Hublot จับมือศิลปินชื่อดัง Jeff Koons เปิดตัวนาฬิกาสองรุ่นใหม่ Balloon Dog และ MP-14

Date:

บทสนทนาระหว่างศิลปะและเวลา หมาลูกโป่ง, ทูร์บิญอง และศิลปะแห่งการยอมรับ นี่คือเบื้องหลังความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง Hublot กับ Jeff Koons

วันนี้เราของมาเล่าเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นในวงการนาฬิกาตอนนี้ นั่นก็คือแบรนด์นาฬิกาสุดหรูจากสวิตเซอร์แลนด์อย่าง Hublot ที่ได้สร้างความฮือฮาครั้งใหญ่ด้วยการร่วมมือกับคุณ Jeff Koons (เจฟฟ์ คูนส์) ศิลปินร่วมสมัยชาวอเมริกันผู้โด่งดังระดับโลก และนี่ถือว่าเป็นครั้งแรกในการสร้างสรรค์นาฬิกาสองรุ่นที่สะท้อนมุมมองอันลึกซึ้งผ่านงานดีไซน์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ได้แก่ Classic Fusion Balloon Dog และ MP-14 Origin มาดูกันว่ามีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง

สองนาฬิกา สองเรื่องราวแต่มีรากฐานเดียวกัน

แม้ว่าในแง่ของรูปลักษณ์ภายนอก นาฬิกาทั้งสองเรือนจะดูเหมือนอยู่กันคนละขั้ว แต่ในมุมมองของศิลปินผู้สร้างสรรค์กลับมีแก่นแท้ที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างลึกซึ้ง อย่างเช่น

ในรุ่น Classic Fusion Balloon Dog จะเป็นนาฬิกาที่ดึงเอาประติมากรรมรูปสุนัขลูกโป่งอันโด่งดังจากซีรีส์ Celebration มาตีความใหม่ มีให้เลือกทั้งแบบสเตนเลสตีด้วยกระจกเงา และอะโนไดซ์อะลูมิเนียมสีแดงหรือสีน้ำเงิน ตัวเรือนถูกออกแบบให้มีความกลมมน โทนสีมีความมันเงาราวกับทำจากลูกโป่งจริงๆ และมีรายละเอียดต่างๆ ที่สะท้อนรูปทรงของลูกโป่ง ไม่ว่าจะเป็นเม็ดมะยมหรือเข็มวินาที เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกถึงความหวัง ความสุข และพลังบวก

และอีกหนึ่งรุ่นคือ MP-14 Origin เป็นนาฬิกาสุดล้ำที่สร้างขึ้นจากแซฟไพรและไทเทเนียม โดดเด่นด้วยกลไก Tourbillon วางอยู่ตรงกลางหน้าปัดระบบอัตโนมัติรุ่นแรกของแบรนด์ โดยแรงบันดาลใจไม่ได้มาจากสิ่งของบนโลก แต่สะท้อนถึงการกำเนิดของจักรวาลและบิ๊กแบง (Big Bang) ตัวเรือนโปร่งใสนั้นช่วยให้เห็นกลไกอันซับซ้อนราวกับดวงดาวที่กำลังหมุนวนอยู่ในห้วงอวกาศ แต่มันให้ลุคที่ดูล้ำสมัยแต่คลาสสิคในเวลาเดียวกัน

ปรัชญาเบื้องหลัง กับการยอมรับความสมบูรณ์แบบในแบบของตัวเอง

ประเด็นสำคัญที่คุณ Jeff Koons ยึดถือมาตลอดหลายทศวรรษคือ “การยอมรับ” (Acceptance) และการลบล้างลำดับชั้นทางคุณค่า (Hierarchy) ระหว่างสิ่งของต่างๆ เขาเติบโตมาในครอบครัวชนชั้นกลางที่พิพิธภัณฑ์ไม่ใช่ศูนย์กลางชีวิต ทำให้เขาเรียนรู้ที่จะชื่นชมข้าวของเครื่องใช้ธรรมดาๆ รอบตัว เช่น ของเล่นหรือแม้แต่ที่เขี่ยบุหรี่ของปู่ย่าตายาย ไม่ต่างจากการได้ชื่นชมประติมากรรมของไมเคิลแองเจโล เนื่องจากสิ่งสำคัญที่สุดนั่นก็คือ “ความรู้สึกมหัศจรรย์” ที่มีต่อสิ่งนั้นๆ

เมื่อต้องมาร่วมงานกับ Hublot แนวคิดนี้จึงถูกนำมาถ่ายทอดลงสู่กระบวนการผลิตนาฬิกา Koons ค้นพบว่าความพิถีพิถัน ความตั้งใจในการแก้ปัญหาทางเทคนิค และความพยายามที่จะทำทุกชิ้นส่วนให้ออกมาดีที่สุดของช่างนาฬิกา ล้วนมีความงดงามและจริงจังไม่ต่างจากการสร้างสรรค์งานศิลปะในสตูดิโอของเขาเอง

ศิลปะเพื่อการสื่อสารและการเชื่อมโยงผู้คน

อีกหนึ่งจุดเด่นของโปรเจกต์นี้ก็คือ เป็นการแสดงให้เห็นว่างานศิลปะหรือความหรูหราไม่ได้มีไว้เพื่อการครอบครอง แต่มีไว้เพื่อเป็น “การสื่อสาร” (Communication) เปรียบเสมือนการที่เราชื่นชมภาพวาดโมนาลิซาร์โดยที่เราไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของมัน เพียงแค่เป็นการได้พบเห็น ได้สัมผัส และเกิดความรู้สึกร่วมต่างหากคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

และนี่ก็คือเรื่องราวการเดินทางร่วมกันเป็นเวลาสองปีในการพัฒนานาฬิกาทั้งสองรุ่นนี้ ซึ่งไม่ใช่แค่การนำภาพงานศิลปะมาแปะลงบนหน้าปัดนาฬิกา แต่เป็นการผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับจินตนาการ เพื่อให้ชิ้นงานเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน สร้างแรงบันดาลใจ และส่งต่อความสุขในทุกช่วงเวลาของชีวิต แล้วทุกคนคิดเห็นกับทั้งสองเรือนนี้ยังไงกันบ้าง แวะเข้ามาแชร์กันได้นะคะ

ข้อมูลทางเทคนิค
Hublot Classic Fusion Balloon Dog
  • References: 542.UR.8170.NR.JKN26 (แดง) / 542.UB.5170.NR.JKN26 (น้ำเงิน) / 542.SX.0820.NR.JKN26 (เงิน)
  • กลไก: กลไกอัตโนมัติ HUB1710 / ชิ้นส่วน 185 ชิ้น / 27 ทับทิม / ความถี่ 4Hz / สำรองพลังงาน 50 ชั่วโมง / โรเตอร์ออกแบบพิเศษได้แรงบันดาลใจจากความโค้งมนของตัวเรือน
  • ตัวเรือน: ขนาด 42 มม. สเตนเลสสตีลขัดเงาแบบกระจก, อลูมิเนียมชุบสีแดง หรืออลูมิเนียมชุบสีน้ำเงิน / กระจกแซปไฟร์ทรงโดม / เม็ดมะยมดีไซน์ทรงลูกโป่ง / หางประดับที่ตำแหน่ง 10:30 น. / กันน้ำ 30 เมตร (ระบุในสเปคคือ 50 เมตร)
  • หน้าปัด: โครงสร้างโลหะปั๊มขึ้นรูปพร้อมหลักชั่วโมงทรงโดม / เข็มวินาทีถ่วงน้ำหนักด้วยรูปหมาลูกโป่ง / ลายเซ็น Jeff Koons ที่ตำแหน่ง 6 น.
  • สาย: สายยางจับคู่กับสายหนังเมทัลลิกสีเข้ากัน พร้อมตัวล็อกแบบบานพับ
  • จำนวนการผลิต: ผลิตรุ่นละ 200 เรือน
Hublot MP-14 Origin by Jeff Koons
  • Reference: 914.NJ.0100.JX.9941
  • กลไก: กลไกอินเฮาส์ HUB9014 ทูร์บิญองแบบอัตโนมัติรุ่นแรกของ Hublot ชิ้นส่วน 594 ชิ้น ระบบขึ้นลานรอบตัวเรือน (Peripheral winding) ความถี่ 3Hz สำรองพลังงาน 60 ชั่วโมง
  • ตัวเรือน: ขนาด 44 มม. ตัวเรือนแซปไฟร์และไทเทเนียมทรงแปดเหลี่ยม สายนาฬิกาแซปไฟร์แบบบูรณาการ กันน้ำ 30 เมตร
  • หน้าปัด: คริสตัลแซปไฟร์ขัดเงาพร้อมวงแหวนไวท์โกลด์ขัดเงาสองวง ประดับด้วยเพชรทรงบาแก็ตต์และแซปไฟร์สีน้ำเงิน ลูกบาศก์สเตนเลสสตีลเคลือบวานิชสีแดงโปร่งแสงสำหรับแสดงชั่วโมง ลูกบาศก์สเตนเลสสตีลสำหรับแสดงนาที ทูร์บิญองตรงกลาง โดมแซปไฟร์สีน้ำเงินโปร่งแสงที่ได้แรงบันดาลใจจากซีรีส์ Gazing Ball ของ Koons
  • จำนวนการผลิต: ผลิต 30 เรือน

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

Rolex ร่วมกับสถาบัน Phillips เปิดประมูล Cosmograph Daytona รุ่นพิเศษ ที่ได้แรงบันดาลใจจาก 4 ฤดูกาล
ตำนานแห่งความเป็นเลิศของตัวเรือน Oyster ด้วยนาฬิกา 8 รุ่นใหม่ ในงาน Watches and Wonders 2026
Chopard เปิดตัว Happy Diamonds Heritage ฉลอง 50 ปีเรือนเวลาไอคอนิก

Share post:

More like this

เมื่อ Rolex นำกลไก Complete Calendar มาเซอร์ไพรส์ในนาฬิกาลุคคลาสสิกรุ่น Perpetual Padellone

นาฬิการุ่นที่สองในคอลเลกชัน Perpetual ที่ต่อยอดจากรุ่น 1908 ได้อย่างเหนือชั้น ต้องยอมรับว่า เสน่ห์ของสไตล์วินเทจที่ปรากฎอยู่บน Rolex 1908...

Chopard เปิดตัว Happy Diamonds Heritage ฉลอง 50 ปีเรือนเวลาไอคอนิก

Chopard Happy Diamonds Heritage การกลับมาของเรือนเวลาไอคอนิกปี 1976 ในตัวเรือนทองคำ 18K หน้าปัดนิลดำ และกลไกอินเฮาส์สุดบางเฉียบ

Panerai ฉลองครบรอบ 100 ปีร้านแรกในฟลอเรนซ์ด้วย Luminor Firenze 8 Giorni รุ่นใหม่

พาไปทำความรู้จัก Panerai Luminor Firenze 8 Giorni สองรุ่นพิเศษฉลอง 100 ปีร้านดั้งเดิมบนจัตุรัส Piazza San Giovanni ในตัวเรือน Platinumtech และสเตนเลสสตีล

พาชม Chronoswiss Neo Digiteur Pastel Code นาฬิกาไร้เข็มทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มาในโทนสีพาสเทลแสนหวาน

Chronoswiss Neo Digiteur Pastel Code เรือนเวลารูปทรงสี่เหลี่ยมไร้เข็มในโทนสีพาสเทล 3 เฉดสีใหม่ ผลิตจำกัดสีละ 99 เรือน ผสานงานพ่นทรายแบบ Matte เข้ากับกลไก Jumping Hour สไตล์ดิจิทัลจักรกลได้อย่างลงตัว