Roger Dubuis Excalibur The Kabuto Legacy ถ่ายทอดจิตวิญญาณซามูไรผ่านศิลปะนาฬิกาชั้นสูง

Date:

Roger Dubuis เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่กล้าท้าทายขนบของโลกนาฬิอกาชั้นสูง ทั้งในแง่ของดีไซน์ที่มีความไฮเปอร์ และกลไกที่ก้าวล้ำ  นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 1995 โดยช่างนาฬิกา Roger Dubuis และนักธุรกิจ Carlos Dias และเข้ามาอยู่ในเครือ Richemont ในปี 2016  เมซงจากเจนีวาแห่งนี้เลือกเดินบนเส้นทางที่แตกต่างจากผู้ผลิตนาฬิกาสวิสแบบดั้งเดิมมาโดยตลอด 

แม้จะมีอายุเพียงสามทศวรรษ แต่ Roger Dubuis กลับได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วในฐานะหนึ่งในผู้ผลิตที่สามารถสร้างสรรค์กลไกอันซับซ้อนควบคู่กับงานออกแบบร่วมสมัยได้อย่างโดดเด่น ความพิถีพิถันของแบรนด์ยังสะท้อนผ่านการได้รับตรารับรอง Poinçon de Genève (Geneva Seal) ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรฐานสูงสุดของอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิส โดยทุกคาลิเบอร์ของแบรนด์ได้รับการตกแต่งและประกอบตามข้อกำหนดอันเข้มงวด

อย่างผลงานล่าสุด Roger Dubuis Excalibur The Kabuto Legacy  ที่ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมของญี่ปุ่น โดยนำผู้สวมใส่ย้อนเวลากลับไปยังญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 17 ช่วงเวลาซึ่งประเทศกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคสงครามกลางเมืองสู่ยุคแห่งความสงบภายใต้การรวมแผ่นดินของ โชกุนโทกูงาวะ อิเอยาสุ (Tokugawa Ieyasu) แต่แทนที่จะนำเสนอภาพลักษณ์ของสงคราม Roger Dubuis เลือกเล่า “ช่วงเวลาแห่งการรวมเป็นหนึ่ง” ซึ่งบรรดาแม่ทัพซามูไรได้ร่วมกันสร้างระเบียบใหม่ให้ประเทศญี่ปุ่น จนเกิดความสงบสุขที่ดำรงอยู่ยาวนานกว่า 250 ปี โดยมีปราสาทเอโดะเป็นศูนย์กลางเชิงสัญลักษณ์ของยุคสมัยนั้น 

องค์ประกอบที่โดดเด่นที่สุดของนาฬิการุ่นนี้คือ Kabuto หรือหมวกเกราะของซามูไร ซึ่งในประวัติศาสตร์ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงป้องกันศีรษะ หากยังเป็นสัญลักษณ์ของสายตระกูล ปรัชญาการดำเนินชีวิต และอุดมคติของนักรบแต่ละคนอีกด้วย 

Roger Dubuis ถ่ายทอดรายละเอียดเหล่านี้ผ่านงาน Métiers d’Art ระดับสูง ด้วยการแกะสลักหมวก Kabuto ขนาดจิ๋วจากทองคำชมพู 18K ทั้งหมด 12 ชิ้น แต่ละชิ้นใช้เวลาสร้างสรรค์ราว 2-3 วัน โดยเฉพาะเครื่องประดับด้านหน้าของหมวกซึ่งเป็นรายละเอียดที่ยากที่สุดและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแม่ทัพแต่ละคน 

บริเวณตำแหน่ง 12 นาฬิกา คือ Kabuto ของโชกุน Tokugawa Ieyasu ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ล้อมรอบด้วยแม่ทัพผู้มีบทบาทสำคัญในการรวมชาติ อาทิ Honda Tadakatsu, Sakai Tadatsugu, Sakakibara Yasumasa และ Date Masamune แต่ละคนล้วนมีหมวกและตราประจำตระกูล (Kamon) ที่แตกต่างกันตามประวัติศาสตร์จริง 

ส่วนจุดศูนย์กลางของหน้าปัดคือการตีความ ปราสาทเอโดะ (Edo Castle) ผ่านภาษาการออกแบบแบบโมเดิร์น แทนการจำลองสถาปัตยกรรมอย่างตรงไปตรงมา ตัวปราสาทถูกสร้างขึ้นจากชิ้นส่วนถึง 17 ชิ้น พร้อมพื้นผิวที่ผ่านการขัดแต่งหลายรูปแบบ ทั้งการขัดเงา การปัดลาย และการพ่นทราย เพื่อสร้างมิติของแสงเงา

เฉดสีน้ำเงินเข้มที่โดดเด่นได้รับแรงบันดาลใจจาก สีคราม (Indigo) ซึ่งเคยใช้ย้อมเครื่องแต่งกายของซามูไร และต่อมากลายเป็นสีสำคัญในศิลปะและสิ่งทอของญี่ปุ่น 

เบื้องหลังหน้าปัดอันซับซ้อนคือกลไกอัตโนมัติ Calibre RD821 ซึ่งพัฒนาและผลิตภายในเมซง ตัวกลไกได้รับการตกแต่งด้วยเทคนิคถึง 14 รูปแบบ พร้อมการรับรอง Poinçon de Genève อันเป็นเครื่องยืนยันถึงมาตรฐานสูงสุดของงานผลิตนาฬิกาสวิส 

นาฬิกาตัวเรือนขนาด 45 มิลลิเมตร ผลิตจากทองคำชมพู 18K มาพร้อมสายหนังลูกวัวสีน้ำเงินที่เย็บเป็นลวดลายคล้ายเกราะของซามูไร ขณะที่ด้านหลังตัวเรือนยังสลักตราประจำตระกูลของแม่ทัพทั้ง 12 คนไว้บนวงแหวนสีน้ำเงิน ก่อนเผยให้เห็นโรเตอร์ผ่านกระจกแซฟไฟร์ด้านหลัง ตัวเรือนผลิตจำนวนจำกัดเพียง 28 เรือนทั่วโลก

เพื่อให้รายละเอียดทั้งหมดมีความถูกต้องทางประวัติศาสตร์ Roger Dubuis ได้ร่วมงานกับ Frederik Cryns ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น และที่ปรึกษาของซีรีส์ Shōgun เจ้าของรางวัล Emmy ในการตรวจสอบข้อมูลและออกแบบองค์ประกอบต่างๆ ของนาฬิกา 

Cryns กล่าวว่า “วัฒนธรรมซามูไรได้สร้างสรรค์หนึ่งในงานศิลปะที่สวมใส่ได้อันน่าทึ่งที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ และเมื่อประเพณีแห่งงานช่างชั้นสูงนี้มาบรรจบกับศิลปะของนาฬิกาชั้นสูง  ก็เป็นสิ่งที่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะทั้งสองศาสตร์ต่างยึดมั่นในมาตรฐานแห่งความเป็นเลิศอย่างไม่ประนีประนอม” 

กล่าวได้ว่า Roger Dubuis Excalibur The Kabuto Legacy  เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม งานฝีมือ และศาสตร์การผลิตนาฬิกาชั้นสูง มาหลอมรวมกันอย่างลงตัว เปลี่ยนหน้าปัดนาฬิกาให้กลายเป็นเวทีที่เล่าเรื่องการรวมชาติของญี่ปุ่น ผ่านภาษาการออกแบบร่วมสมัยที่ยังคงเอกลักษณ์อันกล้าหาญของ Roger Dubuis  

Share post:

More like this

Rolex ร่วมกับสถาบัน Phillips เปิดประมูล Cosmograph Daytona รุ่นพิเศษ ที่ได้แรงบันดาลใจจาก 4 ฤดูกาล

รายได้จากการประมูลจะนำไปสนับสนุน Federer Foundation และ Re:Wild    4 สีสัน 4 ฤดูกาล หน้าปัดสีสดใส...

ทำไม Czapek ถึงยอมกลับมาปักหลักที่เดิมในเจนีวา? พร้อมส่อง 2 รุ่นลิมิเต็ดเอาใจคนรักนาฬิกา

พาไปหาคำตอบว่าทำไม Czapek & Cie ถึงเลือกย้อนกลับสู่จุดเริ่มต้น ณ นครเจนีวา พร้อมเจาะลึกคอนเซปต์บูติกใหม่ไร้เคาน์เตอร์กั้น และเผยความพิเศษของ 2 เรือนเวลารุ่นจำกัดอย่าง Quai des Bergues "Midnight in Geneva" และ Place Vendôme Complicité Glacier Blue ที่สายสะสมไม่ควรพลาด

เมื่อนักแสดงสายฝีมือมาร่วมทางกับช่างทำนาฬิกา Robert Pattinson กับบทบาท Global Ambassador คนล่าสุดของ Jaeger-LeCoultre

Jaeger-LeCoultre ประกาศแต่งตั้ง Robert Pattinson เป็น Global Ambassador คนใหม่ล่าสุด ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเรียบหรูทรงพลัง และความมุ่งมั่นในงานฝีมือระดับสูง

เผยโฉม Jacob & Co. Astronomia Four-Axis Tourbillon ประดับอัญมณี

เจาะลึก Jacob & Co. Astronomia Four-Axis Tourbillon เรือนเวลาไฮเปอร์วอทช์ที่ก้าวข้ามทุกขีดจำกัดด้วยกลไกทูร์บิยอน 4 แกน หน้าปัดปรับระดับอัตโนมัติ และระบบ Remontoir ความถี่สูง 6 ครั้งต่อวินาที บนพื้นหลังผลึกคริสตัลประดับอัญมณีสุดตระการตา ผลิตจำกัดเพียงสีละ 6 เรือนทั่วโลก