JISBAR กลับมาวาดลวดลายบนหน้าปัด Vanguard Lady Crazy Hours  

Date:

ผลงานความร่วมมือกับสตรีทอาร์ติสต์ชาวฝรั่งเศสกลับมาในเวอร์ชันสาวซน และตัวเรือนขนาดเล็กกว่าเดิม 

การจับคู่ระหว่างสตรีทอาร์ติสต์ชื่อดังอย่าง JISBAR กับนาฬิกาสุดกวนอย่าง Vanguard Crazy Hours นั้นคือคู่แม็ตช์หยุดโลกแห่งวงการนาฬิกาที่ใครๆ ก็บอกว่า ทั้งสองเกิดมาเพื่อกันและกันอย่างแท้จริง หลังจากละเลงสีสันลงบนหน้าปัด Vanguard Crazy Hours JISBAR ไปเมื่อปีก่อน ปีนี้ศิลปินสุดป่วนได้รับโอกาสให้ละเลงสีสันลงบนหน้าปัด Vanguard Lady Crazy Hours JISBAR ที่มาในเวอร์ชันที่เพรียวบางและหวานละมุนขึ้น แต่ยังคงความแสบซ่าเหมือนเดิม

ความปั่นป่วนอันอ่อนหวาน

ต้องบอกว่า JISBAR จับแก่นแท้ของ Vanguard นาฬิกาตัวเรือนแวงการ์ดได้อย่างอยู่หมัด ด้วยตัวเรือนเส้นสายโค้งมนที่โอบรับกับสรีระข้อมืออันเพรียวบางของสุภาพสตรีได้อย่างเหมาะเจาะ และยังมาในขนาดเพียงแค่ 32 มม. เท่านั้น ที่อาจจะทำให้การวาดลวดลายสไตล์กราฟิตี้ของเขามีพื้นที่จำกัดกว่าคราวก่อน แต่ข้อจำกัดนั้นกลับไม่เป็นปัญหาเลยแม้แต่น้อย เพราะศิลปินหนุ่มสามารถออกแบบเส้นสายอันเปี่ยมชีวิตชีวาลงบนหน้าปัดสีขาวโอบอุ้มด้วยตัวเรือนโรสโกลด์หรือสเตนเลสสตีลได้อย่างลงตัว 

ใน Vanguard Lady Crazy Hours JISBAR เราจึงได้เห็นหลักชั่วโมงวางสุ่มตำแหน่งในรูปแบบที่สนุกสนาน อ่อนหวานสไตล์เฟมินีนยิ่งขึ้น อย่างการใช้ลวดลายดอกไม้ยิ้มเริงร่า หรือก้อนเมฆวาดด้วยลายเส้นขี้เล่นแต่เปี่ยมพลังสไตล์ JISBAR ซึ่งให้ความรู้สึกแตกต่างจากเวอร์ชันก่อนที่ดูเท่ซ่าสไตล์สตรีทชัดเจน แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ในลายเส้นที่ไม่ซ้ำใครไว้อย่างไม่สามารถลอกเลียนแบบได้

คอมพลิเคชันอันซับซ้อน

ถึงแม้จะเป็นนาฬิกาที่หน้าตาดูไม่ซีเรียส แต่แท้จริงแล้ว Crazy Hours ซ่อนความซับซ้อนในเชิงกลไกไว้อย่างแยบยล ด้วยคอมพลิเคชัน Jumping Hour ที่ทำหน้าที่ควบคุมการบอกเวลาแบบกระโดดของเข็มนาฬิกาอย่างฉับพลัน ซึ่งความไร้ระเบียบบนหน้าปัดที่จัดวางตัวเลขหลักชั่วโมงแบบสุ่มตำแหน่ง ถูกควบคุมด้วยการกระโดดของเข็มนาฬิกาที่ถูกจัดระเบียบไว้อย่างเที่ยงตรงเบื้องหลังหน้าปัด แต่ละครั้งที่หลักชั่วโมงเปลี่ยนการกระโดดของเข็มนาฬิกาจึงเหมือนกับการเต้นระบำในจังหวะแสนเร้าใจ และทำให้การอ่านค่าเวลาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นไปเสียทุกครั้ง 

ลองคิดดูว่า นาฬิกาหน้าตาสุภาพเรียบร้อย แต่พอก้มลงอ่านค่าเวลาเท่านั้นแหละเราจะสัมผัสได้ถึงอารมณ์ขันและความคิดนอกกรอบที่แฝงอยู่ได้ในทันที นี่แหละคือความรู้สึกที่ Vanguard Lady Crazy Hours JISBAR  นาฬิกาสาวซนเรือนนี้มอบให้

ข้อมูลทางเทคนิค

Vanguard Lady Crazy Hours JISBAR

  • รหัส: V 32 CH JSR LTD (BC) 
  • กลไก:  ไขลานอัตโนมัติ ขึ้นลานสองทิศทาง MVT 2800CHRS สำรองพลังงานได้ 42 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชัน: Jumping Hour แบบไม่เรียงลำดับ, นาที, วินาที
  • ตัวเรือน: แวงการ์ด โรสโกลด์หรือสเตนเลสสตีล ขนาด 32 มม. ขัดเงาด้วยมือ อินเสิร์ตสีขาวบนทั้งสองด้านของตัวเรือน กันน้ำได้ 30 เมตร
  • หน้าปัด: เคลือบแล็กเกอร์ 25 ชั้น
  • สาย: หนังจระเข้บนยาง บักเคิลโรสโลกด์หรือสเตนเลสสตีล 
  • จำนวน: ตัวเรือนโรสโกลด์จำกัด 25 เรือน ตัวเรือนสเตนเลสสตีลจำกัด 50 เรือน


อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

เมื่อไอคอนป๊อปคัลเจอร์โคจรมาพบกับศิลปะเรือนเวลาชั้นสูง Franck Muller Cintrée Curvex Hello Kitty

Franck Muller เผยโฉม ‘Round Triple Mystery’ เรือนเวลาลึกลับแห่งปี จากงาน WPHH 2025

FR2NCK MULLER Vanguard Beach Limited Edition ผสานความขบถเข้ากับความสดใสแห่งซัมเมอร์

Share post:

More like this

พาชม Chronoswiss Neo Digiteur Pastel Code นาฬิกาไร้เข็มทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มาในโทนสีพาสเทลแสนหวาน

Chronoswiss Neo Digiteur Pastel Code เรือนเวลารูปทรงสี่เหลี่ยมไร้เข็มในโทนสีพาสเทล 3 เฉดสีใหม่ ผลิตจำกัดสีละ 99 เรือน ผสานงานพ่นทรายแบบ Matte เข้ากับกลไก Jumping Hour สไตล์ดิจิทัลจักรกลได้อย่างลงตัว

นี่คือนาฬิกาเรือนแรกที่ฝังเพชรบน Balance Wheel กับ Jacob & Co. Brilliant Flying Tourbillon Baguette Pastel Arlequino

ย้อนดูเบื้องหลัง Jacob & Co. Brilliant Flying Tourbillon Baguette Pastel Arlequino เรือนเวลา Pièce Unique ที่กล้าท้าทายกฎวิศวกรรมเรือนเวลาด้วยการฝังเพชร 54 เม็ดลงบน Balance Wheel พร้อมเทคนิคการคัดสรรพลอยพาสเทลแบบ Invisible Setting ทั้งเรือน

Arceau Samarcande กับศิลปะการเล่นซ่อนแอบกับกลไกชั้นสูงในแบบฉบับของ Hermès

หน้าปัด Openwork ฉลุช่องรูปหัวม้าแอบซ่อนกลไกมินิตรีพีทเตอร์อันล้ำเลิศ ถ้าพูดถึงงานเรือนเวลาเผยกลไกในรูปแบบสเกเลตันและโอเพนเวิร์ก เมซง Hermès Horloger ถือเป็นหนึ่งในเมซงที่สามารถผลิตผลงานเรือนเวลาในรูปแบบดังกล่าวได้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบที่มองแวบแรกก็สามารถระบุได้เลยว่านี่คือผลงานของ Hermès แน่นอน...

Louis Vuitton เผยโฉม Tambour Spin Time 5 รุ่นใหม่ในคอลเลกชันถาวร ที่ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันเมื่อปีที่แล้ว

ยลโฉมคอลเลกชัน Tambour Spin Time ประจำปี 2026 จาก Louis Vuitton ที่ผสานกลไกจั๊มป์อورดอันเป็นเอกลักษณ์เข้ากับสีสันสดใหม่ ทั้งหน้าปัดโอปอล์ออสเตรเลีย, สีเขียวมะกอก, ฟ้า Spin Time Air, Antipode และฟลายอิ้งทูร์บิญองหน้าปัดแซลมอนในตัวเรือนแพลตตินัม