Urwerk นาฬิกาจากอนาคตที่พลิกโฉมการบอกเวลา
หนึ่งชั่วโมงอาจเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ สำหรับบางคน แต่สำหรับคนที่หลงใหลในเรือนเวลา หนึ่งชั่วโมงนั้นคือเวทีแห่งการเฉลิมฉลอง เป็นช่วงเวลาที่ควรค่าต่อการจารึก และไม่มีอะไรเหมาะไปกว่าการให้มันอยู่บนข้อมือของคุณ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจถึงความตื่นเต้น ความเร้าใจ และจิตวิญญาณแห่งการเดินทาง
มีเพียงไม่กี่ชื่อที่สามารถเรียกตัวเองว่า “ล้ำยุค” ได้อย่างแท้จริง และ Urwerk คือนิยามของการออกแบบที่ไม่เหมือนใครถ้าคุณเคยคิดว่านาฬิกาทุกเรือนต้องมีหน้าปัดทรงกลมหรือสี่เหลี่ยม มีเข็มชั่วโมงและนาทีหมุนรอบหน้าปัด คิดใหม่ได้เลย เพราะ Urwerk ฉีกทุกกฎเกณฑ์ เปลี่ยนการบอกเวลาให้เป็น ประสบการณ์ ที่ทั้งล้ำสมัยและเหนือจินตนาการ

“เราอาศัยอยู่ในจักรวาลที่ถูกกำหนดโดยสามมิติ เวลา การหมุน และวงโคจร ซึ่งเราพยายามวัดและควบคุม แต่สิ่งที่หลุดพ้นจากการควบคุมของเรากลับเป็นสิ่งนี้…”

ตั้งแต่จุดเริ่มต้น เรามีความเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้งว่าเส้นทางของเราคือการมุ่งเน้นไปที่กลไกบอกเวลาผ่านชั่วโมงที่เคลื่อนที่ไปมา – Martin Frei

นาฬิกาเรือนนี้ เปรียบเสมือนการมีเศษเสี้ยวของจักรวาลอยู่บนข้อมือ ราวกับมีภาพของเอกภพขนาดจิ๋วที่ถูกย่อส่วนให้เหมาะกับมนุษย์ – Martin Frei
เมื่อความเป็นไซไฟมาผสานกับศาสตร์แห่งเวลา
Urwerk ถือกำเนิดขึ้นในปี 1997 โดย Felix Baumgartner ช่างทำนาฬิการะดับมาสเตอร์ และ Martin Frei นักออกแบบที่มีแนวคิดไม่เหมือนใคร ทั้งสองร่วมกันสร้างสรรค์เรือนเวลาที่สะท้อนถึงอนาคต โดยอ้างอิงจากรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ชื่อ “URWERK” มีความหมายที่ลึกซึ้ง
คำว่า UR มาจากชื่อเมืองอูร์ (Ur) ในเมโสโปเตเมีย ซึ่งเป็นจุดกำเนิดแรกสุดของแนวคิดเกี่ยวกับเวลา และ WERK ในภาษาเยอรมันหมายถึง การทำงาน การสร้างสรรค์ และกลไกแนวคิดของ Urwerk ได้รับแรงบันดาลใจจาก นาฬิกาดาราศาสตร์ในยุคศตวรรษที่ 17 ไปจนถึงโลกไซไฟและเทคโนโลยีล้ำอนาคต ผลลัพธ์ที่ได้คือนาฬิกาที่ดูราวกับถูกออกแบบมาเพื่อกัปตันยานอวกาศแห่งศตวรรษที่ 22 มากกว่าจะเป็นเครื่องประดับของคนในยุคปัจจุบัน

ถ้าพูดถึง Felix Baumgartner เขาคือช่างทำนาฬิการะดับมาสเตอร์และผู้ร่วมก่อตั้ง URWERK เกิดที่เมืองชาฟฟ์เฮาเซนในครอบครัวช่างทำนาฬิกา คำแรกที่เขาพูดได้คือ “ติ๊ก-ต็อก”
Felix ศึกษาศาสตร์แห่งการทำนาฬิกาในเวิร์กช็อปของบิดา ซึ่งเป็นผู้บูรณะนาฬิกาประวัติศาสตร์ที่สำคัญของโลก รวมถึงนาฬิกากลางคืนของพี่น้องแคมพานัส เขาเข้าเรียนที่โรงเรียนสอนทำนาฬิกาชั้นนำในโซโลทูร์น และได้รับประกาศนียบัตรในปี 1995
ส่วน Martin Frei หัวหน้าฝ่ายออกแบบและผู้ร่วมก่อตั้ง URWERK เกิดที่เมืองวินเทอร์ทูร์ บิดาของเขาเป็นวิศวกรที่ทำงานด้านการวิจัยพื้นฐาน สร้างเครื่องจักรกล ส่วนมารดาของเขาเป็นครูสอนศิลปะคนแรกของเขา
ช่างทำนาฬิกาผู้เชี่ยวชาญ Felix Baumgartner และหัวหน้าฝ่ายออกแบบ Martin Frei แห่ง URWERK (รูปภาพ ©Revolution)
กลไกบอกเวลาที่ไม่เหมือนใครในจักรวาลนี้
สิ่งที่ทำให้ Urwerk เป็นที่จดจำในหมู่คนรักนาฬิกา คือระบบแสดงเวลาสุดแหวกแนวที่ไม่ใช้เข็มหมุนแบบดั้งเดิม แต่ใช้ “ระบบดาวเทียม” (Satellite System) ที่เป็นเอกลักษณ์
Satellite System เวลาที่หมุนเวียนไม่หยุดนิ่ง
กลไกนี้ประกอบด้วยจานหมุนที่มีตัวเลขบอกชั่วโมงติดอยู่ โดยตัวเลขเหล่านี้จะเคลื่อนที่ไปตามแนวโค้งเพื่อแสดงเวลาอย่างมีมิติ ผสมผสานกับการแสดงนาทีที่ออกแบบมาให้ดูเหมือน “ยานอวกาศกำลังโคจร” ไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ ไม่มีอะไรดูธรรมดาใน Urwerk และทุกวินาทีที่ผ่านไปก็เป็นเหมือนการเดินทางของจักรวาลที่เคลื่อนตัวอยู่บนข้อมือของคุณ
นอกจาก Satellite System แล้ว Urwerk ยังพัฒนา กลไกบอกเวลาแบบใหม่ ๆ เช่น หนึ่งในผลงานนาฬิกาที่ใช้กลไกแบบ Satellite ของ Urwerk ที่มีชื่อเสียงที่สุดรุ่นหนึ่งก็คือ UR-105 CT Iron ที่ตัวละคร ‘Tony Stark’ สวมในฉากหนึ่งของ Avengers: Endgame

“การแสวงหานวัตกรรมที่ไม่เคยหยุดนิ่ง มันทำให้แบรนด์ต้องคิดใหม่เกี่ยวกับคอลเลกชันนี้ ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาพลังและเอกลักษณ์ของมันเอาไว้ แบรนด์ได้พัฒนาแนวคิดใหม่ความสง่างามของนักล่าในบริบทที่แตกต่างออกไป”
– Martin Frei

“แมงป่องเป็นสัตว์ที่ดุร้าย แต่ดีไซน์ของ UR-150 กลับดูนุ่มนวล มันคือเอกลักษณ์ของ URWERK… สัญลักษณ์ที่ดุดันซ่อนความเยือกเย็นและสงบของบุคลิกนาฬิกา”
– Felix Baumgartner

“เมื่อเรารู้ว่าเราต้องเปิดกลไกดาวเทียมของนาฬิกา ผมตื่นเต้นสุดขีด” – Felix Baumgartner
วัสดุที่ล้ำหน้าเหมือนมาจากห้องทดลองของ NASA
เล่ามาจนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่หยุดรู้สึกตื่นเต้น เพราะทุกผลงานที่ได้เห็นไม่เพียงแต่มีแนวคิดที่ล้ำยุค แต่พวกเขายังใช้วัสดุระดับสูงสุดเพื่อให้สมกับความเป็น “นาฬิกาแห่งอนาคต” จริง ๆ ไม่ว่าจะเป็น
- ไทเทเนียมเกรดอากาศยาน เบาแต่แกร่ง ทนทานต่อแรงกระแทกและการสึกหรอ
- คาร์บอนไฟเบอร์และอลูมิเนียมเกรดสูง ใช้ในอุตสาหกรรมการบินและยานอวกาศ ลดน้ำหนักแต่เพิ่มความทนทาน
- การเคลือบ DLC (Diamond-Like Carbon) ทำให้ตัวเรือนมีความแข็งแกร่งและป้องกันรอยขีดข่วน
เรียกได้ว่าทุก ๆ องค์ประกอบถูกออกแบบให้รองรับแรงสั่นสะเทือนสูง และสามารถใช้งานได้แม้ในสภาวะที่นาฬิกาทั่วไปอาจจะพังไปแล้ว นี่คือนาฬิกาที่ไม่ได้สร้างมาแค่สำหรับโลก แต่เพื่ออนาคตสามารถใช้งานได้แม้ในสภาวะที่นาฬิกาทั่วไปอาจจะพังไปแล้ว นี่จึงเป็นอีกเหตุผลที่ Urwerk ไม่ได้เป็นแค่ “เครื่องบอกเวลา” แต่เป็นอุปกรณ์ทางวิศวกรรมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่ออนาคต
พักเรื่องนาฬืกาข้อมือไว้ก่อน เพราะยังมีอีกหนึ่งผลงานที่น่าสนใจ และอยากพูดถึงในบทความนี้ นั่นก็คือเรื่องราวของ Urwerk SpaceTime Blade ผลงานที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของศิลปะการบอกเวลา และเปลี่ยนแนวคิดเรื่องนาฬิกาไปตลอดกาล สายตกแต่งบ้านน่าจะถูกใจสิ่งนี้

กำเนิดของ SpaceTime Blade
นอกเหนือจากนาฬิกาข้อมือ นี่ถือเป้นอีกหนึ่งผลงานที่อยากหยิบมาเล่า ภายใต้โลกแห่งกลไกอันซับซ้อนของ Urwerk ผู้ผลิตนาฬิกาชั้นสูงจากสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีแนวคิดที่แตกต่างจากกรอบเดิมของการบอกเวลา แบรนด์มองว่าเวลาไม่ใช่เพียงหน่วยวัดที่ไหลไปข้างหน้า แต่เป็นสิ่งที่สามารถสัมผัส รับรู้ และมองเห็นได้ในรูปแบบใหม่ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ SpaceTime Blade วัตถุแห่งเวลาและอวกาศ ที่รวมเอาความล้ำสมัยของเทคโนโลยีและศาสตร์แห่งจักรวาลเข้าไว้ด้วยกัน
แต่บอกไว้ก่อนเลยว่านี่ไม่ใช่นาฬิกาข้อมือ ไม่ใช่เพียงเครื่องบอกเวลา แต่ SpaceTime Blade เป็นเสมือน “ประติมากรรมของกาลเวลา” ยืนตระหง่านอยู่ที่ความสูง 170 เซนติเมตร และหนักกว่า 20 กิโลกรัม ที่เราจะมาทำความรู้จักไปพร้อม ๆ กัน
นาฬิกาหรือเครื่องมือแห่งอนาคต
ถ้าคุณจินตนาการถึงอุปกรณ์ที่เหมือนหลุดออกมาจากนิยายวิทยาศาสตร์ โครงสร้างกระบอกใสที่มีเส้นสายเรียบหรู ภายในซ่อนเร้นเทคโนโลยีที่ย้อนยุคไปยังศตวรรษที่ 20 หลอด Nixie Tube ซึ่งใช้แสดงตัวเลขทีละหลัก ไล่ตั้งแต่ 0-9 หลอดแก้วแต่ละหลอดประกอบไปด้วย Cathode โลหะที่บางเพียง 0.1 มิลลิเมตร และเมื่อกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่าน มันจะส่องแสงเรืองรองเป็นสีส้มอันอบอุ่น
แต่ความล้ำของ SpaceTime Blade ไม่หยุดอยู่แค่การบอกเวลาเป็นชั่วโมง นาที และวินาที มันยังสามารถบอกระยะทางที่โลกเคลื่อนที่ผ่านอวกาศ เป็นเสมือนเข็มวัดตำแหน่งของมนุษย์ในจักรวาล
(Cathode) คือขั้วไฟฟ้าที่ทำหน้าที่เป็นขั้วลบในวงจรไฟฟ้า โดยทั่วไปจะใช้ในอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยอิเล็กตรอน เช่น หลอดสูญญากาศ หลอดไฟนีออน หลอด Nixie Tube หรือแม้แต่แบตเตอรี่ ในกรณีของหลอด Nixie Tube ที่ใช้ใน Urwerk SpaceTime Blade จะเป็นแผ่นโลหะบาง ๆ ที่ถูกออกแบบเป็นตัวเลข 0-9 เมื่อนำไฟฟ้าเข้าไป ตัวเลขที่ถูกเลือกจะส่องแสงเรืองรองเป็นสีส้ม เพราะกระบวนการที่เรียกว่า การปล่อยประจุในก๊าซ (Gas Discharge) ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับหลอดนีออน พูดง่าย ๆ ก็คือ Cathode เป็นส่วนที่ทำให้ตัวเลขในหลอด Nixie Tube เรืองแสงขึ้นมาได้นั่นเอง


เวลาในมุมมองของจักรวาล
Urwerk เชื่อว่าเวลาไม่ได้ถูกจำกัดเพียงแค่ตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกา แต่เป็นสิ่งที่สัมพันธ์กับจักรวาลรอบตัวเรา ด้วยเหตุนี้ SpaceTime Blade จึงไม่ได้บอกเพียงแค่ “ตอนนี้กี่โมง” แต่ยังให้เราตระหนักถึงการเคลื่อนที่ของโลกของเราเอง ตัวเลขที่แสดงบนเครื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงค่าตัวเลขที่ไร้ความหมาย แต่เป็นหน่วยที่บอกว่ามนุษยชาติกำลังเดินทางไปไกลแค่ไหนในห้วงอวกาศ
งานศิลปะที่จับต้องได้
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาชั้นสูง SpaceTime Blade คือเครื่องมือบอกเวลาที่ถ่ายทอดผ่านแนวคิดเรื่องการเคลื่อนที่ของเวลาและอวกาศในรูปแบบที่จับต้องได้ Urwerk ผลิต SpaceTime Blade ออกมาเพียง 33 ชิ้นทั่วโลก ทำให้มันไม่ใช่แค่เครื่องจักรแห่งเวลา แต่เป็นงานศิลปะที่มีคุณค่าเหนือกาลเวลา
SpaceTime Blade เป็นเครื่องย้ำเตือนว่าเราทุกคนคือผู้เดินทางข้ามกาลเวลา ที่ยังคงเคลื่อนที่ผ่านเอกภพแห่งนี้อย่างไม่หยุดนิ่ง ทั้งหมดนี้อาจจะฟังดูเกินจริง แต่ถ้าคุณได้ลองสัมผัสกับผลงานของแบรนด์นี้ซักครั้ง เชื่อว่าคุณจะต้องหลงรักอย่างหมดใจ
Urwerk นาฬิกาหรือศิลปะ คำถามที่ไม่มีคำตอบตายตัว
ความพิเศษของ Urwerk ไม่ได้อยู่แค่ในกลุ่มคนรักนาฬิกา แต่ยังเป็นที่สนใจของศิลปิน นักสะสม และแม้กระทั่งผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีล้ำสมัย เพราะมันรวมเอาความสวยงามของศิลปะ วิศวกรรมระดับสูง และความคิดสร้างสรรค์แบบไร้ขีดจำกัดเข้าไว้ด้วยกัน
Urwerk ไม่ได้สร้างนาฬิกาเพื่อบอกเวลา แต่สร้างเวลาให้เป็นเรื่องราว ทุกเรือนเต็มไปด้วยแนวคิดที่แตกต่าง และทำให้การดูเวลาเป็นอะไรที่มากกว่าการมองเข็มเดินไปข้างหน้า ถ้าคุณเคยรู้สึกว่านาฬิกาหรูส่วนใหญ่มักจะเล่นอยู่ในกรอบเดิม ๆ Urwerk จะเปลี่ยนมุมมองของคุณไปตลอดกาล
Urwerk คือตัวแทนของ นวัตกรรม ศิลปะ และอนาคต ที่รวมกันอยู่ในเรือนเวลาเพียงหนึ่งเดียว ทุกครั้งที่มอง Urwerk คุณไม่ได้แค่เห็นตัวเลขบนหน้าปัด แต่คุณกำลังเห็น กาลเวลาที่หมุนไปในมิติที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อน
นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมคนที่ได้ลองสวมใส่ Urwerk สักครั้ง มักจะไม่อยากกลับไปมองนาฬิกาแบบเดิม ๆ อีกเลย…ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง

