เมื่อแบรนด์ที่เคยเน้นความเรียบง่าย หันมารังสรรค์เรือนเวลาระดับสุดทางของความซับซ้อน
ชื่อเสียงของ H. Moser & Cie. ยุคใหม่มักถูกจดจำในฐานะนาฬิการิมหน้าปัดเกลี้ยงเกลา ไร้โลโก้ และการใช้สีดรัมมิ่งแบบไล่เฉด (Fumé) อันเป็นเอกลักษณ์ แต่สำหรับเรือนเวลารุ่นใหม่อย่าง Endeavour Minute Repeater Cylindrical Tourbillon Skeleton Cosmic Rain ทางแบรนด์กลับเลือกเดินไปในทิศทางตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ด้วยการอัดแน่นสามศาสตร์แห่งความซับซ้อนระดับสูงสุดของ Haute Horlogerie ลงในตัวเรือนไทเทเนียมขนาด 40 มิลลิเมตร ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 20 เรือนทั่วโลก

ย้ายฆ้องและค้อนมาไว้ด้านหน้า ให้สายตาได้ดูจังหวะการตีบอกเวลา
โดยปกติแล้ว กลไกตีบอกเวลา Minute Repeater มักจะถูกซ่อนค้อนและฆ้องกังวานเอาไว้ด้านหลังของตัวเรือน ทว่า Moser เลือกที่จะสลับธรรมเนียมเดิมด้วยการนำกลไกสร้างเสียงทั้งชุดมาวางไว้อวดโฉมบนหน้าปัดอย่างเปิดเผย การตัดสินใจนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อความสวยงามภายนอก แต่ทำให้วิศวกรต้องรื้อและออกแบบโครงสร้างของกลไกใหม่ยกแผง เพื่อรักษาคุณภาพ acoustic ของเสียงตีบอกเวลาชั่วโมง, สิบห้านาที และนาทีให้กังวานชัดเจน โดยไม่ถูกบดบังด้วยชิ้นส่วนอื่น และทำให้ผู้สวมใส่สามารถรับชมจังหวะที่ค้อนกระทบฆ้องได้พร้อมกับเสียงที่ได้ยิน

หน้าปัด Skeleton และสายใยจักรกรอกทรงกระบอกจากยุคศตวรรษที่ 18
กลไกไขลานอินเฮาส์ Calibre HMC 909 ถูกฉลุโปร่งจนเห็นโครงสร้าง 415 ชิ้นส่วนที่ทำงานประสานกันอย่างซับซ้อน โดย ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา เป็นที่ตั้งของกรง Flying Tourbillon แบบหมุนรอบตัวเองหนึ่งนาที ซึ่งความพิเศษที่สุดอยู่ที่ตัวสายใยจักรกรอกทรงกระบอก (Cylindrical Hairspring) ที่ขดตัวเป็นแนวตั้งรอบ trục สมดุล ซึ่งเป็นเทคนิคดั้งเดิมจากนาฬิกาเดินเรือในศตวรรษที่ 18 เพื่อเพิ่มความเที่ยงตรงขั้นสุด เนื่องจากความยากในการดัดและปรับแต่งด้วยมือ ทำให้แทบไม่มีใครในอุตสาหกรรมผลิตสายใยชนิดนี้แล้ว เว้นแต่ Precision Engineering AG ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Moser เองที่รังสรรค์ชิ้นส่วนนี้ขึ้นมาด้วยมือทีละชิ้น

ศิลปะ Cosmic Rain บนหน้าปัดย่อย
ท่ามกลางความโปร่งโล่งแบบสเกเลตัน จุดพักสายตาหนึ่งเดียวบนหน้าปัดคือหน้าปัดย่อยบอกชั่วโมงและนาทีทรงโดม ณ ตำแหน่ง 2 นาฬิกา ที่เนรมิตขึ้นด้วยแก้วอเวนทูรีน (Aventurine) 2 เฉดสี นำมาผ่านการอบความร้อนหลายครั้งเพื่อสร้างการไล่สีแบบ Fumé จากนั้นจึงฝังเส้นสายจากหอยมุก (Mother-of-pearl) ตัดโค้งด้วยมือลงไปทีละชิ้น สะท้อนแสงระยิบระยับคล้ายกับฝนดาวตกพุ่งผ่านท้องฟ้า ถือเป็นชิ้นงานศิลปะ Métiers d’Art ที่ตัดรับกับความดิบเท่ของจักรกลลอยฟ้าได้อย่างลงตัว

เรือนเวลารุ่นพิเศษนี้ขับเคลื่อนด้วยกลไก Calibre HMC 909 สำรองพลังงานได้ยาวนาน 90 ชั่วโมง บรรจุในตัวเรือนไทเทเนียมความหนา 14.4 มิลลิเมตร ขัดแต่งลายเส้น Moser Double Stripes บนแท่นเครื่อง มาพร้อมสายหนังจระเข้สีเทา นับเป็นผลงานฉลองปี 2026 ที่แสดงให้เห็นว่า Moser ไม่ได้มีดีแค่ดีไซน์ยั่วเย้า แต่ยังตอกย้ำฝีมือระดับยอดเขาของวงการนาฬิกาอย่างแท้จริง
ข้อมูลทางเทคนิค
- ตัวเรือน: ไทเทเนียม ขนาด 40 มม. หนา 14.4 มม.
- หน้าปัดย่อย (2 นาฬิกา): แก้วอเวนทูรีนไล่สี Fumé ฝังลายหอยมุก (Mother-of-pearl)
- กลไก: ไขลาน Calibre HMC 909 แบบ Skeleton (415 ชิ้นส่วน, 35 ทับทิม) ความถี่ 21,600 ครั้ง/ชม.
- จุดเด่น: Minute Repeater ด้านหน้าตัวเรือน, 1-Minute Flying Tourbillon พร้อมสายใยทรงกระบอก (Cylindrical Hairspring) ณ 6 นาฬิกา
- การสำรองพลังงาน: 90 ชั่วโมง
- สาย: หนังจระเข้สีเทา
- รหัสอ้างอิง: Reference 1909-0501 (ผลิตจำกัด 20 เรือน)
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
หัตถศิลป์หรือแฟชั่น? มาแกะรอยความลึกซึ้งบนหน้าปัดของ Louis Vuitton Color Blossom คอลเลกชัน
Changes the Game? เมื่อรางวัลออสการ์ของโลกนาฬิกา ยอมทุบกำแพงเรื่องเพศ รื้อกฎเดิม จะมีอะไรซ่อนอยู่หลังกติกาใหม่ของ GPHG 2026 บ้าง?
เปลี่ยนอารมณ์หรือจงใจท้าทายกรอบเดิมๆ? พบกับความจัดจ้านครั้งใหม่ในร่าง MB&F Legacy Machine Perpetual Chromatic Editions

