Challenge Purity Sapphire, Challenge K. Khachanov และอีกหลากรุ่นที่ท้าทายทุกสายตา



ไม่ใช่โอกาสง่ายๆ ที่จะได้สัมผัสคอลเลกชันหลากหลายจาก Cvstos แบรนด์นาฬิกาอิสระที่ก่อตั้งด้วยความหลงใหลในศาสตร์การผลิตนาฬิกาของ Sassoun Sirmakes ร่วมกับ Antonio Terranova นักออกแบบและผลิตเรือนเวลาผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ โดยทาง SHH Pendulum ได้เชิญ Stefan Kunz ซีอีโอของแบรนด์มาแนะนำนาฬิกาแต่ละรุ่นด้วยตัวเองเลยทีเดียว
เรือนเวลาของ Cvstos นั้นมีความโดดเด่นแทบทุกมุมไม่ว่าจะเป็น การเลือกใช้วัสดุอันแสนท้าทายฝีมือช่างนาฬิกาอย่างแซฟไฟร์ การออกแบบสะพานจักรที่มีเอกลักษณ์ การจัดวางเลย์เอาท์บนหน้าปัด และโครงสร้างสถาปัตยกรรมกลไกที่มีความงดงามเฉพาะตัว แต่ความชัดเจนของ Cvstos ย่อมเป็นการเลือกใช้ตัวเรือนทรงตอนโนในแทบทุกคอลเลกชันและสร้างสรรค์ด้วยหลายวัสดุ



รุ่นเด่นที่แสดงถึงตัวตนของแบรนด์ที่กล้าจะแตกต่างท้าทายสายตาน่าจะเป็น Challenge Purity Sapphire ที่นำแซฟไฟร์หลากสีมารังสรรค์เป็นตัวเรือนตอนโนโปร่งใสหลากสีสันเผยให้เห็นกลไกอินเฮ้าส์ CVS610 ได้อย่างชัดเจน รวมถึงสะพานจักรอะลูมิเนียมอโนไดซ์ที่ออกแบบได้ดูร่วมสมัยและมีเอกลักษณ์อย่างยิ่ง การเลือกเคลือบสีที่สอดคล้องกับสีแซฟไฟร์ของตัวเรือนทำให้เกิดความเชื่อมโยง และยังส่งเสริมให้ชุดกลไกที่ยึดโยงไว้กับตัวสะพานจักรดูโดดเด่น และกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกันกับดีไซน์ ความสปอร์ตถูกขับเน้นให้ชัดเจนด้วยตัวเลือกสาย Cordura® ที่มีน้ำหนักเบา คล่องตัวสูง เมื่ออยู่กับตัวเรือนแซฟไฟร์ใสสีสันต่างๆ ยิ่งมอบความรู้สึกเบาเหลือเชื่อในยามสวมใส่

และ Challenge K. Khachanov ที่ทางแบรนด์จับมือกับนักเทนนิสมือโปรชาวรัสเซีย ออกแบบนาฬิกาสปอร์ตหรูรุ่นลิมิเต็ด 100 เรือน ตัวเรือนคาร์บอนไฟเบอร์ให้ลวดลายไม่ซ้ำกันในแต่ละเรือน ภายในบรรจุกลไกอินเฮ้าส์แบบโอเพนเวิรก์ CVS610 จับคู่กับสายผ้า Cordura® ซึ่งเป็นนาฬิกาที่แข็งแกร่งและมีน้ำหนักเบาเพียงแค่ 50 กรัมเท่านั้น เป็นอีกรุ่นที่มีความเฉพาะตัวสูง ดูดุดันกว่ารุ่นตัวเรือนแซฟไฟร์ด้วยวัสดุตัวเรือนที่ดูเข้มขรึม ดูพร้อมลุยกับกิจกรรมหนักหน่วง แต่ก็ดูคล้ายคลึงกันด้วยรูปแบบของตัวเรือน และสะพานจักรเคลือบรูทีเนียมที่มีเส้นสายกราฟิกที่ดูเรียบง่ายแต่โฉบเฉี่ยว

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายรุ่นที่ได้ลองขึ้นข้อแล้วต้องบอกว่า ตัวเรือนตอนโนขนาดต่างๆ นั้นสามารถโอบรับข้อมือได้ดี การจัดวางเลย์เอาต์ของกลไกภายในของ Cvstos ก็ออกแบบมาให้กลไกโดดเด่นพอๆ กับตัวเรือนดีไซน์น่าจดจำ จัดเป็นนาฬิกาที่สร้าง conversation ได้อย่างดีเยี่ยม รุ่นที่โดดเด่นเรื่องการจัดวางเลย์เอาท์โครงสร้างกลไกคงจะต้องยกให้กับ Challenge Double Tourbillon ที่มาพร้อมฟลายอิ้งทูร์บิญองสองชุด ทำงานร่วมกันด้วยความถี่ 4 เฮิรตซ์ และมอบขุมพลังมหาศาลด้วยบาร์เรล 4 ชุด ด้วยกลไกที่เหมือนมีมากกว่าทูร์บิญองรุ่นธรรมดาไปอีกเท่าตัว ทำให้นาฬิการุ่นนี้มาในขนาดค่อนข้างใหญ่สักนิด (54 x 41มม.) ตัวเรือนมีทั้งแซฟไฟร์ เรดโกลด์ และไทเทเนียม การจัดวางโครงสร้างกลไกที่ติดตั้งทูร์บิญองสองชุดไว้ขนาบข้างกัน โดยมี differential ที่ติดตั้งการแสดงค่าวินาทีไว้ด้วยกันอยู่ด้านล่าง ทำให้เกิดเลย์เอาท์ที่แลดูคล้ายกับใบหน้าหุ่นจักรกลกำลังจ้องมองเราอยู่ เป็นเอกลักษณ์ของ Double Tourbillon ที่ดูหรูหราและดุดันรุ่นนี้

หรือ Jetliner ที่น่าจะถูกใจสาวๆ ด้วยขนาดตัวเรือนทรงตอนโนที่มีขนาด 36 มม. ที่รับกับข้อมือเพรียวบาง และมีทางเลือกสีที่หลากหลายตั้งแต่โทนสี neutral ไปจนถึงสีสดใส ไล่ระดับความหรูไปจนถึงรุ่นประดับอัญมณีหลากสี หน้าปัดสเกเลตันทำให้ดูมีมิติลึก และมีรายละเอียดชวนมอง แต่การอ่านค่าเวลาทำได้อย่างง่ายดาย ด้วยหลักชั่วโมงเคลือบ Super-Luminova และออกแบบให้ดูกึ่งลอยตัวอยู่บนหน้าปัดเปลือยโครงสร้างได้อย่างลงตัว
ใครที่ชื่นชอบนาฬิกาตัวเรือนทรงตอนโนหรือถังเบียร์ ที่โอบรับข้อมือได้ดีในทุกขนาด ชื่นชอบในดีไซน์ที่ไม่เกรงสายตาใคร และอยากมองหานาฬิกาที่ใครเห็นเป็นต้องทัก แวะมาชมคอลเลกชันของ Cvstos ได้ที่ SHH Pendulum สยามพารากอน
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

