ตลาดนาฬิกาประมูลยังร้อนแรงต่อเนื่อง Phillips Hong Kong ปิดยอดในงาน The Hong Kong Watch Auction: XXII พุ่งสูงขึ้นจากปีก่อนถึง 90%

Date:

เจาะลึกสัญญาณตลาดนาฬิกาผ่านงาน The Hong Kong Watch Auction: XXII เมื่อสิ้นเดือนพฤษภาคม นับเป็นประวัติศาสตร์ของแบรนด์ใหญ่และการเติบโตอย่างมั่นคงของช่างฝีมืออิสระกลายเป็นปัจจัยกำหนดราคา

การปิดฉากลงของงานประมูล The Hong Kong Watch Auction: XXII โดยสถาบัน Phillips in Association with Bacs & Russo เมื่อวันที่ 30–31 พฤษภาคม 2569 ทำยอดรวมไปได้สูงถึง 403,792,890 ดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งเติบโตขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 90% ตัวเลขนี้เป็นเครื่องชี้วัดที่สำคัญถึงทิศทางและมุมมองของนักสะสมในปัจจุบัน ซึ่งหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องราวเชิงประวัติศาสตร์ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และความโปร่งใสในที่มาของตัวเรือนอย่างชัดเจน

ในซีซั่นนี้ มีนาฬิกาที่ทุบราคาผ่านหลัก 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปถึง 8 เรือน นับเป็นจำนวนที่สูงที่สุดในบรรดาสำนักประมูลทั้งหมดในเอเชียรอบฤดูกาลนี้ สัญญาณดังกล่าวบ่งชี้ว่า เม็ดเงินในตลาดกำลังไหลไปสู่ผลงานที่มีความเฉพาะตัวสูง ตั้งแต่แบรนด์กระแสหลักที่มีการจัดวางตำแหน่งทางการตลาดอย่างเข้มงวด ไปจนถึงกลุ่มนักสร้างสรรค์อิสระ (Independent Watchmakers) ที่ผลิตผลงานในจำนวนจำกัด

Patek Philippe กับจุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์ของตระกูล 2499

ไฮไลต์สำคัญที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ Lot 941 กับ Patek Philippe Ref. 2499 First Series ตัวเรือนพิงก์โกลด์ 18K ที่ผลิตขึ้นในปี 1951 สามารถทำราคาปิดประมูลรวมค่าธรรมเนียมไปได้สูงถึง 80,370,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 10.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จากราคาประเมินขั้นต่ำที่ 24 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ตัวเลขนี้สร้างสถิติใหม่เป็นนาฬิกาที่มีมูลค่าสูงที่สุดเท่าที่เคยมีการซื้อขายในห้องประมูลของภูมิภาคเอเชีย

Stacked from 8 images. Method=B (R=1,S=1)

ถ้าวิเคราะห์เหตุผลเบื้องหลังมูลค่าที่ขยับขึ้นไปหลายเท่าตัว ตัวแปรสำคัญอยู่ตรงข้อมูลเชิงลึกทางสถาปัตยกรรมตัวเรือน 

  • Vichet Case: นาฬิกาเรือนนี้เป็นหนึ่งในสี่เรือนของ Ref. 2499 First Series ตัวเรือนพิงก์โกลด์ที่สืบทราบว่าใช้ตัวเรือนจากการผลิตของช่างฝีมือระดับปรมาจารย์อย่าง Vichet
  • British Hallmarks: ความพิเศษเฉพาะตัวคือ นี่เป็นเรือนเดียวในกลุ่มนั้นที่มีการประทับตรามาตรฐานทองคำ (Hallmark) ของสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นหลักฐานเชิงประวัติศาสตร์ที่ช่วยยืนยันเส้นทางการจัดจำหน่ายและความบริสุทธิ์ของชิ้นงานได้อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ผลงานระดับเก็บสะสมอีกสองเรือนจาก Patek Philippe ก็ทำราคาไปได้น่าสนใจเช่นกัน อย่างเช่น Ref. 3448 “Tokyo White” ปี 1972 ที่มีการลงนามสองชื่อ (Double-signed) ร่วมกับ Beyer Chronometrie ทำราคาไปได้ที่ 13,716,000 ดอลลาร์ฮ่องกง การขยับขึ้นของราคาเรือนนี้มีนัยสำคัญ เนื่องจาก Beyer Chronometrie เพิ่งถูกควบรวมกิจการโดย Patek Philippe และกำลังจะปิดฉากประวัติศาสตร์ 266 ปีลงเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่รูปแบบซาลอนใหม่ในปี 2027 ขณะที่ Ref. 5970R-017 ตัวเรือนพิงก์โกลด์ที่สั่งผลิตพิเศษสำหรับ Michael Ovitz พร้อมตราประทับอักษรย่อ “MSO” ทำราคาไปที่ 12,827,000 ดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งสูงกว่าราคาประเมินขั้นสูงถึง 1.6 เท่า

ความต้องการที่เด่นชัดในกลุ่มช่างนาฬิกาอิสระอย่าง F.P. Journe และ Philippe Dufour

แนวโน้มที่น่าสนใจและเติบโตอย่างมั่นคงต่อเนื่องคือมูลค่าของนาฬิกาจากช่างฝีมืออิสระ ซึ่งในงานนี้แสดงให้เห็นว่านักสะสมพร้อมที่จะเสนอราคาแข่งขันอย่างรุนแรงเมื่อชิ้นงานนั้นมีความตรงไปตรงมาและหายากในตลาด

F.P. Journe Tourbillon Souverain “Chine 2010” (Lot 895)

ตัวเรือนแพลทินัมขนาด 38 มิลลิเมตร ซึ่งผลิตขึ้นมาเพียง 5 เรือนเท่านั้น และนี่คือเรือนเดียวที่ทราบว่าใช้โครงสร้างตัวเรือนขนาดนี้ ราคาปิดประมูลพุ่งทะยานไปถึง 32,965,000 ดอลลาร์ฮ่องกง จากราคาประเมินขั้นต่ำที่คาดไว้ว่าจะผ่าน 7.8 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือคิดเป็นมูลค่าที่สูงกว่าเดิมร่วม 4 เท่า นอกจากนี้ รุ่นหน้าปัดชมพูบนตัวเรือนทองชมพู (Pink-on-Pink) จากยุคปี 2003 ก็ทำราคาไปได้ถึง 11,239,500 ดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งมากกว่าสองเท่าของราคาประเมิน

ทางด้าน Philippe Dufour Simplicity (Lot 877)

ตัวเรือนสเตนเลสสตีลที่ผลิตขึ้นราวปี 2020 โดดเด่นด้วยการเลือกใช้หน้าปัดโลหะกิโยเช่สีเทากระดานชนวน (Slate Grey) พร้อมหลักชั่วโมงตัวเลขอารบิกแบบ Breguet และเข็มพิงก์โกลด์ สามารถทำราคาปิดที่ 9,461,500 ดอลลาร์ฮ่องกง สร้างสถิติโลกใหม่สำหรับโมเดล Simplicity ที่ผลิตด้วยวัสดุสเตนเลสสตีล สิ่งนี้ตอกย้ำว่า ในโลกของการสะสมนาฬิกาชั้นสูง คุณค่าของงานฝีมือที่ผ่านการขัดแต่งด้วยมืออย่างประณีตสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดของมูลค่าวัสดุประเภทโลหะทั่วไปได้

Cartier กับพื้นที่ของงานศิลปะบนเรือนเวลา

นอกเหนือจากกลไกสลับซับซ้อน รูปทรงเชิงศิลปะและสุนทรียศาสตร์เฉพาะตัวของ Cartier ก็ยังคงเป็นที่ต้องการอย่างหนาแน่น เห็นได้จากการเปิดตัวครั้งแรกในตลาดประมูลของ Cartier Crash Squelette (Lot 853) ตัวเรือนที่ประดับด้วยเพชรและทับทิม โดยเรือนนี้เป็นหมายเลขสลัก “No. 1” ของซีรีส์ สามารถทำราคาปิดไปได้ที่ 9,207,500 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือเกือบ 5 เท่าของราคาประเมินขั้นสูง ในขณะที่นาฬิกาตั้งโต๊ะระบบกลไกซ่อนเข็มอย่าง Mystery Clock ตัวเรือนหินควอตซ์ใสแปดเหลี่ยมก็ทำราคาเหนือความคาดหมายไปที่ 2,286,000 ดอลลาร์ฮ่องกง

บทสรุปและแนวโน้มตลาด

ผลลัพธ์จากการประมูลที่ฮ่องกงในครั้งนี้ ประกอบกับความสำเร็จก่อนหน้าของงานประมูลที่เจนีวา ซึ่งสร้างสถิติยอดรวมสูงสุดในประวัติศาสตร์ของแผนกนาฬิกา สัญญาณเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าความต้องการในตลาดยังคงมีความหนาแน่น และกระจายตัวไปยังหมวดหมู่ที่หลากหลาย นักสะสมรุ่นใหม่ไม่ได้มองหาเพียงแค่แบรนด์ยอดนิยมตามกระแสหลัก พวกเขากำลังมองหาชิ้นงานที่มีความโปร่งใส มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวชัดเจน และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่สามารถสืบค้นได้ ซึ่งตัวเลขและสถิติต่างๆ ในฤดูกาลนี้เป็นสิ่งยืนยันความแข็งแกร่งของตลาดนาฬิกาในภูมิภาคเอเชียได้เป็นอย่างดี

ตารางสรุปผลงานประมูล Top 5 (The Hong Kong Watch Auction: XXII)
Lotแบรนด์และรุ่นนาฬิการาคาประเมิน (ดอลลาร์ฮ่องกง)ราคาประมูลที่ได้รวมค่าธรรมเนียม (ดอลลาร์ฮ่องกง)
941Patek Philippe, Ref. 2499 “The Pink First Series”, 195124,000,000 – 48,000,00080,370,000
(สถิติโลกสำหรับ Ref. นี้)
895F.P. Journe, Tourbillon Souverain, “Chine 2010 38”, circa 2010มากกว่า 7,800,00032,965,000
1097Patek Philippe, Ref. 3448 “Tokyo White”, 19726,000,000 – 12,000,00013,716,000
1031Patek Philippe, Ref. 5970R-017, ผลิตพิเศษสำหรับ Michael Ovitz, circa 20114,000,000 – 8,000,00012,827,000
(สถิติโลกสำหรับ Ref. นี้)
842F.P. Journe, Ref. T, Tourbillon Souverain, circa 20032,400,000 – 4,800,00011,239,500

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

พาชมเรือนเวลาล่าสุดของ H. Moser & Cie. ในรุ่น Endeavour Flyback Chronograph Dual Time Date ซ่อนโครโนกราฟไว้ตรงไหน? 
ลืมหน้าปัดแบบเดิมไปเลย เพราะ Ressence TYPE 7 รื้อวิศวกรรมหน้าปัดแบบ Oil-Filled พร้อมเนรมิต 2 สีใหม่ คมชัดราวกับจอดิจิทัล
วิถีแห่งบุรุษ…สุนทรียะแห่งควันและกลไกเวลา การทำงานร่วมกันระหว่าง Bell & Ross และ S.T. Dupont ในคอลเลกชันซิการ์รุ่นล่าสุด

Share post:

More like this

Bremont ลุยศึกใหญ่ ส่ง 5 เรือนเวลาเข้าประกวดในงาน Grand Prix d’Horlogerie de Genève (GPHG) ประจำปี 2026

ประกาศส่งนาฬิกา 5 รุ่นเด็ดเข้าร่วมประกวดงาน GPHG 2026 นำโดย Supernova Flying Tourbillon Skeleton และ Altitude MB Meteor 'Felix the Cat'

เมื่อทฤษฎีหลุมดำย้ายมาอยู่บนข้อมือ นี่คือ Bremont Supernova Hawking Limited Edition

Bremont Supernova Hawking Limited Edition นาฬิกาจับเวลาโมเดลล่าสุดตัวเรือน Ultra-black DLC ที่ผสานหน้าปัดหินอุกกาบาตแท้และสมการหลุมดำ เพื่อระลึกถึงหนึ่งในนักฟิสิกส์ทฤษฎีผู้ยิ่งใหญ่ของโลก ผลิตจำกัดเพียง 600 เรือน

Roger Dubuis Excalibur The Kabuto Legacy ถ่ายทอดจิตวิญญาณซามูไรผ่านศิลปะนาฬิกาชั้นสูง

Roger Dubuis เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่กล้าท้าทายขนบของโลกนาฬิอกาชั้นสูง ทั้งในแง่ของดีไซน์ที่มีความไฮเปอร์ และกลไกที่ก้าวล้ำ  นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 1995 โดยช่างนาฬิกา Roger...

Jaeger-LeCoultre เผยโฉมบูติกแห่งใหม่ ณ ไอคอนสยาม

นอกจากจะมีคอลเลกชันให้ชมหลากหลาย ยังนำเสนอประสบการณ์เสมือนได้ไปสัมผัสโรงงานของแบรนด์ใน Vallée de Joux ข่าวดีสำหรับสาวก Jaeger-LeCoultre เพราะทางแบรนด์ได้ฤกษ์เปิดตัวบูติกสาขาใหม่ ณ ไพรม์โลเกชันฝั่งธนบุรีอย่างไอคอนสยาม...