นี่อาจเป็น Audemars Piguet Royal Oak Perpetual Calendar ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา
เปิดฉากการเฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปี Audemars Piguet ได้มีการเปิดตัว Perpetual Calendar รุ่นล่าสุดอย่างตระการตาถึง 3 รุ่น ประกอบด้วย Royal Oak สองรุ่น และ Code 11.59 อีกหนึ่งรุ่น โดยทุกรุ่นมาพร้อมกับกลไก Perpetual Calendar Caliber 7138 ที่มีการออกแบบอันชาญฉลาด และใช้งานง่ายที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา
ดีไซน์ระดับตำนานจาก Gérald Genta สู่ความอมตะใน Royal Oak
หากจะให้พูดแบบตรงไปตรงมา… โอเค ยอมรับครับว่าผมเป็นคนเซนซิทีฟมาก โดยเฉพาะกับเรื่องของการบอกลา ใครก็ตามที่เคยนั่งข้าง ๆ ผมบนเครื่องบิน จะรู้ทันทีว่าหากหนังที่มีสุนัขเข้าฉาก ผมจะน้ำตาไหลแบบควบคุมไม่ได้ ผมไม่ชอบการจากลาเลยสักนิด นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผมมักแอบหนีกลับโดยไม่บอกใคร ไม่มีการกอด ไม่มีการจับมือ ไม่มีแม้แต่หันกลับไปมอง เพราะผมรู้ตัวดีว่าถ้าทำแบบนั้น ผมอาจกลั้นอารมณ์ไม่อยู่
ด้วยเหตุนี้เอง ผมจึงปฏิเสธคำเชิญของ Audemars Piguet ให้ไปร่วมงานเปิดตัวนาฬิการุ่น Travis Scott ในช่วงปลายปี 2023 เพราะผมไม่รู้ว่าจะสามารถยืนดูช่วงสุดท้ายของ François-Henry Bennahmias ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการนาฬิกา
และเป็นเพื่อนที่สำคัญของผม โดยไม่ร้องไห้หนักได้อย่างไร แต่สุดท้ายผมก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงช่วงเวลาแห่งอารมณ์นั้นได้ เช่นเดียวกับสถานการณ์ที่ผมต้องเผชิญในปีที่ผ่านมาในงาน AP Social House ที่มิลาน
ผมยังจำได้ดีว่าตัวเองพึมพำเบาๆ ขณะพยายามกลั้นน้ำตา “ให้ตายสิ AP ทำไมคุณไม่ให้ผมเตรียมใจเลย” แม้บรรยากาศรอบตัวจะเต็มไปด้วยการเฉลิมฉลอง ถึงความร่วมมือระหว่าง Audemars Piguet และกับ John Mayer ในฐานะ Creative Conduit คนใหม่ ผมก็ตระหนักขึ้นมาว่าหรือจริงๆ แล้วแบรนด์กำลังจัดงานเลี้ยงอำลาเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของผม หรือก็คือ Caliber 5134 นั่นเอง
แน่นอนว่านาฬิกาของ John Mayer กับหน้าปัด Crystal Sky สุดตระการตาชวนให้นึกถึงคำบรรยายของ William Miller ที่กล่าวถึงเสียงกีตาร์ของ Russell Hammond ในภาพยนตร์เรื่อง Almost Famous แต่สุดท้ายแล้วผมกลับมานั่งอยู่ในห้องพักของโรงแรม น้ำตาคลอ และมือสั่นเป็นความรู้สึกเดียวกับที่ Marcel Proust เคยบรรยายไว้ “ว่าเป็นความทรงจำที่พรั่งพรูออกมาโดยอัตโนมัติ” ซึ่งทำให้ผมร้องไห้หนักกว่าการดู Hachiko เป็นครั้งแรกเสียอีก

ยุคสมัยใหม่ของ AP Perpetual Calendars
เป็นเรื่องปกติหรือไม่ที่ชายคนหนึ่งจะรู้สึกหวั่นไหวกับกลไกนาฬิกาเพียงเรือนเดียว สำหรับ Caliber 5134 ไม่ใช่แค่กลไกธรรมดา แต่คือปรากฏการณ์ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2015 ซึ่ง Caliber 5134 นี้เป็นตัวขับเคลื่อนที่อยู่เบื้องหลังนาฬิกาซึ่งได้แนะนำโลกของนาฬิกาคอมพลิเคชั่นให้กับวัฒนธรรมที่ร่วมสมัย
มันคือขุมพลังของนาฬิกาที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ตั้งแต่ ตัวเรือนเซรามิกสีดำ Ref. 26579CE ตัวเรือนเซรามิกสีดำแบบโอเพ่นเวิร์ก Ref. 26585CE ตัวเรือเซรามิกสีขาว Ref. 26579CB และเซรามิกสีน้ำเงิน Ref. 26579CS
และแน่นอนว่า Audemars Piguet Royal Oak Perpetual Calendar ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นการบอกค่าทั้งสัปดาห์อันเป็นเอกลักษณ์ คือนาฬิกาที่สะกดสายตาของนักสะสมรุ่นใหม่ และทำให้กลไกคอมพลิเคชั่น กลายเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกับกลุ่มลูกค้าคนดังแห่งยุค
ไม่ว่าจะเป็น ay-Z, Kevin Hart, Ed Sheeran และ Travis Scott ซึ่งเลือก Caliber 5134 สำหรับการทำงานร่วมกันใน Cactus Jack กับ Audemars Piguet และแน่นอนว่ายังมี Creative Conduit คนล่าสุดอย่าง John Mayer อีกด้วย
Ilaria Resta ซีอีโอของ Audemars Piguet กล่าวว่า “ลูกค้ากลุ่มใหม่จำนวนมากได้เข้ามาสู่แบรนด์ของเราก็เพราะ Perpetual Calendar และความนิยมที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งทำให้เราโดดเด่นในโลกแห่งการผลิตนาฬิกาชั้นสูง” และเธอพูดถูกทุกคำ



ไม่เพียงเท่านั้น ความสำคัญทางวัฒนธรรมและความถูกต้องทางเทคนิคของ AP Perpetual Calendar ยังมีมากมายมหาศาล หากจะกล่าวตามบทกวีของ Walt Whitman มันคือกลไกที่ยิ่งใหญ่ และเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย
Audemars Piguet Perpetual Calendar เริ่มต้นเส้นทางแห่งการปฏิวัติด้วยการยึดครอง วัฒนธรรมหลักเมื่อ 47 ปีที่แล้ว เมื่อ Caliber 2120/2800 ถือเป็นโปรเจกต์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยให้ AP รอดพ้นจากวิกฤต Quartz Crisis ที่ทำให้วงการนาฬิกาสวิสตกอยู่ในภาวะถดถอย จนแรงงานในอุตสาหกรรมนี้หายไปถึงสองในสาม
ในช่วงเวลาที่นาฬิกาควอตซ์ราคาย่อมเยาเข้ามาแทนที่กลไกจักรกล Audemars Piguet ได้จุดประกายการต่อต้านขึ้นภายในโรงงาน ช่างทำนาฬิกาสามคนที่มีชื่อว่า Michel Rochat, Jean-Daniel Golay และ Wilfred Berney ทำงานอย่างลับ ๆ เพื่อสร้างกลไก Perpetual Calendar แบบขึ้นลานอัตโนมัติที่บางที่สุดในโลก
ท่ามกลางนาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์ราคาไม่แพง ผลลัพธ์ที่ได้คือ Ref. 5548 นาฬิกาที่ถือเป็น “ปฐมบทแห่งการโต้กลับ” ของกลไกจักรกล และเป็นหมุดหมายสำคัญที่เปิดทางให้กับการฟื้นคืนชีพของศาสตร์ haute horlogerie แห่งสวิตเซอร์แลนด์
Michael Friedman อดีตนักประวัติศาสตร์ และหัวหน้าฝ่ายกลไกคอมพลิเคชั่นของ Audemars Piguet กล่าวว่า “ลองคิดดูสิ ในยุคปี 1978 แทบไม่มีใครผลิตนาฬิกากลไกคอมพลิเคชั่นเลย โดยเฉพาะ Perpetual Calendar ที่หาได้ยากในเวลานั้น ความจริงแล้ว มีเพียง Patek Philippe เท่านั้นที่เคยผลิตนาฬิกาข้อมือแบบ Perpetual Calendar อย่างต่อเนื่องมาก่อน
Michael Friedman อดีตนักประวัติศาสตร์และหัวหน้าแผนกความซับซ้อนของ Audemars Piguet กล่าว
โดยรุ่นที่พวกเขาทำในเวลานั้นคือ Ref. 3448 (เปิดตัวในปี 1961) ซึ่งเป็นนาฬิกาทรงกลมแบบ Disco Volante ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 37 มม. และหนา 11 มม. จากนั้นก็เปิดตัว Ref. 5548 ซึ่งบางกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ด้วยความหนาเพียงที่ 7 มม. นับว่ามันเป็นนาฬิกาที่บ้าบิ่นอย่างเหลือเชื่อ เพราะนาฬิกาเรือนนี้กำลังท้าทายกับกระแสความนิยมของนาฬิกาควอทซ์
แต่เดี๋ยวก่อน ดูสิว่าเราทำอะไรได้บ้างกับการผลิตนาฬิกาแบบกลไก ในขนาดพอ ๆ กับนาฬิกาควอตซ์ เราได้ติดตั้งซูเปอร์คอมพิวเตอร์แบบกลไก และด้วยความบางเฉียบและสง่างามของ Ref. 5548 จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความทันสมัยเช่นเดียวกับ Royal Oak ในยุคก่อนหน้านี้”

ในปี 1984 กลไกนาฬิการุ่นดังกล่าวได้กลายมาเป็นบ้านที่สมบูรณ์แบบสำหรับนาฬิการุ่น Royal Oak ที่มีรูปทรงสวยงามสะดุดตา และเป็นครั้งแรกที่นาฬิกาแบบ Perpetual Calendar กลายมาเป็นศูนย์กลางของสิ่งที่น่าตื่นเต้น และทันสมัยในวัฒนธรรมร่วมสมัย
ซึ่งนาฬิการุ่น Royal Oak Perpetual Calendar กลายมาเป็นสัญลักษณ์ในทันที โดยเป็นการหลอมรวมสองสิ่งที่ปฏิวัติวงการนาฬิกาของ Audemars Piguet ได้แก่ นาฬิการุ่น Royal Oak ที่ไม่ซ้ำใคร และนาฬิการุ่น 2120/2800 ซึ่งเป็นนาฬิกาแบบ Perpetual Calendar อัตโนมัติที่บางที่สุดในโลก

ในปี 2015 นาฬิการุ่น Ref. 26574 ที่ใช้กลไก Caliber 5134 ถือเป็นนาฬิการุ่นตำนานที่ก้าวล้ำเป็นอย่างมาก โดยนาฬิการุ่นนี้มีตัวเรือนขนาดใหม่ ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 41 มม. ซึ่งแตกต่างจากรุ่น 39 มม. แบบดั้งเดิม โดยตัวเครื่องมีความหนา 4.31 มม. แทนที่จะเป็น 3.95 มม. เพื่อตอบรับการเพิ่มตัวบอกสัปดาห์เข้าไป
อย่างไรก็ตาม AP ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมในการทำให้ตัวเรือนของนาฬิการุ่นนี้มีความหนาเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยที่ 9.5 มม. เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าที่มีความหนา 9.3 มม. ปี 2017 ถือเป็นปีที่ผู้ผลิตได้เปิดตัวนาฬิการุ่น Ref. 26579CE ที่ทำจากเซรามิกทั้งหมด

สิ่งที่น่าทึ่งคือ ทุกชิ้นส่วนของนาฬิกาได้รับการขัดเงาให้ได้มาตรฐานสูงสุดของ AP ทำให้มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากนาฬิกาเซรามิกทั่วไปในท้องตลาด และนี่คือนาฬิกาที่นำ Perpetual Calendar ซึ่งปกติแล้วเป็นกลไกเชิงวิศวกรรมที่ซับซ้อน มาสู่ศูนย์กลางของความเท่ และทันสมัยอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ยังดึงดูดกลุ่มนักสะสมรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการผสมผสานความร่วมสมัยเข้ากับเรือนเวลาแบบคลาสสิก ในเวลาเดียวกัน นาฬิกาเรือนนี้ยังสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้รักนาฬิกาอย่างจริงจังได้
ซึ่งรวมถึง Creative Conduit อย่าง John Mayer ด้วย และด้วยเหตุนี้ นาฬิกาที่ผลิตจำนวนจำกัดนี้จึงกลายเป็นสินค้าที่ฮอตฮิตที่สุดชิ้นหนึ่งของโลก ทำให้เราหวนคิดถึงมิลานเมื่อปีที่แล้ว กับภาพที่ผมยืนสะอื้นเบา ๆ อยู่มุมหนึ่งของ AP Social House ขณะที่ต้องบอกลานาฬิกากลไกที่ผมรักที่สุดตลอดกาล ขณะที่ผมอยู่ลำพังในห้องพักของโรงแรม ผมเงยหน้าตะโกน พร้อมกับทุบหน้าอกตัวเองอย่างสิ้นหวัง “ทำไม AP ต้องหยุดผลิต Cal. 5134 สุดที่รักของผม มันไม่ยุติธรรมเลย”
หลังจากงานที่มิลาน โลกที่มืดมนและเย็นเยือก อาหารทุกจานไม่ว่าจะเลิศรสเพียงใด เต็มไปด้วยศิลปะการปรุงขั้นสูง และชุ่มฉ่ำด้วยไขมันห่าน ล้วนมีรสชาติไม่ต่างจากโจ๊กจืด ๆ จากเรื่องของ Charles Dickens ผมตกอยู่ในสภาวะที่นักอัตถิภาวนิยมชาวฝรั่งเศสเรียกว่า malaise คือความรู้สึกอึดอัดกับการดำรงอยู่ของมนุษยชาติในระดับที่เจ็บปวดอย่างที่สุด
Audemars Piguet ขอแนะนำ Caliber 7138 ใหม่
น่าเหลือเชื่อที่ AP ยอมให้ผมทนทุกข์อยู่นานถึงหนึ่งปีเต็ม กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้เองที่ผมมีโอกาสได้พบกับผู้สืบทอด Caliber 5134 นั่นคือ Caliber 7138 ใหม่ล่าสุด และทันใดนั้น แสงสว่างก็กลับคืนสู่ชีวิตของผม เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ก็กลับมามีเสน่ห์อีกครั้ง
ผมสัมผัสได้ถึงพลังแห่งชีวิตจากมหาสมุทรอีกครั้ง เพราะกลไก นี้เป็นเครื่องที่จุดประกายการเฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปีของ Audemars Piguet ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการนาฬิกาสวิส
สำหรับผมแล้ว ถือเป็นกลไก Perpetual Calendar ที่ใช้งานง่ายที่สุดเท่าที่เคยมีมา ก่อนอื่น ผมขออธิบายก่อนว่าเรากำลังพูดถึงกลไก Perpetual Calendar แบบเต็มรูปแบบที่รวมเอาวัน วันที่ เดือน ปีอธิกสุรทิน และข้างขึ้นข้างแรมไว้ด้วยกัน
Ilaria Resta กล่าวว่า “ความซับซ้อนของ Perpetual Calendar นั้นสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับธรรมชาติ เนื่องจากมีการเชื่อมโยงเราเข้ากับจักรวาล และการหมุนรอบโลกที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นหัวใจสำคัญของเอกลักษณ์ Le Brassus ของเรา”

ประการที่สอง เรามายอมรับว่า Perpetual Calendar ซึ่งทำหน้าที่เป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์เชิงกลที่สามารถแสดงข้อมูลทั้งหมดนี้ได้อย่างถูกต้อง พร้อมทั้งปรับแก้จังหวะที่เปลี่ยนแปลงของเดือนที่มี 30 และ 31 วัน และแม้กระทั่งรู้ว่าเมื่อใดควรเพิ่มวันพิเศษสำหรับปีอธิกสุรทิน
ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เปราะบาง และเป็นที่รู้กันว่าปรับได้ยาก และเหตุผลนั้นก็เพราะพวกเขาใช้ชุด correctors ที่ฝังอยู่ในด้านข้างของตัวเรือน ซึ่งจะต้องใช้งานในช่วงเวลาที่กำหนด และในลำดับที่กำหนดเพื่อไม่ให้กลไกเสียหาย
แต่ทุกอย่างก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงไป ในปี 2023 เมื่อ Audemars Piguet ได้นำเสนอ RD#4 อันน่าทึ่ง หรือ Ultra-Complication Universelle ซึ่งเป็นคอมพลิเคชั่นระดับสูงที่ทำให้การใช้งาน Perpetual Calendar เป็นเรื่องง่ายดายจนลูกค้าสามารถหยิบขึ้นมา และเริ่มใช้งานได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะเสียหาย
Ilaria Resta กล่าวว่า “RD#4 ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าเราต้องปรับเปลี่ยนนาฬิกาคอมพลิเคชั่น ของเราให้ใช้งานง่ายที่สุด เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นสำหรับนาฬิกาที่มีกลไกซับซ้อนของเรา ปัจจุบันแม้แต่ลูกค้าที่ใช้ซูเปอร์คาร์ก็สามารถเข้าไปขับได้ทันที
Ilaria Resta กล่าว
และนั่นคือแนวคิดของ Caliber 7138 รุ่นใหม่ เจ้าของสามารถหยิบนาฬิกาขึ้นมา และรู้โดยสัญชาตญาณว่าจะใช้นาฬิกาอย่างไรด้วยความมั่นใจอย่างเต็มที่ในเวลาไม่กี่นาที”
สิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับกลไกใหม่นี้ก็คือ วิวัฒนาการโดยตรงจากกลไก Caliber 5133 ที่น่าทึ่ง ซึ่งทำให้ Audemars Piguet สามารถทำลายสถิตินาฬิกาปฏิทินคอมพลิเคชั่นที่บางที่สุดในโลกในปี 2018 ด้วยนาฬิการุ่น RD#2 อันโดดเด่น
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Caliber 7138 ที่ได้รับการออกแบบให้มีแคมทั้งเดือนที่รวมอยู่ในวงล้อเฟืองวันที่ และแคมเดือนที่รวมอยู่ในเฟืองเดือนจากกลไกนั้น ทำให้การปรับตั้งวันที่ และเดือนเป็นไปอย่างแม่นยำ และสะดวกสบายยิ่งขึ้น


แต่สิ่งที่ถือเป็นการพัฒนาใหม่ที่สำคัญคือ ทุกตัวบ่งชี้สามารถปรับตั้งได้ผ่านเม็ดมะยมทั้งหมด อีกทั้งยังสามารถเลือกปรับแต่ละตัวบ่งชี้ได้แยกจากกัน ซึ่งเป็นจุดแตกต่างสำคัญจาก Perpetual Calendar บางรุ่นในตลาด ที่สามารถปรับข้อมูลทั้งหมดผ่านเม็ดมะยมได้เช่นกัน แต่มีข้อเสียตรงที่หากปรับข้ามไปไกลเกินไป จะไม่สามารถย้อนกลับได้ ต้องส่งซ่อมหรือรอให้เวลาตรงกันเอง
ในทางกลับกัน Caliber 7138 ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่ละตัวบ่งชี้ได้อย่างอิสระ หากตั้งล้ำไปข้างหน้ามากเกินไป ก็เพียงหมุนเม็ดมะยมย้อนกลับมาที่ตำแหน่งที่ถูกต้อง นอกจากนี้ Caliber 7138 ยังมีความบางเพียง 4.09 มม. ซึ่งบางกว่า Caliber 5134 รุ่นก่อนหน้าที่มีความหนา 4.31 มม. อีกด้วย
การตั้งค่านาฬิกาแบบใช้งานง่าย
ระบบการทำงานของกลไกนี้เป็นอย่างไร มาเริ่มกันที่การออกแบบหน้าปัดใหม่ของ Royal Oak Perpetual Calendar ที่ขับเคลื่อนด้วย Caliber 7138 หนึ่งในสิ่งที่ผมชื่นชอบเกี่ยวกับนาฬิการุ่นใหม่นี้ คือการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ภายนอกที่ถูกปรับแต่งอย่างละเอียดอ่อนจนแทบไม่สังเกตได้ในแวบแรก สิ่งแรกที่บ่งบอกถึงความแตกต่างคือการจัดวางบนหน้าปัดใหม่ ซึ่งหากเทียบกับรุ่นที่ใช้กลไก Caliber 5134 จะพบว่ารุ่นใหม่นี้ได้ย้ายตำแหน่งของการแสดงผลดังนี้
วันที่ถูกย้ายไปอยู่ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา เดือน และปีอธิกสุรทิน (Leap Year) อยู่ที่ 3 นาฬิกา ข้างขึ้นข้างแรมของดวงจันทร์อยู่ที่ 6 นาฬิกา วันในสัปดาห์ และเวลาระบบ 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 9 นาฬิกา ส่วนมาตรวัดสัปดาห์ยังคงอยู่ที่ขอบรอบหน้าปัด
อีกหนึ่งรายละเอียดสำคัญคือ การเรียงลำดับของค่าต่างๆ บนหน้าปัดได้รับการออกแบบใหม่ให้เริ่มต้นจากหน่วยแรกสุดที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา เช่น วันที่ 1 สำหรับปฏิทิน สัปดาห์ที่ 1 เดือนมกราคม และ วันจันทร์ แทนที่จะเป็นหน่วยสุดท้ายของแต่ละสเกลเหมือนในรุ่นก่อนหน้า ซึ่งช่วยให้การอ่านค่าทำได้ง่ายขึ้น และเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น

ส่วนตัวแล้วผมชอบการแสดงผลใหม่ๆ เหล่านี้มาก เพราะการจัดเรียงเริ่มต้นของแต่ละสัปดาห์ เดือน และปีในลักษณะนี้ สะท้อนถึงวิธีที่มนุษย์รับรู้เวลา อีกหนึ่งองค์ประกอบการออกแบบที่สร้างความกลมกลืนทางสายตาอย่างสูงสุด คือการแสดงผลวันที่ ที่มีการปรับขั้นตอนแบบจดสิทธิบัตร ซึ่งปรับให้เข้ากับความกว้างของตัวเลขอย่างลงตัว
Ilaria Resta กล่าวไว้ว่า “การแสดงผลที่อยู่บนหน้าปัดของนาฬิกาช่วยเพิ่มความชัดเจนในการมองเห็น การอ่านค่า ความกลมกลืนทางศิลป์ และยังสะท้อนถึงวิธีที่เราจัดเรียงเวลาในจิตใจของเรา”
ในขณะนี้มาถึงส่วนที่น่าอัศจรรย์ของนาฬิกา Caliber 7138 ใหม่ ซึ่งมาพร้อมกับเม็ดมะยมสี่ตำแหน่งที่คุณสามารถใช้งานได้ดังนี้ ในตำแหน่งเริ่มต้น หรือตำแหน่งแรก การกดปุ่มเม็ดมะยมเป็นการขึ้นลานให้กับนาฬิกา แต่ความจุพลังงานของกลไกได้เพิ่มขึ้นเป็น 55 ชั่วโมงจาก 40 ชั่วโมงของรุ่นก่อน
ดังนั้นคุณอาจจะไม่ต้องไขลานบ่อยนัก ดึงเม็ดมะยมหมุนออกไปที่ตำแหน่ง 2 และหมุนไปตามเข็มนาฬิกาเพื่อปรับวันที่ที่ 12 นาฬิกา และหมุนไปทวนเข็มนาฬิกาเพื่อปรับเดือนและปีอธิกสุรทินที่ 3 นาฬิกา ดึงเม็ดมะยมออกไปอีกครั้งที่ตำแหน่ง 3 เพื่อปรับเวลาไปข้างหน้าหรือถอยหลัง

และนี่คือจุดที่กลไกนี้แสดงให้เห็นถึงความอัจฉริยะอย่างแท้จริง ในการตั้งค่าตัวบอกวันในสัปดาห์ และข้างขึ้นข้างแรม ต้องดึงเม็ดมะยมไปที่ตำแหน่งที่ 2 จากนั้นหมุนเม็ดมะยมตามเข็มนาฬิกาเพื่อตั้งค่าวันในสัปดาห์ และหมนุทวนเข็มนาฬิกาเพื่อตั้งค่าข้างขึ้นข้างแรม
ซึ่งวิธีนี้ทำให้เม็ดมะยมมีตำแหน่งการทำงานที่สี่เพิ่มขึ้นมา แต่ผสานการทำงานนี้เข้าไปในลำดับที่ชัดเจน ได้แก่ ดึงออก (ตำแหน่งที่ 2) ดึงออกอีกครั้ง (ตำแหน่งที่ 3) และกดกลับ (ตำแหน่งที่ 4) ทำให้การใช้งานเม็ดมะยมเป็นไปอย่างง่ายดายและเป็นธรรมชาติ
บนหน้าปัดย่อยที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา มีตัวระบุเวลา 24 ชั่วโมง ซึ่งมาพร้อมกับ no correction zone ที่ถูกระบุไว้อย่างชัดเจนด้วยสีแดง ความอัจฉริยะของ Caliber 7138 ก็คือ แม้ว่าผู้ใช้พยายามจะปรับตั้งค่าตัวบอกต่าง ๆ ในช่วง no correction zone ตั้งแต่เวลา 21.00 น. ถึง 03.00 น. นาฬิกาก็จะไม่ยอมให้มีการเปลี่ยนแปลง
นั่นหมายความว่า AP ได้กำจัดความเสี่ยงของการเกิดความเสียหายโดยไม่ตั้งใจไปโดยสิ้นเชิง กลไก Caliber 7138 และกลไกอันชาญฉลาดเป็นผลจากการพัฒนาอย่างจ่อเนื่องถึงห้าปี และนำไปสู่การจดสิทธิบัตรใหม่ถึง 3 ฉบับของ AP
ยุคใหม่ Royal Oak Perpetual Calendars และ Code 11.59 โดย Audemars Piguet Perpetual Calendar
ในปีนี้ กลไกอันยอดเยี่ยม Caliber 7138 ได้ถูกนำมาใช้ในนาฬิกา 3 รุ่นใหม่ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปีของ Audemars Piguet โดยสองในสามรุ่นนี้เป็นรุ่น Royal Oak โดยรุ่นหนึ่งเป็นสเตนเลสสตีลเพื่อแสดงความเคารพต่อจุดเริ่มต้นของ Royal Oak
ส่วนอีกรุ่นทำจาก Sand Gold ซึ่งเป็นโลหะผสมพิเศษที่พัฒนาขึ้นโดย AP มีการเปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา และมีคุณสมบัติเปลี่ยนเฉดสีตามแสงได้อย่างงดงาม ส่วนรุ่นที่สามคือ Code 11.59 ของ Audemars Piguet ทำจากไวท์โกลด์ 18K
นาฬิกาทั้งสามรุ่นมาพร้อมโลโก้พิเศษที่ใช้ฟอนต์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเอกสารประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ซึ่งได้รับการดูแลโดย Heritage Team นอกจากนี้ ทั้งสามรุ่นยังมีสลักคำว่า “1 of 150” ไว้บนฝาหลังของตัวเรือนเพื่อแสดงถึงความเป็น Limited Edition ในวาระพิเศษนี้


นาฬิกา Code 11.59 โดย Audemars Piguet Ref. 26494BC ตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 41 มม. หนาx 10.6 มม. โดดเด่นด้วยหน้าปัดที่เป็นดั่งงานศิลป์ระดับมาสเตอร์พีซ อัดแน่นด้วยรายละเอียดอันปราณีต หน้าปัดมีการไล่สีหรือที่เรียกว่า fumé โดยเริ่มจากสีน้ำเงินน้ำแข็ง (icy blue) จากศูนย์กลาง และค่อยๆ เข้มขึ้นเป็นสีน้ำเงินเข้ม (deep azure) บริเวณขอบหน้าปัด
ส่วนลวดลายกิโยเช่ (guilloché) ที่ซับซ้อน ได้รับการออกแบบโดยปรมาจารย์ Yann von Kaenel แห่ง Neuchâtel โดยเริ่มจากลวดลาย ริ้วคลื่นวงกลมขนาดเล็กแบบศูนย์กลาง (micro-concentric circular ripples) ที่กลางหน้าปัด
แล้วค่อยๆ แตกกระจายออกเป็นลวดลายถักทอ (basic weave pattern) ที่เปี่ยมด้วยพลังและการเคลื่อนไหว สู่ขอบหน้าปัด เมื่อรวมการไล่เฉดสี และลวดลายกิโยเซ่อันปราณีตเข้าด้วยกัน หน้าปัดนี้จึงเปล่งประกายความมีชีวิตชีวา และเต็มไปด้วยพลังแห่งการเคลื่อนไหว

นาฬิกา Royal Oak Perpetual Calendar Ref. 26674ST สเตนเลสสตีลเส้นผ่านศูนย์กลาง 41 มม. และบางเพียง 9.5 มม. เช่นเดียวกับรุ่นก่อนหน้า แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดคือ หน้าปัด นั่นเอง เรื่องตลกที่โชคชะตาเล่นงานผมก็คือ เมื่อถึงเวลาที่สามารถซื้อนาฬิกา Perpetual Calendar ได้ สายตาของผมกลับแย่ลงมากจนอ่านไม่ได้
แต่ Royal Oak รุ่นนี้เป็นข้อยกเว้น เนื่องจากการจัดวางตำแหน่งแสดงวันที่ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา พร้อมกับกลไกปรับขนาดตัวเลขวันที่แบบก้าวหน้า (Patented Progressive Step) ช่วยให้การแสดงผลชัดเจน และอ่านง่ายอย่างน่าทึ่ง
หน้าปัดมาพร้อมกับ สีฟ้า-เทา อันเป็นเอกลักษณ์ของ AP ที่ถูกปรับให้สว่างขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้เกิดเอฟเฟกต์ระยิบระยับที่งดงาม และแน่นอนว่ายังคงลวดลาย Grande Tapisserie อันเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์


รุ่นนี้มาพร้อมกับ Royal Oak Perpetual Calendar Ref. 26674SG อันงดงามในตัวเรือน Sand Gold ใช้โลหะผสมพิเศษเฉพาะ “hovers” ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ซึ่งเป็นโลหะที่อยู่ระหว่างไวท์โกลด์และพิงค์โกลด์ สีของโลหะนี้สามารถเปลี่ยนแปลงตามมุมของแสงที่ตกกระทบ บางครั้งอาจเห็นเป็นโมโนโครมเรียบหรู แต่บางครั้งมันอาจเปล่งประกายด้วยความอบอุ่นอย่างน่าหลงใหล
สิ่งที่ผมชื่นชอบเกี่ยวกับนาฬิการุ่นนี้ และการพัฒนาเชิงนวัตกรรมของ AP ก็คือ AP ไม่เพียงแต่เป็นที่จดจำจากรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ เช่น ขอบตัวเรือนแปดเหลี่ยมของ Royal Oak เท่านั้น แต่ยังรวมถึงสีอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์อีกด้วย นาฬิกาทุกรุ่นมาพร้อมกับสามสิทธิบัตรใหม่ สองฉบับเกี่ยวกับเม็ดมะยมที่เป็นนวัติกรรมใหม่ และอีกหนึ่งฉบับเกี่ยวกับกลไกปรับขนาดตัวเลขวันที่แบบก้าวหน้า
เมื่อพิจารณาถึงความหลงใหลที่มีต่อ Caliber 7138 ใหม่นี้ ผมยินดีที่จะบอกว่าความวิตกกังวลที่เคยมีจากการอำลากลไกที่ผมรักอย่าง Caliber 5134 ได้หายไปอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากความยอดเยี่ยมทางเทคนิคในผลงานแรกของการเฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปีของ Audemars Piguet สิ่งนี้ได้ฟื้นคืนชีวิตให้กับผม และรวมถึงความเชื่อมั่นต่อจักรวาลของผมก็กลับมาอย่างมั่นคงอีกครั้ง และสำหรับสิ่งนี้ผมต้องขอบคุณ Audemars Piguet จากใจจริง

ข้อมูลเชิงเทคนิค Audemars Piguet Code 11.59
โดย Audemars Piguet Selfwinding Perpetual Calendar 41 mm.
Ref: 2649BC.OO.D350KB.01
กลไก: ระบบไขลานอัตโนมัติ Caliber 7138 กำลังลานสำรอง 55 ชั่วโมง
ฟังก์ชั่น: แสดงเวลาชั่วโมงและนาที / วินาทีแบบเข็มกลาง Perpetual Calendar พร้อมระบุสัปดาห์ / วัน / วันที่ / ข้างขึ้นข้างแรมทางดาราศาสตร์ / เดือน และปีอธิกสุรทิน
ตัวเรือน: ขนาด 41 มม. × 10.6 มม. ไวท์โกลด์ 18K กันน้ำได้ลึก 30 เมตร
หน้าปัด: หน้าปัดสีน้ำเงินไล่เฉด (Smoked Blue) Code 11.59 โดย Audemars Piguet พร้อมโลโก้นูน
สาย: สายยางพื้นผิวสีน้ำเงินพร้อมซับในหนังลูกวัว และตัวล็อคแบบพับสามทบ สีไวท์โกลด์ 18K
ความพร้อมจำหน่าย: รุ่นนี้เป็นรุ่นพิเศษ Anniversary ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 150 เรือนเท่านั้น
ข้อมูลทางเทคนิค Audemars Piguet Royal Oak Selfwinding Perpetual Calendar 41mm
Ref: 26674ST.OO.1320ST.01 / 26674SG.OO.1320SG.01
กลไก: ไขลานอัตโนมัติ Caliber 7138 สำรองพลังงาน 55 ชั่วโมง ฟัง
ก์ชั่น:ชั่วโมงและนาที วินาทีตรงกลาง ปฏิทินถาวรพร้อมการระบุสัปดาห์ / วัน / วันที่ / ดวงจันทร์ดาราศาสตร์ / เดือน / ปีอธิกสุรทิน
ตัวเรือน: 41 มม. × 9.5 มม. สเตนเลสสตีลหรือ sand gold 18K ทนน้ำได้ 50 ม.
หน้าปัด: รูปแบบ Grand Tapisserie สีน้ำเงินหรือทองทราย
สาย: สเตนเลสสตีลหรือสาย sand gold 18K ทั้งสองแบบมีตัวล็อคแบบพับ AP
ความพร้อมจำหน่าย: รวมถึงรุ่นพิเศษ Anniversary จำนวนจำกัดที่ผลิตในแต่ละเรือน 150 เรือน

ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง
ที่มา: Revolutionwatch

