Introducing: RGM ถ่ายทอด Snoopy Flying Ace ลงบนหน้าปัด Grand Feu Enamel ครั้งแรก

Date:

เมื่อศิลปะการทำหน้าปัดแบบดั้งเดิมพบกับตัวละครระดับไอคอนของอเมริกา ผลลัพธ์จึงออกมาเป็น RGM Model 151 Snoopy Flying Ace

ในโลกของนาฬิกา “Snoopy” ไม่ใช่ตัวละครหน้าใหม่ แต่การนำเขามาอยู่บนหน้าปัด Grand Feu Enamel กลับเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น และนั่นคือสิ่งที่ RGM เลือกทำกับ Model 151 รุ่นล่าสุด

หากพูดถึงนาฬิกาที่มี Snoopy เป็นตัวเอก หลายคนอาจนึกถึงแบรนด์สวิสที่เคยร่วมงานกับตัวละครจาก Peanuts อยู่บ่อยครั้ง แต่สำหรับ RGM ผู้ผลิตนาฬิกาอิสระจากสหรัฐอเมริกา กลับเลือกนำเสนอในมุมที่แตกต่างออกไป ด้วยการจับ Snoopy ในเวอร์ชัน Flying Ace มาถ่ายทอดผ่านงานศิลป์บนหน้าปัด Grand Feu Enamel ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคนิคการทำหน้าปัดแบบดั้งเดิมที่ต้องอาศัยทั้งความละเอียดและความชำนาญของช่างฝีมือ

แม้ RGM จะไม่ได้เป็นชื่อที่คุ้นหูเท่าแบรนด์รายใหญ่ แต่ในแวดวง Independent Watchmaking ถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตจากสหรัฐอเมริกาที่มีบทบาทสำคัญ แบรนด์ก่อตั้งโดย Roland G. Murphy ในปี 1992 และเป็นที่รู้จักจากการรักษาเทคนิคดั้งเดิมของการทำนาฬิกา ไม่ว่าจะเป็นงานแกะลายกิโยเช่ (Guilloché) หรือการผลิตชิ้นส่วนหลายรายการภายในโรงงานของตัวเอง

สำหรับผู้ที่ต้องการดีไซน์เดียวกันในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า RGM ยังพัฒนาเวอร์ชัน Blue Sky Metal Dial ซึ่งใช้หน้าปัดโลหะสีฟ้า แต่ยังคงองค์ประกอบของ Snoopy Flying Ace ไว้อย่างครบถ้วน

พื้นฐานของนาฬิกาคือ Model 151 ซึ่งเป็นหนึ่งในคอลเลกชันสไตล์ Pilot Watch ของแบรนด์ ตัวเรือนขนาด 38.5 มิลลิเมตร ผลิตในสหรัฐอเมริกา มีให้เลือกทั้งสเตนเลสสตีลและไทเทเนียม พร้อมขอบตัวเรือนที่บาง ทำให้หน้าปัดดูโปร่งและสวมใส่ได้ใหญ่กว่าขนาดจริง

ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ Sellita SW300-1 ที่ผ่านการตกแต่งโดย RGM ทั้ง Rhodium Finish, Côtes de Genève และ Perlage พร้อมพลังงานสำรองสูงสุดประมาณ 56 ชั่วโมง

และแม้จะเลือกใช้ตัวละครจากโลกของการ์ตูน แต่ Model 151 Snoopy Flying Ace ไม่ได้เป็นเพียงนาฬิกาแนว Character Watch หากยังสะท้อนแนวทางของ RGM ที่ให้ความสำคัญกับงานฝีมือแบบดั้งเดิมและการผลิตภายในประเทศ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้แบรนด์ยังคงได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในผู้บุกเบิกวงการ Independent Watchmaking ของสหรัฐอเมริกา ผลิตนาฬิกาเพียงราว 400 เรือนต่อปี และยังคงเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล 316L หรือ CP-2 Titanium ขนาด 38.5 มม.
  • หน้าปัด: Grand Feu Enamel สีขาว หรือหน้าปัดโลหะสีฟ้า พร้อมลวดลาย Snoopy Flying Ace กระจก Sapphire Crystal
  • กลไก: อัตโนมัติ RGM-Sellita SW300-1ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง (4Hz)พลังงานสำรอง ประมาณ 52–56 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชัน: ชั่วโมง, นาที, วินาที และวันที่ กันน้ำ 50 เมตร
  • สาย: Hirsch Performance หนังผสมยาง

อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม

Panerai หวนคืนสู่เกลียวคลื่น เผยโฉมสองเรือนเวลาใหม่ตระกูล Luna Rossa

JISBAR กลับมาวาดลวดลายบนหน้าปัด Vanguard Lady Crazy Hours

Rado True Round Open Heart Limited Edition นาฬิกาเซรามิกหน้าปัดเปลี่ยนสีได้เมื่อโดนแดด

Share post:

More like this

Panerai ฉลองครบรอบ 100 ปีร้านแรกในฟลอเรนซ์ด้วย Luminor Firenze 8 Giorni รุ่นใหม่

พาไปทำความรู้จัก Panerai Luminor Firenze 8 Giorni สองรุ่นพิเศษฉลอง 100 ปีร้านดั้งเดิมบนจัตุรัส Piazza San Giovanni ในตัวเรือน Platinumtech และสเตนเลสสตีล

พาชม Chronoswiss Neo Digiteur Pastel Code นาฬิกาไร้เข็มทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มาในโทนสีพาสเทลแสนหวาน

Chronoswiss Neo Digiteur Pastel Code เรือนเวลารูปทรงสี่เหลี่ยมไร้เข็มในโทนสีพาสเทล 3 เฉดสีใหม่ ผลิตจำกัดสีละ 99 เรือน ผสานงานพ่นทรายแบบ Matte เข้ากับกลไก Jumping Hour สไตล์ดิจิทัลจักรกลได้อย่างลงตัว

นี่คือนาฬิกาเรือนแรกที่ฝังเพชรบน Balance Wheel กับ Jacob & Co. Brilliant Flying Tourbillon Baguette Pastel Arlequino

ย้อนดูเบื้องหลัง Jacob & Co. Brilliant Flying Tourbillon Baguette Pastel Arlequino เรือนเวลา Pièce Unique ที่กล้าท้าทายกฎวิศวกรรมเรือนเวลาด้วยการฝังเพชร 54 เม็ดลงบน Balance Wheel พร้อมเทคนิคการคัดสรรพลอยพาสเทลแบบ Invisible Setting ทั้งเรือน

Arceau Samarcande กับศิลปะการเล่นซ่อนแอบกับกลไกชั้นสูงในแบบฉบับของ Hermès

หน้าปัด Openwork ฉลุช่องรูปหัวม้าแอบซ่อนกลไกมินิตรีพีทเตอร์อันล้ำเลิศ ถ้าพูดถึงงานเรือนเวลาเผยกลไกในรูปแบบสเกเลตันและโอเพนเวิร์ก เมซง Hermès Horloger ถือเป็นหนึ่งในเมซงที่สามารถผลิตผลงานเรือนเวลาในรูปแบบดังกล่าวได้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบที่มองแวบแรกก็สามารถระบุได้เลยว่านี่คือผลงานของ Hermès แน่นอน...