นบางเฉียบ Ultrathin Tourbillon Onyx Edition อีกหนึ่งรุ่นในงาน Watches and Wonders 2026  

ทรงพลังด้วยหน้าปัดหินออนิกซ์เนื้อแมตต์ มาในสองวัสดุเรดโกลด์ 5N และแพลตินัม หลังจากเผยโฉม HM Pietersite นาฬิกาหน้าปัดหินแร่หายากมาเป็นทีเซอร์ก่อนเริ่มต้นเข้าสู่งาน Watches...

Angelus ส่ง Tinkler 1958 การตีความใหม่ของนาฬิกาควอเตอร์-รีพีทเตอร์อันเป็นมรดกของแบรนด์ร่วมแสดงในงาน Watches and Wonders 2026

ตอกย้ำความชำนาญในการผลิตกลไกขานบอกเวลาด้วยเสียงที่อยู่คู่กับ Angelus มาตั้งแต่ปี 1891  จุดกำเนิดแห่งเสียงบอกเวลา บางคนอาจจะไม่รู้ว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ Angelus ที่เราคุ้นเคยกับนาฬิกา Dress Watch...

Jacob & Co. Bugatti Tourbillon Sapphire Crystal: ความบ้าพลังขั้นสุดในโลกนาฬิกาจักรกลคือการยกเครื่องยนต์ V16 มาไว้บนข้อมือ

Jacob & Co. สร้างปรากฏการณ์ความบ้าพลังในงาน W&W 2026 ด้วย Bugatti Tourbillon Sapphire Crystal ตัวเรือนแซฟไฟร์ที่ใช้เวลาเจียระไนกว่า 800 ชั่วโมง โชว์กลไก V16 Automaton และทูร์บิญองที่หมุนเร็วที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา

De Bethune Watches and Wonders 2026: เมื่อเทคโนโลยีอวกาศถูกย่อส่วนมาไว้บนข้อมือ

De Bethune ปฏิวัติงานดีไซน์ปี 2026 ด้วยการรีดขนาดตัวเรือนให้เล็กลงแต่ยังคงอัดแน่นด้วยนวัตกรรมดาราศาสตร์ พบกับ DB25Vxs Silver Moon งานคลาสสิกสุดอ่อนช้อย และ DB28xs Dark Sand จักรกลสุดดุดันจากวัสดุเซอร์โกเนียม