เรียนรู้ความเป็นมาและวิวัฒนาการของ Freak ภายในบรรยากาศสุดล้ำ
ถ้าถามว่า นาฬิกาที่มีหน้าตาแตกต่างสุดขั้ว และยังมีฟังก์ชันการบอกเวลาที่แปลกประหลาดกว่าใครเพื่อน ‘Freak’ นาฬิกาไร้เข็ม ไร้หน้าปัด และไร้เม็ดมะยม (ในบางรุ่น) คือชอยซ์แรกในใจอย่างไม่ต้องสงสัย ปี 2026 นี้ Freak อายุครบเบญจเพสพอดิบพอดี ส่วนแบรนด์นาฬิกาเก่าแก่อย่าง Ulysse Nardin ก็เดินทางมาถึงวาระครบรอบ 180 ปีเช่นกัน ทาง PMT The Hour Glass และแบรนด์ Ulysse Nardin จึงขอจัดงานฉลองครบรอบให้พร้อมๆ กัน โดยมาในรูปแบบปาร์ตี้บรรยากาศสุดล้ำ แต่ยังคงอัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ของแบรนด์และนาฬิการุ่นไอคอนที่นำเรื่องราวมาเล่าใหม่ในบริบทร่วมสมัย



บอกเล่าประวัติศาสตร์ในบริบทปัจจุบัน
เพื่อเป็นการถ่ายทอดนวัตกรรมทางวิศวกรรมอันล้ำสมัยของแบรนด์ Ulysse Nardin ทาง PMT The Hour Glass จึงได้แปลงโฉม Lecture Hall @ The Campus ภายในโรงแรม Grand Hyatt Erawan Bangkok ให้กลายเป็นห้องทดลองของ Ulysse Nardin ผ่านการจัดแสดงในโซนต่างๆ ที่เผยให้เห็นกลไกสุดล้ำ และแนวคิดเบื้องหลังการสร้างสรรค์นาฬิกาคอลเลกชัน Freak โดยละเอียด

พร้อมย้อนไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งแบรนด์ในโซน Freak Genesis ที่ถ่ายทอดเรื่องราวตลอด 180 ปีของแบรนด์ นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี 1846 โดย Ulysse Nardin ณ เมือง Le Locle ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องบอกเวลาทางทะเล (Marine Chronometer) ที่ได้รับความไว้วางใจจากกองทัพเรือกว่า 50 ประเทศทั่วโลก พร้อมรางวัลการันตีความเที่ยงตรงกว่า 4,300 รางวัล
ภายในโซนนี้เราจะได้ทำความรู้จักกับบุคคลผู้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของ Ulysse Nardin และได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับแบรนด์อย่าง Rolf Schnyder ผู้นำแนวคิดนอกกรอบ เขาเข้าซื้อกิจการ Ulysse Nardin ในปี 1983 และนำพาแบรนด์กลับมาอยู่ในสปอตไลต์อีกครั้งด้วยกลไกที่กล้าท้าทายกรอบ และ Dr. Ludwig Oechslin นักดาราศาสตร์และนักประดิษฐ์นาฬิกา ผู้สร้างผลงานระดับตำนานอย่าง Astrolabium Galileo Galilei และผู้เป็นกำลังสำคัญเบื้องหลังการถือกำเนิดของ Freak
Freak รุ่นแรกจนถึงรุ่นล่าสุด

แน่นอนว่า อีกหนึ่งโซนไฮไลต์ย่อมเป็นโซน ‘Freak Saga’ การจัดแสดงนาฬิกา Freak ตั้งแต่รุ่นแรกที่เปิดตัวในปี 2001 ไล่เรียงรุ่นต่างๆ ที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ไม่เคยหยุดนิ่งของนาฬิการุ่นนี้ มาจนถึง Freak One ที่คว้ารางวัล Iconic Watch Prize จาก Grand Prix d’Horlogerie de Genève (GPHG) ในปี 2023 มาจนถึงปี 2026 ที่ Freak ก้าวล้ำไปอีกขึ้นด้วยการเปิดตัว [Super] Freak ที่มาพร้อมนวัตกรรมล้ำสมัยที่ผ่านการจดสิทธิบัตรถึง 8 รายการ จนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนาฬิกาแบบ Time Only ที่มีความซับซ้อนทางวิศวกรรมมากที่สุดรุ่นหนึ่งในยุคปัจจุบัน


นอกจากนี้ยังมี Freak X รุ่นใหม่ที่มาในสามเวอร์ชันด้วยกัน ถือเป็น Freak เวอร์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันยิ่งขึ้น ด้วยตัวเรือนขนาด 41.5 มม. ทำจากสเตนเลสสตีลรีไซเคิล 80% กันน้ำได้ลึก 100 เมตร พร้อมติดตั้ง DIAMonSIL Escapement, Gold Micro-Rotor และระบบเปลี่ยนสายอย่างรวดเร็ว จัดว่าเป็น Freak เจเนอเรชันใหม่ที่นำเสนอนวัตกรรมล้ำสมัย และปรับตัวเข้ากับบริบทปัจจุบันได้อย่างลงตัวทีเดียว
ภายในงานเรายังได้พบกับหุ่น ‘Freaky’ ที่ออกมาทักทายทุกคน สร้างเสียงฮือฮาในหมู่ผู้มาร่วมงาน และทำให้สัมผัสได้ถึงนวัตกรรมของ Freak ที่ไม่มีวันหยุดนิ่งอยู่กับที่แต่พร้อมมุ่งหน้าสู่อนาคตอย่างไม่หยุดยั้ง
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:
Freak X Crystalium การกลับมาของความบ้าคลั่งที่ยังคงความ “Freaky”

