ต่อมาในปี 2014 มีการนำโมเดล 15102 มาตีความใหม่ในวาระเฉลิมฉลองครบรอบ 140 ปีของ Piaget โดยถูกตั้งชื่อว่า Black Tie และกลายมาเป็น ‘Andy Warhol Watch’ จากความร่วมมือระหว่าง Andy Warhol Foundation for the Visual Arts และ Piagat อย่างเป็นทางการภายในปีเดียวกันนั้นเอง และนับจากนั้นเป็นต้นมานาฬิกา Andy Warhol ก็ถูกแปลงโฉมในหลากหลายเวอร์ชันที่ล้วนแล้วแต่มีคาแร็กเตอร์โดดเด่นต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น หน้าปัดหินล้ำค่าอย่างมาลาไคต์และไทเกอร์อาย รวมถึงหน้าปัดเมทิโอไรต์ หรือหินอุกกาบาต วัสดุจากห้วงอวกาศที่หาได้ยากยิ่ง
สำหรับผู้ที่มองหาพลังของความทนทาน Seiko Black Series คือคำตอบ ตัวเรือนสแตนเลสเคลือบสีดำด้าน พร้อมฟังก์ชันดำน้ำระดับมืออาชีพและความแม่นยำของกลไกอัตโนมัติที่ผ่านการทดสอบจาก Prospex DNA หน้าปัดดำด้านตัดกับอินเด็กซ์เรืองแสงสีส้มสื่อถึงแสงสุดท้ายก่อนความมืดสนิท
สายลุยไม่ควรพลาดเรือนนี้ Hamilton Khaki Field Titanium Auto Black ที่ยกระดับนาฬิกาทหารให้มีความสงบเท่แต่เปี่ยมพลัง ตัวเรือนไทเทเนียมเคลือบดำแบบ matte finish น้ำหนักเบาแต่ทนทาน ขับเคลื่อนด้วยกลไก H-10 พร้อมพลังงานสำรองสูงถึง 80 ชั่วโมง
ถ้าเราพูดถึงการเดินทางสู่ดวงจันทร์ของ OMEGA ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง และนับตั้งแต่ในปี 1968 ประวัติศาสตร์ได้ถูกจารึกเมื่อภารกิจ Apollo 8 ได้กลายเป็นเที่ยวบินแรกที่พามนุษย์ไปโคจรรอบดวงจันทร์ นักบินประจำยานบังคับการ Jim Lovell ได้ส่งข้อความสุดท้ายไปยังศูนย์ควบคุม “แล้วพบกันที่อีกฝั่งหนึ่ง” ก่อนที่สัญญาณวิทยุจะขาดหายไปในด้านไกลของดวงจันทร์
นักบินอวกาศบนยานต่างสวมใส่ OMEGA Speedmaster และนี่คือแรงบันดาลใจอันไม่รู้จบที่แบรนด์ได้นำมาสานต่อในบทต่อไปของคอลเลกชันระดับตำนานอย่าง Speedmaster Dark และ Grey Side of the Moon
รุ่นอัปเดตปี 2025 ของ Dark Side of the Moon มาพร้อมสเกล Liquidmetal™ tachymeter หน้าปัดเซรามิกแบบ two-plate ดีไซน์ใหม่ และโครงสร้างตัวเรือนที่บางลงกว่าเดิม
ในกลุ่ม Dark Side of the Moon ที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติอย่าง Co-Axial Master Chronometer 9900 ได้รับการปรับโฉมใหม่ให้เพรียวบางยิ่งขึ้น พร้อมการประดับสเกลทาคีมิเตอร์ด้วย Liquidmetal™ และหน้าปัดเซรามิกสองชั้นที่ตกแต่งด้วยเลเซอร์ ทำให้เกิดมิติที่ซับซ้อนแต่ยังคงความเรียบหรูตามแบบฉบับของโครโนกราฟที่เน้นการใช้งาน
Omega Dark Side of the Moon All-Black Edition
ขณะเดียวกัน รุ่นสีดำล้วน (All-black model) ได้ติดตั้งด้วยกลไก Black Edition Co-Axial Master Chronometer Calibre 9900 ที่โดดเด่นด้วยชิ้นส่วนกลไกที่ถูกทำให้เป็นสีดำ (Darkened Movement Components) เสริมด้วยสเกลทาคีมิเตอร์เคลือบอีนาเมล
องค์ประกอบกลไกเคลือบสีเข้ม มาพร้อมขอบหน้าปัดทาคีมิเตอร์ลงยาน้ำยาเคลือบ และพื้นผิวขัดด้วยเลเซอร์ซึ่งสร้างเท็กซ์เจอร์ละเอียด คือเอกลักษณ์ของหน้าปัดในรุ่น All Black Edition
เรือนเวลารุ่นใหม่ Apollo 8 คือการรำลึกเชิงภาพและอารมณ์ต่อภารกิจที่ได้เห็น “ด้านมืดของดวงจันทร์” เป็นครั้งแรก
นอกจากนี้ ในกลุ่ม Dark Side ยังมีการเปิดตัวรุ่นพิเศษที่ติดตั้งด้วยกลไกไขลาน Black Edition Co-Axial Master Chronometer 9908 ซึ่งโดดเด่นเป็นพิเศษด้วยเข็มโครโนกราฟกลางสีแดงสดตัดกับหน้าปัดแบบด้านสีดำที่ประดับด้วยเครื่องหมายสีเทาและสีแดง
สิ่งที่ OMEGA ทำในคอลเลกชัน Dark และ Grey Side of the Moon รอบใหม่นี้ คือการแสดงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อตลาดและเทคนิคการผลิตอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นอกเหนือจากแค่การปล่อยรุ่นใหม่เพื่อสานต่อเท่านั้น แต่เป็นการ “แก้โจทย์ทางวิศวกรรม” ที่สำคัญ
การเปิดตัว World Watch Day ครั้งแรกนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของแนวคิดที่รวมเป็นหนึ่งและเป็นสากล มันได้วางรากฐานสำหรับงานเฉลิมฉลองระดับโลกประจำปี โดยมีแบรนด์ สถาบัน สื่อ และผู้ที่ชื่นชอบมารวมตัวกันอย่างหนาแน่น
World Watch Day ได้เขียนหน้าแรกของเรื่องราวใหม่ของวงการนาฬิกา ซึ่งเป็นเรื่องราวที่มีความ ครอบคลุม และเปิดกว้างสำหรับทุกคน จุดแข็งที่แท้จริงของวันนี้คือการเปิดกว้าง ในปี 2026 World Watch Day Association มุ่งหวังที่จะย้ำความสำเร็จนี้ และเสริมสร้างความร่วมมือและการประสานงานระหว่างประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นกับผู้เล่นในชุมชนนาฬิกาทั่วโลก นี่คือการเชิญชวนอย่างเปิดเผยให้ทุกคนมาแบ่งปันความหลงใหลในศิลปะการวัดเวลาในทุกรูปแบบ และทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในความสำเร็จนี้ได้
Portugieser Automatic 42 Year of the Horse มาพร้อมสายหนังจระเข้สองเส้นเพื่อความหลากหลายในการใช้งาน ได้แก่ สายสีดำ และสายสีเบอร์กันดี ซึ่งสามารถใช้ร่วมกับบานพับแบบพับที่ทำจากสแตนเลสสตีล
ด้าน Wei Koh ก็ยืนยันว่านี่คือภารกิจที่มาจากใจจริง “หลายคนที่ปรากฏตัวใน Man of the Hour คือเพื่อนที่ผมสนิทที่สุด ผมได้รับโอกาสพิเศษให้รู้จักพวกเขาและครอบครัวเป็นการส่วนตัว” เขาจึงต้องการให้ผู้ชมได้สัมผัสความรัก ความทุ่มเท และการต่อสู้ในชีวิตจริงของผู้คนที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ด้วยความซื่อสัตย์
Episode 6 – Greubel Forsey: การแสวงหาความเป็นเลิศในด้าน Horology อย่างไม่ลดละของ Robert Greubel และ Stephen Forsey
Episode 7 – Louis Vuitton: Jean Arnault ร่วมกับ Michel Navas และ Enrico Barbasini กำลังกำหนดอนาคตการผลิตนาฬิกาของเมซง เขาทำงานร่วมกับสุดยอดช่างเพื่อกำหนดทิศทางใหม่ให้กับนาฬิกาหรูของเมซงระดับโลก
Episode 8 – MB&F:จักรวาลแห่งจินตนาการของ Maximilian Büsser ที่ซึ่งนาฬิกากลายเป็นงานศิลปะที่แหวกแนว เข้าสู่โลกจินตนาการอันไร้ขีดจำกัดของ ผู้เปลี่ยนนาฬิกาให้กลายเป็นประติมากรรมแห่งเวลาที่ท้าทายทุกจินตนาการ
ปิดท้ายด้วยมุมมองใหม่ เมื่อนาฬิกาคือการเชื่อมต่อ
ในวันที่ความหลงใหลในนาฬิกาข้อมือขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้ง Man of the Hour มาเพื่อตอกย้ำว่า ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับนาฬิกาได้พัฒนาไปไกลกว่าการเป็นแค่เจ้าของ Wei Koh เชื่อว่า การเลือกนาฬิกาคือการเลือกเรื่องราว คือการเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับมรดกทางวัฒนธรรมและความมุ่งมั่นของผู้สร้าง
Lynn Ng จาก Warner Bros. Discovery Networks APAC ยืนยันว่า “ผู้ชมของเราคาดหวังประสบการณ์ที่จุดประกายแรงบันดาลใจ และ Man of the Hour จะพาพวกเขาไปสู่โลกของความประณีตและความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่เคยถูกเปิดเผยอย่างลึกซึ้งมาก่อน”
Man of the Hour เตรียมออกอากาศรอบปฐมทัศน์ในเดือนพฤศจิกายนนี้ทางช่อง Discovery Channel ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง และเกาหลีใต้ ก่อนจะออกอากาศในประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก
H. Moser & Cie. เลือกงาน Singapore Grand Prix เป็นเวทีเปิดตัวในวันที่ 1 ตุลาคม 2025 ซึ่งเรียกว่าเป็นสถานที่ที่ชวนให้นึกถึงฉากภาพยนตร์ยามค่ำคืน ท่ามกลางแสงไฟสาดส่องและความชื้นในอากาศ และบรรยากาศที่เปี่ยมพลังจากเสียงเครื่องยนต์
นั่นเป็นสิ่งที่เราสันนิษฐานขึ้นจากผลงานสร้างสรรค์ของเขา แต่องค์ประกอบแท้จริงที่หล่อหลอมให้หัวเรือใหญ่ด้านการดีไซน์และผู้ร่วมก่อตั้ง URWERK ค่อยๆ ซึมซับความสนใจด้านเครื่องจักรกลควบคู่ไปกับศิลปะคงมาจากการเติบโตมาในครอบครัวที่มีคุณพ่อเป็นวิศวกร ส่วนคุณแม่นั้น Frei ยกให้เป็นคุณครูสอนศิลปะคนแรกของเขา ทำให้เขาตัดสินใจเลือกศึกษาในสาขากราฟิกดีไซน์ที่ School of Visual Arts of Zurich ก่อนจะไปศึกษาต่อยอดด้านศิลปะในระดับปริญญาตรีที่ Hochschule für Gestaltung und Kunst ที่ซึ่งเขาได้พบอาจารย์คนสำคัญในชีวิต Roman Signer ศิลปินชาวสวิสผู้มีชื่อเสียงในด้านงานศิลปะร่วมสมัยหลากหลายแขนง
Felix Baumgartner คู่หูผู้ก่อตั้งแบรนด์นาฬิการ่วมกันในปี 1995
ถ้าได้สร้างสรรค์ผลงานร่วมกับ James Turrell ศิลปินชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียงจากการสร้างสรรค์งานศิลปะว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่และแสง คงจะเหมือนฝันที่เป็นจริงเลยครับ
หากนาฬิกาตระกูล Premier ดั้งเดิม ได้เปลี่ยนนาฬิกาโครโนกราฟให้กลายเป็นวัตถุที่สง่างามและโอกาสในการแสดงออกถึงตัวตนแล้ว Lady Premier ก็ยิ่งเฉลิมฉลองโอกาสนี้ให้มากขึ้นไปอีก ไม่มีส่วนใดที่ทำให้รู้สึกว่าเป็นนาฬิกาผู้ชายฉบับย่อส่วนเลย โดย Lady Premier ถูกสร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์นี้โดยเฉพาะ Georges Kern ซีอีโอของ Breitling กล่าวว่า “Lady Premier คือมุมมองใหม่ของนาฬิกาที่หรูหราซึ่งมีความมั่นใจ มีความเป็นผู้หญิง และเต็มไปด้วยบุคลิกเฉพาะตัว” และการให้ความสำคัญกับความมั่นใจนี้ยังแสดงออกผ่านแคมเปญโฆษณาที่นำโดย Meghan Roche, Shahed Elnakhlawy, และ Mason Barnes
ในหลาย ๆ ด้าน Lady Premier ยังเป็นภาพสะท้อนของหลักการสมัยใหม่ของ Breitling ไม่ว่าจะในด้านความหรูหราแบบลำลอง ความหลากหลายที่ครอบคลุม และความยั่งยืน อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าคอลเลกชันนี้ใช้ทองคำที่มาจากแหล่งจัดหาอย่างรับผิดชอบ และเพชรที่เพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการซึ่งสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงมรดกของแบรนด์เข้ากับค่านิยมและลำดับความสำคัญของผู้สวมใส่ยุคใหม่ เช่นเดียวกับที่ Willy ได้ทำไว้ เมื่อเขาเปิดตัว Premier ในปี 1943
รายละเอียดทางเทคนิค Breitling Lady Premier Automatic 36
Antoine Pin ซีอีโอของ TAG Heuer ได้กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่าเป็นโอกาสที่จะได้ผลักดันขีดจำกัด โดยระบุว่า “เป้าหมายคือการสร้างนาฬิกาที่จับคู่กับรองเท้า ซึ่งให้บริการอย่างแท้จริงแก่ผู้ที่ต้องการก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง การทำงานร่วมกับ New Balance ท้าทายให้เราต้องคิดใหม่ทั้งหมดว่านักวิ่งคาดหวังอะไรจากอุปกรณ์ของพวกเขา”
สิ่งที่ทำให้ PREMIÈRE GALON โดดเด่นอย่างแท้จริงคือรายละเอียดด้านสเปกที่ถูกยกระดับสู่การเป็นงานหัตถศิลป์ชั้นสูง โดยยังคงขนาดตัวเรือนที่สง่างามไว้ที่ 19.7 x 15.2 x 7.5 มม. และมาพร้อมกลไกควอตซ์ความเที่ยงตรงสูง พร้อมฟังก์ชันแสดงชั่วโมงและนาที และมีความสามารถในการกันน้ำที่ 30 เมตร ในทุกรุ่น นาฬิกาเรือนนี้ยังมีให้เลือกในหลายขนาดตั้งแต่ XS, S, M ไปจนถึง L
การเปลี่ยนสายนาฬิกาให้เป็นกำไลลายถักเปีย “bangle made of a twisted braid” คือหัวใจของการตีความใหม่นี้ ซึ่งทำให้ PREMIÈRE GALON แตกต่างจากรุ่น PREMIÈRE คลาสสิกอย่างสิ้นเชิง แต่ยังคงเชื่อมโยงกับรหัสของ CHANEL ได้อย่างแนบเนียนผ่านลายถักที่สง่างามและเป็นอมตะ นอกเหนือจากการทำหน้าที่แค่เป็นสาย ยังเป็นส่วนหนึ่งของดีไซน์หลักที่ทำให้ตัวเรือนเยลโลว์โกลด์เปล่งประกาย
สำหรับคุณแล้ว PREMIÈRE GALON สามารถเข้ามาแทนที่นาฬิกาเรือนโปรดในคอลเลกชันของคุณได้หรือไม่? คุณคิดว่าการตีความใหม่ด้วยลายถักเปียนี้ประสบความสำเร็จในการเชื่อมโยงแฟชั่นชั้นสูงเข้ากับโลกของนาฬิกาได้อย่างไรบ้าง?
ข้อมูลทางเทคนิค CHANEL PREMIÈRE GALON
1. PREMIÈRE GALON DIAMONDS (รุ่นประดับเพชรเต็ม)
ตัวเรือน: เยลโลว์โกลด์ 18K ขนาด 19.7 x 15.2 x 7.5 มม.
ในฐานะที่เป็นผู้หลงใหลในความหาญกล้าทางกลไกและเป็นแฟนตัวยงที่ติดตามนาฬิกาของ Louis Vuitton มาโดยตลอด เมื่อเมซงตัดสินใจปลุกชีพเรือนเวลาในตำนานอย่าง LV I และ LV II กลับขึ้นมาอีกครั้ง ภายใต้ชื่อ Louis Vuitton Monterey
สำหรับ Louis Vuitton Monterey เรือนนี้ เรียกได้ว่าคือการตีความไอคอนในตำนานอย่างบริสุทธิ์ ทว่าก็มีความหาญกล้า ซึ่งถูกยกระดับด้วยความเชี่ยวชาญชั้นสูงจาก La Fabrique du Temps Louis Vuitton ตัวเรือนนั้นยังคงรักษาเอกลักษณ์ของรูปทรง “ก้อนกรวด” (pebble shape) ไร้ขาตัวเรือน ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร
ตัวเรือนเยลโลว์โกลด์ขนาด 39 มม. ถูกขัดเงาด้วยมืออย่างพิถีพิถัน และยังคงรักษาตำแหน่งเม็ดมะยมที่ 12 นาฬิกาไว้ ซึ่งเป็นกิมมิกที่คารวะต่อนาฬิกาพก และเม็ดมะยมนี้ยังได้รับการแกะสลักลวดลาย Clous de Paris ที่ละเอียดอ่อนเพื่อเพิ่มสัมผัสและรูปลักษณ์ที่ยกระดับขึ้นด้วย
การกลับมาของไอคอน 1988 ด้วย Grand Feu Enamel และ In-house Automatic
วาระครบรอบของ ZENITH ทั้งที นาฬิกาคู่ใจนักบินเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ PILOT Big Date Flyback Chronograph จึงเป็นตัวแทนเฉลิมฉลองตำนานนาฬิกาเพื่อการบินที่ Georges Favre-Jacot ผู้ก่อตั้งแบรนด์ได้จดสิทธิบัตรคำว่า ‘Pilot’ สำหรับใช้ในการเป็นชื่อรุ่นนาฬิกาในปี 1904 ซึ่ง PILOT Big Date Flyback Chronograph ได้ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดตำนาน การบินข้ามช่องแคบอังกฤษของ Louis Blériot ผ่านนาฬิกาโครโนกราฟสีน้ำเงินโมโนโครมตัวเรือนเซรามิกขัดไมโครบลาสต์ขนาด 42.5 มม.
IWC Portugieser Annual Calendar (IW503501) เรือนเวลาแห่งความคลาสสิกที่ George Russell เลือกสวมในคืนแห่งชัยชนะที่สิงคโปร์
สิงคโปร์, สิงคโปร์ – 5 ตุลาคม 2025: จอร์จ รัสเซลล์ นักขับจากทีม Mercedes AMG Petronas F1 ฉลองชัยชนะในพื้นที่ parc fermé หลังจบการแข่งขัน F1 รายการ Singapore Grand Prix ที่สนาม Marina Bay Street Circuit (ภาพโดย Clive Rose – Formula 1/Formula 1 ผ่าน Getty Images)
คุณเคยคิดไหมว่า “เวลา” ที่ละเอียดเพียงเศษเสี้ยววินาทีในสนามแข่ง F1 จะสามารถถูกเก็บไว้ในเรือนนาฬิกาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังแห่งความคลาสสิกได้อย่างไร?
พร้อมเปิดมุมมองของนักสะสมผู้ได้สัมผัสแนวคิด Quiet Luxury บนเวทีเสวนา The Irresistible Charm of Laurent Ferrier: A Journey into The Heart of Quiet Luxury
คำว่า ‘Quiet Luxury’ กลายเป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะในวงการแฟชั่น ว่ากันว่านี่คือนิยามแห่งความหรูหราแห่งยุคปัจจุบันที่ไม่จำเป็นต้องเปล่งเสียงดังเพื่อประกาศความอู้ฟู่ แต่มันคือความใส่ใจในทุกรายละเอียดที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ความเรียบง่ายอย่างเงียบเชียบที่สุด ภายใต้บริบทของวงการนาฬิกาแล้วคำคำนี้หมายความว่าอย่างไร และเรือนเวลาแบบไหนที่บ่งบอกความรุ่มรวยอันเงียบงันได้ดีที่สุด มาค้นหาความหมายของ Quiet Luxury บนเวทีเสวนา The Irresistible Charm of Laurent Ferrier: A Journey into The Heart of Quiet Luxury โดย นายแพทย์ทวิราป ตันติวงษ์ – นายแพทย์ผู้หลงใหลในศาสตร์แห่งนาฬิกาจักรกล Mr.Robert Bailey – Head of Sales of Laurent Ferrier โดยมี Ms. Kate Lime – Reginal GM แห่ง Sincere/Pendulum ร่วมเป็นผู้ดำเนินบทสนทนา