Bell & Ross BR-03 GMT Green Lum เมื่อแสงออโรราและสปิริตนักบิน หลอมรวมเป็นเรือนเวลา GMT สายลุยยามค่ำคืน

Date:

เปิดตัวรุ่นลิมิเต็ด 500 เรือน นิยามใหม่แห่งความชัดเจนยามค่ำคืน สว่างไสวประดุจแสงเหนือบนข้อมือ

Bell & Ross ตอกย้ำความเป็นเจ้าแห่งนาฬิกานักบินสไตล์เครื่องวัดในห้องนักการบิน (Cockpit Instrument) ด้วยการเปิดตัว BR-03 GMT Green Lum เรือนเวลารุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน 500 เรือนทั่วโลก ที่ยกระดับการเรืองแสงยามค่ำคืนด้วยการใช้พรายน้ำ Super-LumiNova® C3 เข้มข้น ร่วมกับหน้าปัดไล่เฉดสีเขียวดำอันเป็นเอกลักษณ์

แรงบันดาลใจจากแสงเหนือ สู่ความสว่างไสวบนข้อมือ

นับตั้งแต่การเปิดตัวไลน์ BR 03-93 GMT ในปี 2021 แบรนด์ Bell & Ross ได้พัฒนาและแต่งเติมสีสันให้กับคอลเลกชันนี้นำเสนอรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งขอบเบเซิลสี Coke เวอร์ชันหน้าปัดสีน้ำเงิน ไปจนถึงรุ่นสายเข็มทิศ ล่าสุดนี้ แบรนด์ฝรั่งเศสหัวใจสวิสได้นำเสนอความตื่นตาตื่นใจครั้งใหม่ภายใต้ชื่อ BR-03 GMT Green Lum

จุดเด่นสำคัญที่สุดของเรือนเวลานี้คือหน้าปัดแบบไล่เฉดสีในแนวตั้ง โดยไล่โทนจากสีเขียวสว่างทางด้านบนลงสู่สีดำลุ่มลึกทางด้านล่าง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามของปรากฏการณ์แสงเหนือหรือออโรราบนท้องฟ้าอันมืดมิด มอบมิติทางสายตาที่ลุ่มลึกและแปลกตามากกว่าหน้าปัดสีเดี่ยวทั่วไป

Bell & Ross BR-03 GMT Green Lum

Super-LumiNova® C3 พระเอกตัวจริงที่เปลี่ยนคืนมืดมิดให้สว่างไสว

ซีรีส์ Lum ของ Bell & Ross เป็นที่รู้จักดีในเรื่องการให้ความสำคัญกับสมรรถนะการอ่านค่าในที่มืด และในรุ่น Green Lum นี้ พรายน้ำสีเขียว Super-LumiNova® C3 ถูกนำมาใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยแต้มลงบนตัวเลขและหลักชั่วโมงอย่างครบถ้วน ทางด้านชุดเข็มชั่วโมง เข็มนาที และเข็มวินาที ได้เลือกใช้เข็มทำสีดำเงากระจกที่ตัดกับพรายน้ำอย่างชัดเจน ช่วยมอบลุคมิลลิทารีที่ดุดัน

Bell & Ross BR-03 GMT Green Lum

ความพิเศษยังครอบคลุมไปถึงเข็ม GMT ฉลุโปร่งทรงสามเหลี่ยมชี้เวลาเขตที่สอง รวมถึงสเกล 24 ชั่วโมงบนขอบเบเซิลเซรามิกสีดำ โดยพรายน้ำ C3 นี้สามารถส่องสว่างได้ยาวนานสูงสุดถึง 10 ชั่วโมง ทำให้ไม่เพียงแค่หน้าปัดเท่านั้นที่เรืองแสง แต่ขอบเบเซิลหมุนได้สองทิศทางก็ยังสว่างไสวเป็นวงกลมประกายสีเขียวประดุจแผงควบคุมในเครื่องบินรบยามค่ำคืน

ตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมเอกลักษณ์ และกลไกอัตโนมัติไว้ใจได้

BR-03 GMT Green Lum ยังคงรักษาโครงสร้างสี่เหลี่ยมซิกเนเจอร์ขนาด 42 x 42 มิลลิเมตร พร้อมความหนาพอเหมาะที่ 11.3 มิลลิเมตร ตัวเรือนผลิตจากสแตนเลสสติลปัดลายซาตินสลับขัดเงา ให้ความรู้สึกแกร่งทนทานแบบนาฬิกาใช้งานจริงแต่ยังประณีตพอสำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ปิดทับด้วยกระจกแซฟไฟร์เคลือบสารกันสะท้อน ฝาหลังขันแน่นแบบทึบ รองรับการกันน้ำได้ที่ระดับ 100 เมตร

Bell & Ross BR-03 GMT Green Lum

ขับเคลื่อนด้วยกลไกออโตเมติก Calibre BR-CAL.303 ทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง สามารถสำรองพลังงานยาวนาน 54 ชั่วโมง มอบฟังก์ชันปรับเข็ม GMT เป็นอิสระ และมีช่องหน้าต่างบอกวันที่ทรงกลมบริเวณ 4 นาฬิกา 30 นาที สวมใส่เข้าคู่กับสายยางสีดำ หรือสลับไปใช้สายผ้าสังเคราะห์สีดำความทนทานสูงที่แถมมาให้ในชุดเพื่อเปลี่ยนลุคได้อย่างลงตัว

ข้อมูลทางเทคนิค
  • รหัสอ้างอิง (Reference): BR0393-GN-ST/SRB
  • จำนวนการผลิต: ลิมิเต็ดเอดิชัน 500 เรือนทั่วโลก
  • ตัวเรือน: สแตนเลสสติลปัดลายซาตินและขัดเงา ขนาด 42 มม. x 42 มม. หนา 11.3 มม., ขอบเบเซิลเซรามิกสีดำหมุนได้สองทิศทางพร้อมสเกล C3, กันน้ำ 100 เมตร
  • หน้าปัด: สีเขียวไล่เฉดสีดำแนวตั้ง (Vertical Green-to-Black Gradient), ตัวเลข หลักชั่วโมง และเข็มเคลือบพรายน้ำ Super-LumiNova® C3 สีเขียว, ช่องบอกวันที่ตำแหน่ง 4:30 น.
  • ฟังก์ชัน: ชั่วโมง, นาที, วินาที, วันที่, เข็ม GMT บอกเวลาเขตที่สองแบบ 24 ชั่วโมง
  • กลไก: ขึ้นลานอัตโนมัติ Calibre BR-CAL.303 (Base Sellita SW330-2), ความถี่ 28,800 vph (4Hz), สำรองพลังงาน 54 ชั่วโมง
  • สาย: สายยางสีดำ + สายผ้าสังเคราะห์สีดำความทนทานสูง พร้อมหัวสายแบบเข็มขัด (Pin Buckle) สแตนเลสสติล

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Jaeger-LeCoultre เผยโฉมบูติกแห่งใหม่ ณ ไอคอนสยาม
เมื่อ TAG Heuer ประกาศเปิดตัวนาฬิการุ่นพิเศษส่งตรงเพื่อนักสะสมชาวไทยโดยเฉพาะกับ Carrera Chronograph Thailand Limited Edition
Roger Dubuis Excalibur The Kabuto Legacy ถ่ายทอดจิตวิญญาณซามูไรผ่านศิลปะนาฬิกาชั้นสูง

Share post:

More like this

Panerai ฉลองครบรอบ 100 ปีร้านแรกในฟลอเรนซ์ด้วย Luminor Firenze 8 Giorni รุ่นใหม่

พาไปทำความรู้จัก Panerai Luminor Firenze 8 Giorni สองรุ่นพิเศษฉลอง 100 ปีร้านดั้งเดิมบนจัตุรัส Piazza San Giovanni ในตัวเรือน Platinumtech และสเตนเลสสตีล

พาชม Chronoswiss Neo Digiteur Pastel Code นาฬิกาไร้เข็มทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มาในโทนสีพาสเทลแสนหวาน

Chronoswiss Neo Digiteur Pastel Code เรือนเวลารูปทรงสี่เหลี่ยมไร้เข็มในโทนสีพาสเทล 3 เฉดสีใหม่ ผลิตจำกัดสีละ 99 เรือน ผสานงานพ่นทรายแบบ Matte เข้ากับกลไก Jumping Hour สไตล์ดิจิทัลจักรกลได้อย่างลงตัว

นี่คือนาฬิกาเรือนแรกที่ฝังเพชรบน Balance Wheel กับ Jacob & Co. Brilliant Flying Tourbillon Baguette Pastel Arlequino

ย้อนดูเบื้องหลัง Jacob & Co. Brilliant Flying Tourbillon Baguette Pastel Arlequino เรือนเวลา Pièce Unique ที่กล้าท้าทายกฎวิศวกรรมเรือนเวลาด้วยการฝังเพชร 54 เม็ดลงบน Balance Wheel พร้อมเทคนิคการคัดสรรพลอยพาสเทลแบบ Invisible Setting ทั้งเรือน

Arceau Samarcande กับศิลปะการเล่นซ่อนแอบกับกลไกชั้นสูงในแบบฉบับของ Hermès

หน้าปัด Openwork ฉลุช่องรูปหัวม้าแอบซ่อนกลไกมินิตรีพีทเตอร์อันล้ำเลิศ ถ้าพูดถึงงานเรือนเวลาเผยกลไกในรูปแบบสเกเลตันและโอเพนเวิร์ก เมซง Hermès Horloger ถือเป็นหนึ่งในเมซงที่สามารถผลิตผลงานเรือนเวลาในรูปแบบดังกล่าวได้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบที่มองแวบแรกก็สามารถระบุได้เลยว่านี่คือผลงานของ Hermès แน่นอน...