วิถีแห่งบุรุษ…สุนทรียะแห่งควันและกลไกเวลา การทำงานร่วมกันระหว่าง Bell & Ross และ S.T. Dupont ในคอลเลกชันซิการ์รุ่นล่าสุด

Date:

นี่คือเบื้องหลังการเดินทางของซีรีส์ Edición Limitada ลำดับที่สี่ กับการตีความสไตล์สปอร์ตคนเมืองให้กลายร่างเป็นกล่องซิการ์ไม้มะค่าขัดเงาที่บรรจุอุปกรณ์แบบครบครัน

ในโลกของการออกแบบนาฬิกา การหยิบยกวัฒนธรรมเฉพาะกลุ่ม (Subculture) มาเป็นแกนหลักในการสร้างสรรค์ ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทาย เพราะหากทำไม่ถึง นาฬิกาเรือนนั้นจะกลายเป็นเพียงสินค้าติดโลโก้ธรรมดา แต่สำหรับ Bell & Ross แบรนด์ที่มีภาพจำผูกติดอยู่กับมาตรวัดความเร็วในห้องนักบินเครื่องบินรบมาอย่างยาวนาน พวกเขามักหาจังหวะผ่อนคลายความตึงเครียดด้วยการหยิบเอาวัฒนธรรม “Epicureanism” หรือลัทธิแห่งความรื่นรมย์ในชีวิตเข้ามาผสมผสานอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวัฒนธรรมการสูบซิการ์

ในปี 2026 นี้ Carlos Rosillo ผู้ร่วมก่อตั้งแบนด์ได้จับมือร่วมกับ Alain Crevet ประธานบริหารของ S.T. Dupont ผู้เชี่ยวชาญและมีชื่อเสียงระดับโลกในด้านการผลิตเครื่องประดับ และแอคเซสเซอรี่สำหรับสุภาพบุรุษ เช่น ไฟแช็ก ปากกาหรู เครื่องหนัง และน้ำหอม เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเมซงเก่าแก่แห่งฝรั่งเศส เพื่อสร้างสรรค์ผลงานลำดับที่สี่ในซีรีส์ทางเลือกอย่าง BR-05 Chrono S.T. Dupont ซึ่งผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 150 เรือนทั่วโลก การร่วมมือกันในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปรับเฉดสีหน้าปัด แต่เป็นการรวมตัวกันของสองแบรนด์สัญชาติฝรั่งเศสเพื่อส่งมอบไลฟ์สไตล์ของผู้นิยมซิการ์แบบครบชุด

การเดินทางของเฉดสีอำพันจากปี 2006 สู่เรือนสปอร์ตสไตล์คนเมือง

หากย้อนดูประวัติศาสตร์ของซีรีส์ Edición Limitada ของ Bell & Ross จะพบว่าแบรนด์มีวิธีคิดในการเลือกตระกูลนาฬิกามาแต่งตัวให้เข้ากับสีสันของใบยาสูบที่แตกต่างกันไปตามยุคสมัย อย่างเช่น

  • ปี 2006: เริ่มต้นด้วยรุ่น BR Vintage 126 XL Edición Limitada ใช้ตัวเรือนทรงกลมพิงก์โกลด์ พร้อมฟังก์ชัน Big Date และ Annual Calendar บรรจุในกล่องควบคุมความชื้น (Humidor) ขนาด 50 มวน
  • ปี 2015: ส่งต่อมายังรุ่น WW1 Edición Limitada ที่ใช้ตัวเรือนเรดโกลด์ทรงกลมพร้อมขาตัวเรือนแบบลวดเชื่อมโยงถึงนาฬิกายุคสงครามโลก จับคู่หน้าปัดสีน้ำตาลโค้งมน
  • ปี 2022: แบรนด์ขยับเข้าสู่ยุคโมเดิร์นด้วยการเลือกใช้ตระกูล BR-05 Chrono เป็นครั้งแรก โดยเลือกเฉดสีน้ำตาล ทองชมพู และแดงเข้ม เพื่ออ้างอิงถึงสีของซิการ์ประเภท Maduro (ซิการ์สีเข้มจัด)
  • ปี 2026 (รุ่นล่าสุด): จับมือกับ S.T. Dupont นำเสนอรหัส BR-05 Chrono ในโทนสีน้ำตาลประกายทองสลับสเตนเลสสตีลขัดเงา ซึ่งเป็นการผสานภาพลักษณ์แบบคนเมือง (Urban) เข้ากับงานหัตถศิลป์ดั้งเดิม

ความน่าสนใจของการสังเกตสัดส่วนตัวเรือนในรุ่นล่าสุดนี้คือ การรักษาโครงสร้าง “สี่เหลี่ยมซ้อนวงกลม” ขนาด 42 มิลลิเมตร และหนา 14.25 มิลลิเมตร เอาไว้อย่างเหนียวแน่น ตัวเรือนหลักทำจากสเตนเลสสตีลขัดเงาสลับปัดเสี้ยน แต่มีการเพิ่มชิ้นส่วนขอบตัวเรือน (Bezel) และข้อต่อสายกึ่งกลางชิ้นงานด้วยทองคำโรสโกลด์ 18 กะรัต การจัดวางคู่สีลักษณะนี้ทำให้เลเยอร์ของนาฬิกาดูมีมิติ และลดทอนความดุดันของนาฬิกาสปอร์ตเหล็กให้ดูมีความสุขุมนุ่มนวลขึ้น

หน้าปัด Sunray Brown และศาสตร์การไล่เฉดแล็กเกอร์

พื้นผิวหน้าปัดของ BR-05 Chrono S.T. Dupont ใช้เทคนิคการขัดลายซันเรย์สีน้ำตาล (Brown Sunray) ซึ่งจะส่องประกายและเปลี่ยนเฉดสีไปตามมุมตกกระทบของแสง คล้ายกับผิวนอกของใบยาสูบคุณภาพดีที่ผ่านการบ่มจนได้ที่ การจัดวางเลย์เอาต์หน้าปัดเป็นแบบสองวงย่อย (Two counters) โดยแสดงเข็มวินาทีเปิดย่อยที่ 9 นาฬิกา และวงจับเวลานาทีที่ 3 นาฬิกา เจาะช่องหน้าต่างแสดงวันที่ทรงกลมไว้ระหว่างตำแหน่ง 4 และ 5 นาฬิกา

สิ่งที่เพิ่มความชัดเจนในการอ่านค่าคือ ชิ้นส่วนหลักชั่วโมงตัวเลขอารบิกและอินเด็กซ์ทรงเหลี่ยมโค้งมนทำจากทองคำโรสโกลด์ปัดเงา เติมเต็มภายในด้วยสารเรืองแสง Super-LumiNova เฉดสีเบจ ซึ่งสว่างเป็นสีเขียวในที่มืด เฉดสีเบจของสารเรืองแสงนี้ตั้งใจเลือกมาเพื่อเลียนแบบสีของผงเถ้าซิการ์ขณะที่กำลังถูกเผาไหม้ บนหน้าปัดมีการพิมพ์สลักโลโก้แบรนด์ร่วม S.T. Dupont ไว้ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกาอย่างสมดุล

แบรนด์เปิดโอกาสให้ผู้สะสมเลือกรูปแบบการแต่งตัวได้สองสไตล์ คือ สายสเตนเลสสตีลสลับทองคำโรสโกลด์สองกษัตริย์แบบอินทิเกรตไร้รอยต่อ หรือสายหนังวัวสีน้ำตาลปัดผิวคราบดำ (Black Patina) สไตล์หนังจระเข้เทียม ซึ่งสายหนังประเภทนี้จะให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติและเปลี่ยนสภาพไปตามการใช้งานของผู้สวมใส่

เมื่อฝาหลังแซฟไฟร์เปลือยโรเตอร์ 360 องศา เคียงคู่ชุดอุปกรณ์ Triptych

มาดูในส่วนของกลไกภายใน นาฬิการุ่นนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยคาลิเบอร์ BR-CAL.326 ซึ่งเป็นกลไกโครโนกราฟอัตโนมัติที่พัฒนาบนฐานโครงสร้างที่มั่นคง สามารถสำรองพลังงานได้ 60 ชั่วโมง ทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง เม็ดมะยมเป็นระบบขันเกลียวพร้อมบ่าปกป้อง รองรับประสิทธิภาพการกันน้ำที่ระดับ 100 เมตร เมื่อพลิกดูทางด้านหลังจะพบกับชิ้นส่วนโรเตอร์ขึ้นลานแบบฉลุโปร่งเต็มวง 360 องศา (360° Oscillating weight) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์การออกแบบวิศวกรรมเฉพาะของตระกูล BR-05 ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถมองเห็นการทำงานของชุดจักรปล่อยตัวและแผ่นเพลตกลไกด้านล่างได้อย่างเต็มสายตา

Bell & Ross BR-05 Chrono S.T. Dupont

ทว่าความพิเศษที่ทำให้นาฬิการุ่นนี้ถูกเรียกว่าเป็นผลงานศิลปะสามชิ้น (Triptych) คือกิมมิคของชุดบรรจุภัณฑ์ภายนอก ตัวกล่องถูกสร้างขึ้นจากไม้มะคาสซาร์เอโบนี (Macassar Ebony) ซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็งราคาสูงที่มีลวดลายสลับสีเข้มตามธรรมชาติและยากต่อการตัดแต่ง ฝากล่องด้านบนสลักตราสัญลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์

เมื่อเปิดภายในกล่องจะพบกับการกรุด้วยไม้ซีดาร์สเปน (Spanish Cedar) ซึ่งเป็นวัสดุที่นักสะสมซิการ์ต่างทราบดีว่ามีคุณสมบัติในการควบคุมและรักษาความชื้นสัมพัทธ์ได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยป้องกันไม่ให้ใบยาสูบแห้งกรอบและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่ช่วยไล่แมลง ภายในถูกจัดสรรพื้นที่เป็น 3 ส่วนหลักคือ

Bell & Ross BR-05 Chrono S.T. Dupont
Bell & Ross BR-05 Chrono S.T. Dupont
  1. ช่องตรงกลาง: จัดวางนาฬิกา BR-05 Chrono S.T. Dupont
  2. ช่องฝั่งซ้าย: บรรจุเครื่องพ่นไฟ S.T. Dupont รุ่นยอดนิยมอย่าง Ligne 2 ตกแต่งด้วยโลหะสีทูโทนสลับกับการเคลือบแล็กเกอร์ไล่เฉดสีน้ำตาล (Gradient brown lacquer) ซึ่งเป็นเฉดสีเดียวกับที่ปรากฏบนหน้าปัดนาฬิกา
  3. ช่องฝั่งขวา: ติดตั้งชิ้นส่วนกรรไกรตัดซิการ์ (Cigar Cutter) ที่มีการขัดแต่งวัสดุและสีสันในโทนเดียวกันเข้าชุด

ชุดกล่องเดินทางนี้สามารถปรับแต่งถอดถาดรองออกเพื่อเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นกล่องเก็บซิการ์ (Humidor) ที่รองรับการจุซิการ์ได้สูงสุดถึง 50 มวน นับเป็นการออกแบบที่ผสมผสานระหว่างฟังก์ชันการใช้งานเชิงเวลาและสุนทรียภาพแห่งการพักผ่อนของสุภาพบุรุษได้อย่างกลมกลืน

ข้อมูลทางเทคนิค
  • รุ่น: Bell & Ross BR-05 Chrono S.T. Dupont (หมายเลขอ้างอิง: BRO5C-STD-STPG)
  • ตัวเรือน: ขนาดความกว้าง 42.0 มิลลิเมตร ความหนา 14.25 มิลลิเมตร ผลิตจากวัสดุสเตนเลสสตีลปัดเงาสลับซาติน ร่วมกับทองคำโรสโกลด์ 18 กะรัต กระจกหน้าปัดแซฟไฟร์คริสตัลเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อน เม็ดมะยมแบบขันเกลียวพร้อมบ่าป้องกัน ฝาหลังแซฟไฟร์เปลือยให้เห็นโรเตอร์หมุน 360 องศา การกันน้ำ 100 เมตร
  • หน้าปัด: เฉดสีน้ำตาลปัดลายซันเรย์ (Brown Sunray) ติดตั้งตราสัญลักษณ์ S.T. Dupont ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ชิ้นส่วนหลักชั่วโมงและตัวเลขอารบิกสีทองโรสโกลด์ปัดซาติน เข็มชั่วโมงและนาทีหลักแบบโปร่งฉลุเคลือบทองพ่นเงา บรรจุสารเรืองแสง Super-LumiNova เฉดสีเบจ (เรืองแสงสีเขียวในที่มืด)
  • กลไก: กลไกโครโนกราฟอัตโนมัติ คาลิเบอร์ BR-CAL.326 ทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง พลังงานสำรอง 60 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง, นาที, เข็มวินาทีสลับย่อย ณ ตำแหน่ง 9 นาฬิกา, วันที่ ณ ตำแหน่ง 4-5 นาฬิกา ระบบจับเวลาโครโนกราฟจับวินาทีแกนกลาง และวงจับเวลานาที ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา
  • สายและตัวล็อก: ออปชันสายสเตนเลสสตีลสลับข้อต่อทองคำโรสโกลด์สองกษัตริย์ หรือสายหนังวัวสีน้ำตาลปัดผิวคราบดำสไตล์อัลลิเกเตอร์ พร้อมตัวล็อกแบบบานพับพับสามทบทำจากเหล็กขัดเงา
  • ชุดอุปกรณ์ร่วม: กล่องไม้มะคาสซาร์เอโบนีบุภายในด้วยไม้ซีดาร์สเปน (ปรับเป็นหม้อควบคุมความชื้นสำหรับซิการ์ 50 มวนได้) มาพร้อมไฟแช็ก S.T. Dupont Ligne 2 เคลือบแล็กเกอร์สีน้ำตาลไล่เฉด และกรรไกรตัดซิการ์เข้าชุด
  • จำนวนการผลิต: จำกัดจำนวนจำหน่าย 150 เรือนทั่วโลก (Limited Edition)

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
เบื้องหลังความงามระดับหัตถศิลป์ของ Czapek Promenade Goutte de Rosée กับหน้าปัด Grand Feu Enamel สีเขียวที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก
เมื่อความจัดจ้านของสตรีทแวร์ปะทะโครงสร้างล้ำยุค เจาะลึกวิสัยทัศน์เบื้องหลัง AP x AMBUSH ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอย่างไรนะ?
เปิดมุมมองความคิดเห็นต่อวงการนาฬิกาของเด็กยุคใหม่: เมื่อเรือนเวลากลายเป็นมากกว่าแค่เครื่องบอกเวลา และการลงทุนในยุคดิจิทัล

Share post:

More like this

Montblanc Iced Sea Automatic Date 0 Oxygen Limited Edition 300การผจญภัยครั้งใหม่เหนือธารน้ำแข็งสีแดง

หน้าปัดสีแดงคอรัล พร้อมเทคโนโลยี 0 Oxygen สุดล้ำ ที่มาในจำนวนจำกัด 300 เรือน ต้องยอมรับว่า...

การหวนคืนของจักรกลสี่ตลับลาน เจาะลึกวิธีคิดและการย่อสัดส่วนใน Chopard L.U.C Quattro Revolution Re-edition

บทวิเคราะห์ทางวิศวกรรมการจัดวางตลับลานอนุกรม 4 ชุด และงานแกะลายกิโยเชบนหน้าปัดทองคำดั้งเดิม 3N ของนาฬิการุ่นพิเศษขนาด 38 มิลลิเมตร Chopard L.U.C Quattro Revolution Re-edition

ลืมหน้าปัดแบบเดิมไปเลย เพราะ Ressence TYPE 7 รื้อวิศวกรรมหน้าปัดแบบ Oil-Filled พร้อมเนรมิต 2 สีใหม่ คมชัดราวกับจอดิจิทัล

เจาะลึกวิศวกรรมห้องน้ำมันของ Ressence TYPE 7 กับสองเฉดสีใหม่ Black และ Cactus การผสานโมดูล ROCS 7 เข้ากับการคำนวณอันเดอร์โทนวัสดุไทเทเนียม Grade 5

พาชมเรือนเวลาล่าสุดของ H. Moser & Cie. ในรุ่น Endeavour Flyback Chronograph Dual Time Date ซ่อนโครโนกราฟไว้ตรงไหน? 

วิเคราะห์ศาสตร์แห่งการตัดทอนของ H. Moser & Cie. ในรุ่น Endeavour Flyback Chronograph กับการปฏิวัติกลไก AgenGraphe สู่ร่างไขลานเพื่อซ่อน 3 ฟังก์ชันใหญ่ไว้บนแกนกลาง