พลิกโฉมมรดกดีไซน์ปี 1991 สู่ตัวเรือนไทเทเนียมขัดแต่งพิเศษและสายยางหลากสีสันที่พร้อมรับความท้าทายแห่งท้องทะเล
หากเราพูดถึงนาฬิกาทรงเหลี่ยมที่แหวกแนวและท้าทายขนบเดิมๆ ของวงการ แน่นอนว่าต้องมีชื่อของ Cape Cod ติดอยู่ในอันดับต้นๆ นาฬิการุ่นนี้ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1991 จากปลายปากกาของนักออกแบบชื่อดัง อองรี ดอริญี (Henri d’Origny) ผู้ที่นำเอาโครงสร้างรูปทรงอันขัดแย้งอย่าง “สี่เหลี่ยมจัตุรัสในสี่เหลี่ยมผืนผ้า” มารวมเข้าด้วยกันอย่างกล้าหาญ โดยหยิบยืมแรงบันดาลใจอันเป็นอิสระมาจากข้อโซ่สมอเรือเรือนเวลาของแบรนด์

จุดสังเกตที่น่าสนใจในเวอร์ชันล่าสุดนี้คือ การที่แอร์เมส (Hermès) เลือกจะพาตัวตนของ Cape Cod ก้าวข้ามจากความหรูหราแบบคลาสสิกที่คุ้นตา เข้าสู่สุนทรียะความสปอร์ตที่ร่วมสมัยและดูผ่อนคลายยิ่งขึ้น โดยไม่ได้เน้นการประโคมโฆษณา แต่เน้นการเล่นกับพื้นผิวสัมผัสและวัสดุศาสตร์อย่างแท้จริง
ความน่าตื่นเต้นเริ่มต้นตั้งแต่การเปลี่ยนมาใช้ตัวเรือนวัสดุไทเทเนียมขนาด 41 มิลลิเมตร ซึ่งทีมออกแบบได้สร้างมิติผ่านการตกแต่งพื้นผิวอย่างประณีต โดยเลือกขัดซาติน (Satin-brushed) ที่บริเวณด้านบนตัวเรือน เพื่อให้ล้อไปกับแสงเงาอย่างนุ่มนวล แล้วตัดสลับกับเทคนิคบีดบลาสต์ (Beadblasted) หรือการพ่นทรายประกายละเอียดที่บริเวณด้านข้าง การเลือกจับคู่พื้นผิวต่างสไตล์บนวัสดุไทเทเนียมนี้ ช่วยลดทอนความแข็งกร้าวของนาฬิกาสปอร์ต และเพิ่มความรู้สึกสุขุมแบบแคชวลเข้ามาแทน
เมื่อมองลึกลงไปในหน้าปัดสีดำ คุณจะพบกับงานเลเยอร์ซ้อนผิวสัมผัสที่น่าเพ่งมอง ใจกลางหน้าปัดถูกตกแต่งด้วยเทคนิคแซนด์บลาสต์ (Sandblasted) เม็ดละเอียดตัดสลับกับลวดลายชาร์มิลส์ (Charmilles) วงแหวนขอบนอกขัดซาตินด้านเพื่อขับให้ตัวเลขอารบิกที่นำมาติดภายหลังและเข็มชี้ทรงบาตอง (Baton) ชุบโรเดียมดูเด่นชัดขึ้นมา และกิมมิกที่ถือเป็นจุดนำสายตาชั้นยอดคือ เข็มวินาทีสีส้มสดใสที่เปรียบเสมือนแสงอาทิตย์ยามเจิดจ้า ซึ่งช่วยตัดกับความเข้มของหน้าปัดได้อย่างมีชีวิตชีวา

หัวใจสำคัญที่อยู่ภายในคือกลไกไขลานอัตโนมัติ Manufacture Hermès H1912 ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตัวกลไกขับเคลื่อนการทำงานของเข็มชั่วโมง นาที วินาที และฟังก์ชันแสดงวันที่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกาได้อย่างเที่ยงตรง โดยทำงานที่ความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง และสำรองพลังงานได้ 45 ชั่วโมง

เพื่อให้สอดรับกับเสียงเพรียกแห่งท้องทะเลและการพักผ่อนอย่างแท้จริง นาฬิการุ่นนี้จึงจับคู่มากับสายยางประสิทธิภาพสูงที่กันน้ำได้ลึกถึง 10 บาร์ (100 เมตร) โดยมีโทนสีให้เลือกแมตช์ตามบุคลิก ตั้งแต่สีคลาสสิกอย่างสีดำ และสีน้ำเงินเข้ม เบลอ อะบิสส์ (bleu abysse) ไปจนถึงสีสันที่เปี่ยมพลังอย่างสีส้มประจำแบรนด์ และสีเหลือง โฌน เดอ นาเปลส์ (jaune de Naples)

ถึงแม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว เวลาไม่ใช่สิ่งที่ต้องเข้าไปควบคุมหรือสั่งการ แต่เรือนเวลานี้กลับแสดงให้เห็นว่านี่คือพื้นที่สำหรับการปล่อยใจให้สนุกสนานและเป็นธรรมชาติ แล้วในมุมมองของคุณ คิดว่าการนำเรือนเวลาทรงเหลี่ยมดีไซน์ระดับมรดกชิ้นนี้มาปรับโฉมด้วยวัสดุไทเทเนียมและสายยางสีสันจัดจ้าน สามารถตอบโจทย์คำว่า “สไตล์สปอร์ตที่หรูหราแบบไม่ต้องตะโกน” ในแบบที่คุณจินตนาการไว้ได้ดีแค่ไหน?




ข้อมูลทางเทคนิค
- ชื่อรุ่น:
- ตัวเรือน: ไทเทเนียม ขนาด 41 มม., ตกแต่งขัดซาตินสลับพ่นทราย (Beadblasted) ด้านข้าง, กันน้ำ 100 เมตร (10 บาร์)
- หน้าปัด: สีดำ ตกแต่งแซนด์บลาสต์ใจกลาง สลับลายชาร์มิลส์ (Charmilles) และขอบนอกขัดซาติน, ตัวเลขอารบิกและเข็มชุบโรเดียม, เข็มวินาทีสีส้ม
- ฟังก์ชัน: ชั่วโมง, นาที, วินาที, แสดงวันที่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา
- กลไก: ขึ้นลานอัตโนมัติ In-house Calibre Manufacture Hermès H1912 (ผลิตในสวิตเซอร์แลนด์), ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง, สำรองพลังงาน 45 ชั่วโมง
- สาย: สายยาง (Rubber Strap) มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ, สีน้ำเงินเข้ม (Bleu Abysse), สีส้ม และสีเหลือง (Jaune de Naples)
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Jaeger-LeCoultre เผยโฉมบูติกแห่งใหม่ ณ ไอคอนสยาม
เมื่อ TAG Heuer ประกาศเปิดตัวนาฬิการุ่นพิเศษส่งตรงเพื่อนักสะสมชาวไทยโดยเฉพาะกับ Carrera Chronograph Thailand Limited Edition
Roger Dubuis Excalibur The Kabuto Legacy ถ่ายทอดจิตวิญญาณซามูไรผ่านศิลปะนาฬิกาชั้นสูง

