มินิมอลที่ทรงพลัง… จะเป็นอย่างไร ถ้าความเรียบหรูท้าทายขีดจำกัดแห่งวิศวกรรมบอกเวลา ในตระกูล Astronomia ของ Jacob & Co. 

Date:

นิยามใหม่ของนาฬิกามินิมอลที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกสุดล้ำ

Jacob & Co. Astronomia Régulateur

หากพูดถึงตระกูล Astronomia ของ Jacob & Co. ภาพจำในใจของหลายคนคงเป็นเรือนเวลาสุดอลังการที่เต็มไปด้วยดวงดาวจำลองและกลไกโคจรสามมิติที่โลดแล่นอยู่บนข้อมืออย่างตื่นตาตื่นใจ แต่สำหรับผลงานล่าสุดอย่าง Astronomia Régulateur แบรนด์ได้ตัดสินใจเดินหน้าสู่ทิศทางใหม่ที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ด้วยการสลัดภาพความวิจิตรตระการตาของระบบสุริยะจักรวาลออกไป แล้วแทนที่ด้วยปรัชญาความเรียบง่ายสไตล์มินิมอล แต่นั่นกลับเป็นจุดเริ่มต้นของความท้าทายทางกลไกที่ซับซ้อนและก้าวล้ำที่สุดเท่าที่คอลเลกชันนี้เคยมีมา

Jacob & Co. Astronomia Régulateur

ความโดดเด่นของเรือนเวลารุ่นนี้อยู่ที่การนำศาสตร์แห่งนาฬิกาประเภท Regulator หรือนาฬิกาตั้งเวลาที่มีหน้าปัดแยกแสดงชั่วโมง นาที และวินาทีออกจากกันเพื่อความแม่นยำสูงสุด มาผสานเข้ากับกลไกการโคจรแบบหมุนรอบตัวเองที่เป็นอัตลักษณ์ของแบรนด์ หน้าปัดย่อยสำหรับแสดงชั่วโมงและนาทีทำจากวัสดุโปร่งแสง ติดตั้งอยู่บนแกนหมุนสามแขนร่วมกับจักรกลฟลายอิงทูร์บิญองแบบสองแกน (Double-axis flying tourbillon) โดยแขนรับน้ำหนักชุดนี้จะหมุนครบรอบในเวลาเพียง 1 นาที ซึ่งถือเป็นความเร็วที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของตระกูล Astronomia และเร็วกว่ารุ่นต้นตำรับเมื่อ 12 ปีก่อนถึง 20 เท่า ในขณะที่จานดิสก์แสดงวินาทีขนาดใหญ่ด้านล่างจะหมุนสวนทางกัน เกิดเป็นทัศนียภาพแห่งการเคลื่อนไหวที่นุ่มนวลและน่าหลงใหลบนข้อมือ

Jacob & Co. Astronomia Régulateur

การเพิ่มความเร็วในการหมุนอย่างมหาศาลเช่นนี้จำเป็นต้องแลกด้วยพลังงานจำนวนมาก แม้ Jacob & Co. จะติดตั้งตลับลานคู่ (Twin mainspring barrels) เพื่อให้แรงบิดที่เพียงพอ แต่จริงๆ แล้ว หากแรงบิดที่สูงเกินไปก็อาจสร้างความเสียหายให้แก่ชุดปล่อยจักรได้ วิศวกรจึงได้แก้ปัญหาด้วยการคิดค้นระบบ Remontoir d’égalité รูปแบบพิเศษที่ทำงานด้วยความเร็วสูงถึง 6 ครั้งต่อวินาที เพื่อทำหน้าที่ควบคุมและปล่อยพลังงานให้คงที่ในทุกๆ จังหวะการทำงานของกลไก นอกจากนี้ยังมีระบบเฟืองต่างจำพวก (Differential mechanism) ที่ช่วยประคองให้หน้าปัดแสดงชั่วโมงและนาทีตั้งตรงอยู่ตลอดเวลาในขณะที่โคจรไปรอบๆ อีกด้วย

Jacob & Co. Astronomia Régulateur

ในแง่ของสุนทรียภาพ นาฬิการุ่นล่าสุดนี้มาพร้อมกับหน้าปัดสีดำขลับที่สะท้อนความสุขุมลุ่มลึกอย่างเป็นที่สุด ตัวเรือนทำจากทองชมพู 18k ขนาด 43 มิลลิเมตร ซึ่งถือเป็นขนาดที่สวมใส่ได้ง่ายที่สุดเท่าที่เคยผลิตมาในคอลเลกชันนี้ พร้อมกระจกแซฟไฟร์รอบตัวเรือนที่ยังคงรักษาความโปร่งใสอันเป็นเอกลักษณ์เอาไว้ได้อย่างครบถ้วน นี่จึงไม่ใช่เพียงแค่การลดทอนรายละเอียดเพื่อความเรียบง่าย แต่เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าความงามที่แท้จริงเกิดจากการหลอมรวมกันระหว่างดีไซน์ที่หมดจดและอัจฉริยภาพทางกลไกขั้นสูงอย่างลงตัว

ข้อมูลทางเทคนิค:

  • กลไก: คาลิเบอร์ JCAM56 ไขลาน (Manual-winding) สำรองพลังงาน 28 ชั่วโมง ความถี่ 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง (3 Hz)
  • ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง นาที วินาที และทูร์บิญอง (Tourbillon)
  • ตัวเรือน: ขนาด 43 มม. หนา 18 มม. ผลิตจากโรสโกลด์ 18K กันน้ำลึก 30 เมตร
  • สาย: สายหนังอัลลิเกเตอร์ พร้อมบานพับพับ (Folding Buckle) ผลิตจากโรสโกลด์ 18K
  • จำนวนการผลิต: ลิมิเต็ดเอดิชัน 18 เรือน

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

เมื่อความสมบูรณ์แบบระดับพิพิธภัณฑ์มาอยู่บนข้อมือ นี่คือ Greubel Forsey “Balancier QM” นิยามใหม่ของศาสตร์การขัดแต่งด้วยมือ
เบื้องหลังความงามระดับหัตถศิลป์ของ Czapek Promenade Goutte de Rosée กับหน้าปัด Grand Feu Enamel สีเขียวที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก
Perpetual Moon 41.5 Steel “Colours of the Moon” เมื่อหน้าต่างแสดงข้างขึ้น-ข้างแรมของ Arnold & Son ได้รับการแต้มสีสันใหม่

Share post:

More like this

Arnold & Son Perpetual Moon 41.5 Platinum “Horse of the Dunes” ศิลปะแห่งเวลาที่ผลิตจำกัด 8 เรือน

เจาะลึก Arnold & Son Perpetual Moon 41.5 Platinum "Horse of the Dunes" ทรงคุณค่าที่ผสานงานแกะสลักม้าทองคำขาวบนหน้าปัดแก้ว Aventurine สีดำ พร้อมกลไกข้างขึ้น-ข้างแรมความแม่นยำสูง ผลิตจำกัดเพียง 8 เรือนทั่วโลก

Hublot จับมือศิลปินชื่อดัง Jeff Koons เปิดตัวนาฬิกาสองรุ่นใหม่ Balloon Dog และ MP-14

เบื้องหลังการร่วมมือกันครั้งแรกระหว่าง Hublot และ Jeff Koons สองเรือนเวลาที่ผสานงานศิลปะสไตล์ Balloon Dog เข้ากับกลไกตองบิยองระดับสูง

เมื่อ Rolex นำกลไก Complete Calendar มาเซอร์ไพรส์ในนาฬิกาลุคคลาสสิกรุ่น Perpetual Padellone

นาฬิการุ่นที่สองในคอลเลกชัน Perpetual ที่ต่อยอดจากรุ่น 1908 ได้อย่างเหนือชั้น ต้องยอมรับว่า เสน่ห์ของสไตล์วินเทจที่ปรากฎอยู่บน Rolex 1908...

Chopard เปิดตัว Happy Diamonds Heritage ฉลอง 50 ปีเรือนเวลาไอคอนิก

Chopard Happy Diamonds Heritage การกลับมาของเรือนเวลาไอคอนิกปี 1976 ในตัวเรือนทองคำ 18K หน้าปัดนิลดำ และกลไกอินเฮาส์สุดบางเฉียบ