ทำไมนาฬิกาพกของ Louis Vuitton เรือนนี้ ถึงถูกยกให้เป็นผลงานศิลปะชิ้นเดียวในโลกที่ก้าวข้ามทุกขีดจำกัดของเรือนเวลา?

Date:

สัมผัสความงดงามของหุ่นกล Automaton ผสาน Minute Repeater และ Tourbillon บนหน้าปัดลงยา Anita Porchet

การเดินทางครั้งใหม่ของ Maison Louis Vuitton ในคอลเลกชัน Escales Autour du Monde ได้ถือกำเนิดขึ้นอีกครั้งผ่านการรังสรรค์ Escale en Alaska Pocket Watch นาฬิกาพกสั่งทำพิเศษชิ้นเดียวในโลก (Unique Piece) ที่พาเราดำดิ่งสู่ความอ้างว้างอันงดงามของธารน้ำแข็ง Margerie Glacier ในรัฐอะแลสกา ภายใต้ประกายแสงเหนือสีเขียว โดยแบรนด์ได้ถ่ายทอดงานหัตถศิลป์ลงยาและงานแกะสลักระดับสูง ควบคู่กับวิศวกรรมจักรกลที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่ La Fabrique du Temps Louis Vuitton เคยผลิตมา

การสร้างสรรค์หน้าปัดฉากธรรมชาติอันมีชีวิตชีวานี้เป็นผลงานอินเฮาส์ของ La Fabrique des Arts ที่ผสานเทคนิคการลงยาแบบ Grand Feu ทั้ง champlevé, cloisonné และการลงยาภาพจิ๋ว (Miniature Enamel) ร่วมกับงานแกะสลักด้วยมืออย่างประณีต ช่างฝีมือต้องใช้สีลงยาที่แตกต่างกันถึง 32 เฉดสี และผ่านการเผาในเตามากกว่า 35 ครั้ง เพื่อให้ได้เฉดสีของธารน้ำแข็งและท้องฟ้าที่สมบูรณ์แบบ ล้อมรอบด้วยขอบตัวเรือนที่ฝังอัญมณีเจียระไนทรง Baguette จำนวน 60 เม็ด ประกอบด้วยแซฟไฟร์ เพชร และทัวร์มาลีน ที่เรียงสลับเฉดสีไล่ระดับอย่างสง่างาม

การแสดงหุ่นกลเคลื่อนไหว 9 รูปแบบกับ 17 ชิ้นส่วนบนหน้าปัด

จุดเด่นสำคัญที่ทำให้นาฬิกาพกเรือนนี้โดดเด่นเหนือเรือนเวลาทั่วไป คือการรวมเอา 3 ฟังก์ชันระดับ Haute Horlogerie มาไว้ในเรือนเดียว ได้แก่ กลไกขับเคลื่อนหุ่นกล Automaton, ระบบตีบอกเวลา Minute Repeater และกรงตระกูลทูร์บิญอง (Tourbillon)

ทำให้นาฬิกาพกเรือนนี้กลายเป็นการแสดงจักรกลขนาดจิ๋ว คือระบบหุ่นกล Jacquemart Automaton ที่ทำงานร่วมกับกลไกตีบอกเวลา Minute Repeater เมื่อระบบเริ่มทำงาน ฉากขั้วโลกจะขยับเคลื่อนไหวผ่าน 9 รูปแบบการแสดงและ 17 ชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่ได้พร้อมกัน

โดยวาฬสีน้ำเงินจะผุดขึ้นมาจากผิวน้ำ วาฬเพชฌฆาตอ้าปากเผยให้เห็นฟันไวท์โกลด์ ครอบครัวเพนกวินขยับปีกและเดินต่ายเตาะบนแผ่นน้ำแข็ง ขณะที่ภูเขาน้ำแข็งจะค่อยๆ ลอยผ่านหน้าปัดพร้อมเปิดออกให้เห็นหีบเดินทางสัญลักษณ์ของ Louis Vuitton ที่ซ่อนดอกไม้ Monogram เอาไว้ภายใน นอกจากนี้ เข็มทิศกุหลาบทองคำ ณ ตำแหน่ง 12 นาฬิกาจะหมุนวน พร้อมกับเพชรทรง LV Monogram Star-cut ที่เคลื่อนผ่านท้องฟ้าเสมือนดาวตก

กลไกจักรกลทรงพลังกับการแยกหน้าปัดบอกเวลาไว้ด้านหลัง

เพื่อให้พื้นที่ด้านหน้าถูกอุทิศให้กับงานศิลปะและการแสดงหุ่นกลได้อย่างเต็มที่ Louis Vuitton จึงออกแบบให้การแสดงเวลาชั่วโมงและนาทีไปอยู่บริเวณฝาหลังของตัวเรือน ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานรหัส LFT AU14.03 ที่พัฒนาขึ้นสำหรับการเป็นนาฬิกาพกโดยเฉพาะ

กลไกชิ้นนี้ประกอบขึ้นด้วยชิ้นส่วนมากถึง 751 ชิ้น รวมเอาฟังก์ชัน Minute Repeater, กลไกหุ่นกล Jacquemart และกรงตระกูลทูร์บิญอง (One-minute Tourbillon) เข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ให้พลังงานสำรองยาวนานถึง 8 วันเต็ม (192 ชั่วโมง)

ตัวเรือนทำจากไวท์โกลด์ 18K ขนาด 50 มิลลิเมตร หนา 19 มิลลิเมตร สลักลวดลายธรรมชาติขั้วโลกบริเวณด้านข้างตัวเรือนด้วยมืออย่างประณีต มาพร้อมกับสายโซ่ไวท์โกลด์ 18K กระเป๋าเดินทางหนังดีไซน์พิเศษ และกล่องบรรจุภัณฑ์ทรงหีบเดินทาง (Trunk) ที่สั่งทำขึ้นให้เข้าชุดกันโดยเฉพาะ

นาฬิกาพก Escale En Alaska เรือนนี้ มาพร้อมกับกล่องเก็บรูปทรงหีบเดินทาง (Trunk) ขนาดเล็กที่สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษโดยเฉพาะ สะท้อนถึงรากเหง้าแห่งการเดินทางของ Louis Vuitton ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Hermès Cape Cod Titanium นาฬิกาทรงเหลี่ยมดีไซน์ข้อโซ่สมอในเวอร์ชันสปอร์ตล้ำสมัย
JISBAR กลับมาวาดลวดลายบนหน้าปัด Vanguard Lady Crazy Hours  
เมื่อทฤษฎีหลุมดำย้ายมาอยู่บนข้อมือ นี่คือ Bremont Supernova Hawking Limited Edition

Share post:

More like this

นี่คือนาฬิกาเรือนแรกที่ฝังเพชรบน Balance Wheel กับ Jacob & Co. Brilliant Flying Tourbillon Baguette Pastel Arlequino

ย้อนดูเบื้องหลัง Jacob & Co. Brilliant Flying Tourbillon Baguette Pastel Arlequino เรือนเวลา Pièce Unique ที่กล้าท้าทายกฎวิศวกรรมเรือนเวลาด้วยการฝังเพชร 54 เม็ดลงบน Balance Wheel พร้อมเทคนิคการคัดสรรพลอยพาสเทลแบบ Invisible Setting ทั้งเรือน

Arceau Samarcande กับศิลปะการเล่นซ่อนแอบกับกลไกชั้นสูงในแบบฉบับของ Hermès

หน้าปัด Openwork ฉลุช่องรูปหัวม้าแอบซ่อนกลไกมินิตรีพีทเตอร์อันล้ำเลิศ ถ้าพูดถึงงานเรือนเวลาเผยกลไกในรูปแบบสเกเลตันและโอเพนเวิร์ก เมซง Hermès Horloger ถือเป็นหนึ่งในเมซงที่สามารถผลิตผลงานเรือนเวลาในรูปแบบดังกล่าวได้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบที่มองแวบแรกก็สามารถระบุได้เลยว่านี่คือผลงานของ Hermès แน่นอน...

Louis Vuitton เผยโฉม Tambour Spin Time 5 รุ่นใหม่ในคอลเลกชันถาวร ที่ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันเมื่อปีที่แล้ว

ยลโฉมคอลเลกชัน Tambour Spin Time ประจำปี 2026 จาก Louis Vuitton ที่ผสานกลไกจั๊มป์อورดอันเป็นเอกลักษณ์เข้ากับสีสันสดใหม่ ทั้งหน้าปัดโอปอล์ออสเตรเลีย, สีเขียวมะกอก, ฟ้า Spin Time Air, Antipode และฟลายอิ้งทูร์บิญองหน้าปัดแซลมอนในตัวเรือนแพลตตินัม

NOMOS Orion Gold Neomatik “New Black” นิยามใหม่ของเดรสวอทช์ความเรียบหรูระดับไฮเอนด์ 

NOMOS Glashütte เปิดตัว Orion Gold Neomatik “New Black” เดรสวอทช์ตัวเรือนทองคำแท้ 18k ขนาด 36.4 มม. จับคู่หน้าปัดสีดำ Galvanised และกลไกอินเฮาส์แบบบางพิเศษ DUW 3001 สำรองพลังงาน 43 ชั่วโมง มอบความเรียบหรูสไตล์มินิมอลเยอรมันอย่างแท้จริง