นาฬิกา Time-only ที่ซับซ้อนที่สุดในโลก ฉลอง 180 ปีแบรนด์ด้วยระบบ Double Tourbillon และผลิตเพียง 50 เรือน
ในงาน Watches & Wonders 2026 ปีนี้ Ulysse Nardin ได้ตอกย้ำสถานะความเป็น “นักปฏิวัติแห่งโลกเรือนเวลา” อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวผลงานระดับมาสเตอร์พีซอย่าง [SUPER]FREAK ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการเฉลิมฉลองครบรอบ 180 ปีของการก่อตั้งแบรนด์ และครบรอบ 25 ปีของตระกูล Freak นาฬิกาที่เคยสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการทำลายภาพจำเดิม ๆ ของนาฬิกาข้อมือไปอย่างสิ้นเชิง

วิวัฒนาการจากอดีตสู่นาคต
จุดเริ่มต้นของ Freak ในปี 2001 คือการนำเสนอความแปลกใหม่ที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งการไม่มีหน้าปัด ไม่มีเข็ม และไม่มีเม็ดมะยม แต่สำหรับ [SUPER]FREAK รุ่นล่าสุดนี้ Ulysse Nardin ได้ยกระดับความท้าทายขึ้นไปอีกขั้น โดยใช้เวลาวิจัยและพัฒนากลไกใหม่นานถึง 4 ปี เพื่อสร้างนาฬิกาประเภทบอกเวลาเพียงอย่างเดียว (Time-only) ที่มีความซับซ้อนในเชิงวิศวกรรมสูงสุดเท่าที่เคยมีการผลิตมา ภายใต้รหัสกลไก Caliber UN-252 ที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนทั้งหมด 511 ชิ้น


Double Tourbillon และระบบเฉลี่ยค่าความเที่ยงตรง
หัวใจที่เต้นอยู่ภายใน [SUPER]FREAK คือระบบ Double Tourbillon แบบอัตโนมัติเรือนแรกของโลก ซึ่งปกติแล้วการควบคุมทูร์บิญองคู่ให้ทำงานสอดประสานกันนั้นทำได้ยากยิ่ง แต่ด้วยนวัตกรรม “ดิฟเฟอเรนเชียลแนวตั้ง” (Vertical Differential) ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลกเพียง 5 มิลลิเมตร ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเฉลี่ยอัตราความถี่จากชุดกลไกทั้งสองชุด ส่งผลให้การรักษาเวลาเป็นไปอย่างเที่ยงตรงและแม่นยำสูงสุดในทุกสภาพการสวมใส่


นวัตกรรม Gimbal และการปรากฏตัวของเข็มวินาที
สิ่งที่ทำให้นักสะสมตื่นเต้นที่สุดคือการใส่ “ฟังก์ชันวินาที” เข้ามาในนาฬิกา Freak เป็นครั้งแรก โดยใช้ระบบที่เรียกว่า Gimbal ขนาดเล็กเพียง 4.8 มิลลิเมตร ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากโครโนมิเตอร์ทางทะเลที่แบรนด์เชี่ยวชาญ ระบบนี้ช่วยให้ตัวบ่งชี้วินาทีสามารถทำงานได้อย่างอิสระและทรงพลัง นอกจากนี้การนำวัสดุไฮเทคอย่าง Nanosital® มาทำเป็นดิสก์แสดงชั่วโมงสีน้ำเงินโปร่งใส และการใช้เทคโนโลยี DIAMonSIL® (ซิลิกอนเคลือบเพชร) ในชุดเอสเคปเมนต์ ยังช่วยลดแรงเสียดทานและเพิ่มความทนทานอย่างเหนือชั้น


งานฝีมือที่รังสรรค์ด้วยมือ 100%
ความซับซ้อนของ [SUPER]FREAK สะท้อนผ่านความพยายามในการผลิตอย่างมหาศาล นาฬิกาแต่ละเรือนจะถูกดูแลโดยช่างนาฬิการะดับปรมาจารย์เพียงคนเดียวเท่านั้น ตั้งแต่การคัดเลือกชิ้นส่วนไปจนถึงการประกอบชิ้นสุดท้าย โดยต้องใช้เวลาประกอบด้วยมือนานกว่า 60 ชั่วโมงต่อเรือน นอกจากนี้ ชิ้นส่วนกลไกกว่า 70% ยังผ่านการตกแต่งด้วยมือ (Hand-finishing) อย่างประณีต ซึ่งเป็นการหลอมรวมนวัตกรรมที่ล้ำสมัยเข้ากับงานฝีมือดั้งเดิมที่สืบทอดมาตลอด 180 ปี

ทั้งหมดนี้ จึงทำให้ [SUPER]FREAK ไม่ใช่แค่เพียงเครื่องมือบอกเวลา แต่มันคือการประกาศชัยชนะทางวิศวกรรมที่แบรนด์มอบให้แก่ประวัติศาสตร์ของตนเอง ด้วยการผลิตจำนวนจำกัดเพียง 50 เรือนทั่วโลก ทำให้นาฬิการุ่นนี้กลายเป็นของสะสมระดับ Ultra-Rare ที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่ไม่หยุดนิ่ง การเปิดตัวในงาน Watches & Wonders 2026 ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การฉลองครบรอบปี แต่เป็นการแสดงศักยภาพให้โลกได้เห็นว่าแบรนด์ยังคงเป็นผู้นำในการกำหนดทิศทางของนาฬิกากลไกชั้นสูงในศตวรรษที่ 21 อย่างแท้จริง
ข้อมูลทางเทคนิค
- ตัวเรือน: ไวท์โกลด์ ขนาด 44 × 16.54 มม. (ความหนาเชิงรับรู้ 12.2 มม.) กันน้ำ 30 เมตร
- ฟังก์ชัน: บอกชั่วโมง นาที วินาที
- กลไก: อัตโนมัติ Calibre UN-252
- สาย: สายยางสีเทาแบบ ballistic เดินด้ายขาว พร้อมตัวล็อก deployant ไวท์โกลด์
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่
Ulysse Nardin: เมื่อความเป็นไปไม่ได้ ถูกทำให้เบากว่าที่เคยมีมากับ…นาฬิกาดำน้ำเบาที่สุด
ความเหนือชั้น 3 ประการของ Ulysse Nardin Freak
The Reason Why: 5 เหตุผลทำไม Ulysse Nardin Freak X Gold Enamel นาฬิกาไร้เข็มเรือนนี้ถึงเป็นที่สุด

