แล้วทำไม Audemars Piguet ถึงเลือกใส่กลไกโครโนกราฟชุดล่าสุดลงใน Royal Oak Offshore ไซส์ 37 มิลลิเมตร?


เวลาที่เรานึกถึงตระกูล Royal Oak Offshore ของ Audemars Piguet ภาพจำส่วนใหญ่เรามักจะเป็นนาฬิกาสปอร์ตจับเวลาเรือนหนา ทรงบึกบึน และเน้นความดุดันเป็นหลัก แต่คำถามที่น่าสนใจสำหรับโมเดลล่าสุดรหัส Ref. 26430IS.ZZ.A514CA.01-B คือ เหตุใดแบรนด์ถึงเลือกนำโครงสร้างสายลุยนี้มาดัดแปลงให้อยู่ในตัวเรือนขนาด 37 มิลลิเมตร พร้อมทั้งติดตั้งกลไกอินเฮาส์โครโนกราฟชุดใหม่ล่าสุดเข้าไป?

คำตอบของเรื่องนี้แฝงอยู่ในเรื่องของสัดส่วนและการเปิดรับกลุ่มผู้ใช้งานที่กว้างขึ้น โดยไม่ยอมลดทอนประสิทธิภาพเชิงวิศวกรรมลงไป ซึ่งเราจะมาเจาะลึกรายละเอียดไปพร้อมๆ กันในบทความนี้
การจัดวางสัดส่วนใหม่เมื่อความสปอร์ตเล็กลงแต่ซับซ้อนเท่าเดิม
ต้องบอกว่าโจทย์สำคัญของการลดขนาดนาฬิกาสปอร์ตจับเวลาลงมาเหลือ 37 มิลลิเมตร คือจะทำอย่างไรให้ตัวเรือนไม่ดูหนาเตอะจนขาดความสมดุล การสังเกตโครงสร้างของเรือนนี้จะพบว่าแบรนด์เลือกใช้ตัวเรือนวัสดุไทเทเนียม ซึ่งช่วยให้ตัวนาฬิกามีน้ำหนักเบาและสวมใส่สบายข้อมือ ความหนาของตัวเรือนคุมไว้ได้ที่ 11.5 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าค่อนข้างเพรียวสำหรับนาฬิการะบบจับเวลาอัตโนมัติ โดยตัวเม็ดมะยมและปุ่มกดจับเวลาก็ทำจากวัสดุไทเทเนียมเข้าชุดกัน พร้อมความสามารถในการกันน้ำที่ระดับ 50 เมตร

ความคมคายของงานดีไซน์รอบนี้อยู่ที่การจับแมทช์คู่สีและวัสดุ ขอบตัวเรือนใช้วัสดุสเตนเลสสตีลที่ฝังเพชรน้ำงามเจียระไนแบบเหลี่ยม (Brilliant-cut) จำนวน 32 เม็ด น้ำหนักรวมประมาณ 1 กะรัต เป็นการตัดสลับกับความด้านของตัวเรือนไทเทเนียมอย่างตั้งใจ ส่วนบนหน้าปัดลายตาราง Tapisserie สีชมพู หรือเฉดสีฟ้าเทอร์คอยส์ (Turquoise) มาใช้บนขอบหน้าปัดด้านใน (Inner bezel) เพื่อสร้างจุดนำสายตาและเพิ่มความสดใหม่ให้กับโทนสีโดยรวม โดยมีวงจับเวลาขนาดเล็กเป็นสีชมพูโทนเดียวกับพื้นหน้าปัด พร้อมเข็มไวท์โกลด์ 18 กะรัต และหลักชั่วโมงตัวเลขโรสโกลด์ 18 กะรัตเคลือบสารเรืองแสง

Calibre 6401 ขยับสู่วิศวกรรมกลไกยุคใหม่ที่บางลง
สิ่งที่ทำให้นาฬิกาไซส์ 37 มิลลิเมตรเรือนนี้มีความเป็นอุปกรณ์บอกเวลาอย่างแท้จริงนั่นก็คือ การบรรจุกลไกอัตโนมัติโครโนกราฟชุดใหม่ล่าสุดของโรงงานอย่าง Calibre 6401 เข้าไป ชุดกลไกนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตัวเอง โดยออกแบบให้เป็นระบบ Integrated Chronograph หรือกลไกจับเวลาที่สร้างขึ้นเป็นชิ้นเดียวกันตั้งแต่แรก ไม่ใช่การนำโมดูลจับเวลามาวางทับบนเครื่องฐานแบบในอดีต

หัวใจหลักของกลไกชุดนี้คือการใช้ระบบล้อคอลัมน์วีล (Column wheel) ร่วมกับชุดคลัตช์แนวตั้ง (Vertical clutch) ซึ่งเป็นระบบสิทธิบัตรของ Audemars Piguet ข้อดีที่สัมผัสได้จริงคือเวลาเรากดปุ่มสตาร์ทเพื่อจับเวลา เข็มวินาทีจะออกตัวได้อย่างราบรื่น ไม่มีอาการกระตุกหรือกระโดดให้เห็น และด้วยโครงสร้างกลไกที่บางลงกว่าเดิม ทำให้แบรนด์สามารถเปิดฝาหลังแซฟไฟร์โปร่งใสให้ผู้สวมใส่ได้มองเห็นการทำงานด้านในได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะงานตกแต่งลวดลายบนชิ้นส่วนต่างๆ และโรเตอร์ขึ้นลานอัตโนมัติที่ทำจากทองคำสีชมพู 22 กะรัต พร้อมความสามารถในการสำรองพลังงานยาวนาน 55 ชั่วโมง

นาฬิการุ่นนี้ยังมาพร้อมสายยางสีชมพูที่ติดตั้งระบบสลับเปลี่ยนสายได้ด้วยตัวเอง (Interchangeable strap system) คู่กับตัวล็อกแบบหัวเข็มขัดวัสดุไทเทเนียม ถือเป็นการผสมผสานระหว่างฟังก์ชันการใช้งานแบบสปอร์ตเข้ากับงานตกแต่งที่เน้นรายละเอียดสีสันได้อย่างลงตัว


รายละเอียดทางเทคนิค
- รุ่น: Audemars Piguet Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph 37 mm (Ref. 26430IS.ZZ.A514CA.01-B)
- ตัวเรือน: ไทเทเนียม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 37 มิลลิเมตร หนา 11.5 มิลลิเมตร เม็ดมะยมและปุ่มกดไทเทเนียม ขอบตัวเรือนสเตนเลสสตีลฝังเพชร Brilliant-cut 32 เม็ด (~1 กะรัต) กระจกหน้าปัดและฝาหลังแซฟไฟร์เคลือบสารกันแสงสะท้อน กันน้ำลึก 50 เมตร
- หน้าปัด: สีชมพูลาย Tapisserie วงจับเวลาสีโทนเดียวกัน ขอบหน้าปัดด้านในสีฟ้าเทอร์คอยส์ เข็มทองคำขาว 18 กะรัต หลักชั่วโมงตัวเลขทองคำชมพู 18 กะรัตเคลือบสารเรืองแสง
- กลไก: กลไกอัตโนมัติอินเฮาส์โครโนกราฟ Calibre 6401 ระบบคอลัมน์วีลและคลัตช์แนวตั้ง โรเตอร์ทองคำชมพู 22 กะรัต สำรองพลังงาน 55 ชั่วโมง
- สายนาฬิกา: สายยางสีชมพูแบบถอดเปลี่ยนสลับได้ หัวเข็มขัดวัสดุไทเทเนียม
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:
ตลาดนาฬิกาประมูลยังร้อนแรงต่อเนื่อง Phillips Hong Kong ปิดยอดในงาน The Hong Kong Watch Auction: XXII พุ่งสูงขึ้นจากปีก่อนถึง 90%
Montblanc Iced Sea Automatic Date 0 Oxygen Limited Edition 300การผจญภัยครั้งใหม่เหนือธารน้ำแข็งสีแดง
วิถีแห่งบุรุษ…สุนทรียะแห่งควันและกลไกเวลา การทำงานร่วมกันระหว่าง Bell & Ross และ S.T. Dupont ในคอลเลกชันซิการ์รุ่นล่าสุด

