เมื่อแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องนวัตกรรมวัสดุศาสตร์หันมาตีความสีสันประจำฤดูกาลผ่านความเรียบง่ายและกลไกที่หลากหลายยิ่งขึ้น
สำหรับคนรักนาฬิกา เสน่ห์ของ Hublot อยู่ที่ศิลปะแห่งการผสมผสานวัสดุ แต่บ่อยครั้งที่วัสดุศาสตร์ขั้นสูงของพวกเขามักจะถูกนำเสนอในมุมที่ดุดันหรือสีสันฉูดฉาดแบบตะโกน แต่ในงานเปิดตัวคอลเลกชันฤดูร้อนปี 2026 ณ แซงต์-โทรเปซ์ ริมชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน แบรนด์ได้แสดงให้เห็นวิธีคิดที่สุขุมและผ่อนคลายลงอย่างน่าสนใจ พวกเขานำวัสดุไฮเทคเซรามิกที่มีสิทธิบัตรเฉพาะตัว ซึ่งมีความแข็งแกร่งกว่าเซรามิกทั่วไปในตลาดถึง 300 วิกเกอร์ส มาเคลือบด้วยโทนสีพาสเทลรวม 6 โมเดลใหม่ เป็นการเปลี่ยนผ่านจากความแข็งกร้าวทางวิศวกรรมสู่ความลงตัวบนข้อมือในวันพักผ่อนอย่างแท้จริง

เจาะลึกความซับซ้อนของ 6 เฉดสีและกลไกประจำฤดูกาล
เริ่มต้นด้วยรุ่นแรก Big Bang Summer Multi-Colored Ceramic ขนาด 42 มิลลิเมตร ซึ่งถือเป็นเรือนไฮไลท์ที่เล่าเรื่องสีสันพาสเทลได้จัดจ้านที่สุด ตัวเรือนชิ้นกลางผลิตจากเซรามิกสีชมพูและสีเขียวมิ้นต์ที่ผ่านการพ่นทรายละเอียดสลับกับงานขัดเงาอย่างมีมิติ เพิ่มความพิเศษด้วยชิ้นขอบตัวเรือนและฝาหลังที่เลือกใช้เซรามิกสีฟ้าสกายบลู ยึดด้วยสกรูไทเทเนียมทรงตัว H หน้าปัดเป็นแบบสเกเลตันแมตต์ที่โชว์ชุดคอลัมน์วีลของกลไกอินเฮาส์โครโนกราฟ Unico คาลิเบอร์ HUB1280 สำรองพลังงานได้ 72 ชั่วโมง และกันน้ำได้ 100 เมตร โดยรุ่นนี้จะผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 200 เรือนเท่านั้น

ขยับความเหนือชั้นขึ้นมาในรุ่นที่สองอย่าง Big Bang Summer Multi-Colored Ceramic ขนาด 44 มิลลิเมตร ที่ใช้โครงสร้างเลเยอร์สีพาสเทลภายนอกและตัวเรือนเซรามิกเหมือนกับรุ่นแรกทุกประการ แต่สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้พิเศษและแตกต่างคือการเปลี่ยนมาใช้แผ่นหน้าปัดคริสตัลแซฟไฟร์สีชมพูโปร่งใส เพื่อเปิดพื้นที่ให้มองเห็นสถาปัตยกรรมกลไกทูร์บิญองอัตโนมัติ คาลิเบอร์ HUB6035 ที่จัดวางไมโครโรเตอร์ไว้ฝั่งหน้าปัดได้อย่างชัดเจน ตัวเรือนรุ่นนี้สามารถกันน้ำได้สูงถึง 300 เมตร และผลิตจำกัดแบบเอ็กซ์คลูซีฟเพียง 10 เรือนทั่วโลก

รุ่นที่สามคือ Big Bang Titanium Peach Ceramic ขนาด 42 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นรุ่นเดียวในคอลเลกชันนี้ที่ไม่ได้ใช้เซรามิกทำตัวเรือนหลัก โดยแบรนด์เลือกใช้ไทเทเนียมขัดซาตินสลับเงามาทำตัวเรือน เพื่อเน้นความเบาและทนทานแบบนาฬิกาสปอร์ต จากนั้นนำเซรามิกสีพีชขัดเงามาทำชิ้นขอบตัวเรือน แมตช์เข้ากับหน้าปัดสเกเลตันและชุดเข็มที่ย้อมเป็นสีพีชทั้งหมด ขับเคลื่อนด้วยกลไกฟลายแบ็กโครโนกราฟ Unico กันน้ำได้ 100 เมตร ถือเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ชอบความแกร่งของโลหะแต่ต้องการความนุ่มนวลของสีสันในฤดูร้อน

จากนั้นเดินทางเข้าสู่กลุ่มนาฬิกาสีเดี่ยวล้วนหรือโมโนโครมขนาดเล็กในรุ่นที่สี่ Big Bang Peach Ceramic ขนาด 33 มิลลิเมตร ตัวเรือน ขอบตัวเรือน และหน้าปัดผลิตจากเซรามิกขัดเงาสีพีชทั้งหมด
รุ่นนี้ให้ความรู้สึกนุ่มนวล อบอุ่น และถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ Big Bang ไซส์นี้ที่ไม่มีการประดับเพชรบนขอบเลย เพื่อตั้งใจเปิดพื้นที่ให้เนื้อสีพาสเทลและวัสดุทำหน้าที่เล่าเรื่องด้วยตัวเอง ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ 3 เข็ม คาลิเบอร์ HUB1120 พร้อมหน้าต่างวันที่ และสำรองพลังงานได้ 40 ชั่วโมง

ถัดมาในรุ่นที่ห้า Big Bang Green Ceramic ขนาด 33 มิลลิเมตร ใช้สเปกกลไกอัตโนมัติ HUB1120 และโครงสร้างตัวเรือนเซรามิกขัดเงาขนาด 33 มิลลิเมตรที่ปราศจากเพชรเช่นเดียวกัน แต่เปลี่ยนเฉดสีทั้งหมดให้เป็นสีเขียวมิ้นต์ผิวกลอส ตั้งแต่หน้าปัด ตัวเรือน ไปจนถึงสายยางบุด้านในสีขาว ให้บุคลิกที่ดูสดชื่น ผ่อนคลาย และเหมาะกับบรรยากาศลอนช์ริมชายหาดอย่างลงตัว


ปิดท้ายคอลเลกชันด้วยรุ่นที่หก Big Bang Petrol Blue Ceramic ขนาด 33 มิลลิเมตร นาฬิกาเซรามิกขัดเงาขนาด 33 มิลลิเมตรที่มาในโทนสีน้ำเงินเพโทรลบลูล้วน หน้าปัดและตัวเรือนสีน้ำเงินเข้มโทนนี้ช่วยมอบความสุขุม ลุ่มลึก และเป็นรุ่นที่แมตช์เข้ากับการแต่งตัวได้ง่ายที่สุดในกลุ่มโมโนโครม ทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติ 3 เข็มและกันน้ำได้ 100 เมตร เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมซีรีส์

จากหน้าปัดสีหวานสู่การใช้งานจริง
นาฬิกาทุกรุ่นในคอลเลกชันฤดูร้อนนี้ ได้รับการติดตั้งระบบเปลี่ยนสาย One-Click ทำให้ผู้สวมใส่สามารถสลับสายยางสีพาสเทลที่บุด้านในด้วยสีขาวควบคู่กับตัวล็อกสายไทเทเนียมได้อย่างสะดวก พร้อมการรับประกันจากโรงงานที่ขยายระยะเวลายาวนานสูงสุดถึง 10 ปี ด้วยระบบ 5+5 ปี ภาพรวมของผลงานชุดนี้จึงพิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อวิศวกรรมวัสดุศาสตร์อันซับซ้อนเดินทางมาเจอกับการเลือกใช้เฉดสีที่ฉลาดและเข้าใจไลฟ์สไตล์ ผลลัพธ์ที่ได้คู่งานออกแบบที่ดูนุ่มนวล สวมใส่สบาย โดยที่คนรักนาฬิกายังคงสัมผัสได้ถึงสมรรถนะของกลไกอินเฮาส์ชั้นดีอยู่เช่นเดิม
ข้อมูลทางเทคนิค
Big Bang Summer Multi-Colored Ceramic 42 mm (Ref. 441.ERG.6610.RX)
- ตัวเรือน: เซรามิกสีชมพู–มิ้นต์ พ่นทรายสลับขัดเงา ขอบและฝาหลังเซรามิกสีฟ้า ขนาด 42 มม. กันน้ำ 100 เมตร
- หน้าปัด: สเกเลตันโทนชมพู–มิ้นต์แบบแมตต์
- ฟังก์ชัน: ชั่วโมง นาที วินาที โครโนกราฟ Flyback
- กลไก: HUB1280 Unico อัตโนมัติ คอลัมน์วีล สำรองพลังงาน 72 ชั่วโมง
- สาย: สายยางสีฟ้าบุสีขาว พร้อมสายเปลี่ยนสีมิ้นต์และชมพู ระบบ One-Click ตัวล็อกไทเทเนียม
Big Bang Summer Multi-Colored Ceramic 44 mm (Ref. 429.ERG.6610.RX)
- ตัวเรือน: เซรามิกสีชมพู–มิ้นต์ ขอบและฝาหลังเซรามิกสีฟ้า ขนาด 44 มม. กันน้ำ 300 เมตร
- หน้าปัด: แซฟไฟร์โปร่งใสสีชมพู
- ฟังก์ชัน: ชั่วโมง นาที ทูร์บิญอง
- กลไก: HUB6035 ทูร์บิญองอัตโนมัติ ไมโครโรเตอร์ สำรองพลังงาน 72 ชั่วโมง
- สาย: สายยางสีฟ้าบุสีขาว พร้อมสายเปลี่ยนสีมิ้นต์และชมพู ระบบ One-Click ตัวล็อกไทเทเนียม
Big Bang Titanium Peach Ceramic 42 mm (Ref. 441.NCU.5920.RX)
- ตัวเรือน: ไทเทเนียมขัดซาตินสลับเงา ขอบเซรามิกสีพีช ขนาด 42 มม. กันน้ำ 100 เมตร
- หน้าปัด: สเกเลตันสีพีช
- ฟังก์ชัน: ชั่วโมง นาที วินาที โครโนกราฟ Flyback
- กลไก: HUB1280 Unico อัตโนมัติ คอลัมน์วีล สำรองพลังงาน 72 ชั่วโมง
- สาย: สายยางสีพีชแบบมีพื้นผิว ตัวล็อกไทเทเนียม
Big Bang Peach Ceramic 33 mm (Ref. 485.CUP.5920.RX)
- ตัวเรือน: เซรามิกขัดเงาสีพีช ขนาด 33 มม. กันน้ำ 100 เมตร
- หน้าปัด: สีพีชผิวเงา
- ฟังก์ชัน: ชั่วโมง นาที วินาที วันที่
- กลไก: HUB1120 อัตโนมัติ สำรองพลังงาน 40 ชั่วโมง
- สาย: สายยางสีพีชแบบมีพื้นผิว ตัวล็อกสเตนเลสสตีล
Big Bang Green Ceramic 33 mm (Ref. 485.GS.5271.RX)
- ตัวเรือน: เซรามิกขัดเงาสีเขียวมิ้นต์ ขนาด 33 มม. กันน้ำ 100 เมตร
- หน้าปัด: สีเขียวมิ้นต์ผิวเงา
- ฟังก์ชัน: ชั่วโมง นาที วินาที วันที่
- กลไก: HUB1120 อัตโนมัติ สำรองพลังงาน 40 ชั่วโมง
- สาย: สายยางสีเขียวมิ้นต์แบบมีพื้นผิว ตัวล็อกสเตนเลสสตีล
Big Bang Petrol Blue Ceramic 33 mm (Ref. 485.ES.5171.RX)
- ตัวเรือน: เซรามิกขัดเงาสี Petrol Blue ขนาด 33 มม. กันน้ำ 100 เมตร
- หน้าปัด: สี Petrol Blue
- ฟังก์ชัน: ชั่วโมง นาที วินาที วันที่
- กลไก: HUB1120 อัตโนมัติ สำรองพลังงาน 40 ชั่วโมง
- สาย: สายยางสี Petrol Blue แบบมีพื้นผิว ตัวล็อกสเตนเลสสตีล
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph สลัดลุคนาฬิกาสปอร์ตสายลุย ลดขนาดลงมา 37 มม. จับคู่กับเฉดสีชมพูและขอบหน้าปัดเพชร
The Reason Why: ทำไม Hublot Big Bang ถึงกลายเป็นไอคอนแห่งศตวรรษ? กับ 3 เหตุผลที่นักสะสมทั่วโลกหลงใหล
Rado ปลุกกระแสความสนุกให้กับตัวเรือนทรงรีระดับตำนานด้วยการเปิดตัว DiaStar Original Skeleton Limited Edition ที่มาพร้อม 3 เฉดสี

