BOVET 200 ปีแห่งปรัชญาที่ศิลปะและกลไกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว

Date:

BOVET สถาปนิกแห่งกาลเวลา นวัตกรรม GPHG และศิลปะ Métiers d’Art

ในบรรดาเมซงผู้รังสรรค์นาฬิกาชั้นสูงในปัจจุบัน มีเพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่สามารถถ่ายทอดผลงานที่หลอมรวมเอาศิลปะและความเชี่ยวชาญทางกลไกเข้าด้วยกันได้อย่างลึกซึ้งเท่ากับ BOVET ตลอดระยะเวลากว่า 200 ปี ที่ผ่านมา เมซงแห่งนี้ได้สั่งสมชื่อเสียงในการสร้างสรรค์เรือนเวลาที่ก้าวข้ามความหมายของนาฬิกากลไกทั่วไป ไปสู่การเป็น Objets d’Art หรือผลงานศิลป์อันทรงคุณค่าอย่างแท้จริง และได้รับการยกย่องเป็นที่เลื่องลือในหมู่ผู้หลงใหลและนักสะสมเรือนเวลาจากรุ่นสู่รุ่น

มรดกแห่งความประณีตและการบุกเบิกในยุคแรก

BOVET ก่อตั้งขึ้นในปี 1822 และสร้างชื่อเสียงขึ้นมาอย่างรวดเร็วด้วยนาฬิกาพกที่โดดเด่นด้วยรายละเอียดอันวิจิตรประณีต หัวใจสำคัญของความสำเร็จคือการผสานความแม่นยำทางกลไกเข้ากับเทคนิคงานศิลป์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นจิตรกรรมแบบมินิเอเจอร์ เทคนิค การเคลือบสี (Enamelling) และ การสลักลวดลาย (Engraving) ซึ่งได้รับความชื่นชมอย่างสูงทั้งในยุโรปและจีน การยอมรับนี้สะท้อนแนวทางอันแน่วแน่ของ BOVET ที่สืบสานมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งแบรนด์ ว่าทุกเรือนเวลาต้องสามารถประสานความเที่ยงตรงเข้ากับความงดงามได้อย่างลงตัว

DNA แห่ง Métiers d’Art และสถาปัตยกรรมเชิงประติมากรรม

อัตลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของเมซงนี้ ตั้งอยู่บนความสามารถอันหาได้ยากในการผสาน Métiers d’Art หรือ ทักษะหัตถศิลป์ชั้นสูง เข้าไว้กับสถาปัตยกรรมเรือนเวลา BOVET ได้ยกระดับศิลปะอันวิจิตรประณีตให้กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของนาฬิกา โดยไม่ได้มองศิลปะและกลไกเป็นสิ่งที่แยกจากกัน แต่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ซึ่งแนวคิดนี้ได้กลายเป็นดีเอ็นเอของ BOVET มาจนถึงปัจจุบันงานศิลป์ที่ถูกนำมาใช้ประกอบไปด้วยหน้าปัดที่เพ้นท์ด้วยมือ งานฉลุโครงอันประณีต (Skeletonization) การแกะสลักลวดลายด้วยมือ การเจียระไนด้วยมือ และการออกแบบกลไกที่คำนึงถึงมิติแห่งศิลป์ ประหนึ่งงานประติมากรรม BOVET พิสูจน์ให้เห็นว่าความซับซ้อนทางกลไกก็สามารถเป็นสื่อกลางในการแสดงออกทางศิลปะได้ในเวลาเดียวกัน

การฟื้นฟูและวิสัยทัศน์ภายใต้ Pascal Raffy

เมซงได้ก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ในปี ค.ศ. 2001 ภายใต้การบริหารของ Mr. Pascal Raffy (ปาสกาล ราฟฟี)ด้วยความเชื่อมั่นอันแน่วแน่ที่จะธำรงรักษาหัตถศิลป์เก่าแก่หลายศตวรรษไว้ ควบคู่ไปกับการผลักดันนวัตกรรมด้านกลไกอย่างไม่หยุดยั้ง

เพื่อตอบสนองต่อวิสัยทัศน์นี้ ราฟฟีได้ทำการตัดสินใจครั้งสำคัญ คือการรวบรวมทุกกระบวนการของการสร้างสรรค์นาฬิกาให้อยู่ภายใต้อเทลิเยร์ของ BOVET เอง ความเป็นอิสระในการผลิตนี้ทำให้เมซงสามารถผลิตชิ้นส่วนเกือบทั้งหมดแบบ in-house ตั้งแต่กลไก (Movement) ฟังก์ชันซับซ้อน (Complications) เข็ม หน้าปัด ตัวเรือน ไปจนถึงสปริงหางขดและชุดกลไกที่ทำหน้าที่ควบคุมการเดินของนาฬิกา ความสามารถในการสร้างสรรค์ที่สมบูรณ์แบบนี้ทำให้ BOVET สามารถสร้างสรรค์กลไกซับซ้อนสุดท้าทาย พร้อมความสมบูรณ์แบบที่หาผู้ใดเสมอเหมือนได้ยาก

นอกจากนี้ ตลอดระยะเวลาที่ราฟฟีเข้ามาบริหาร เมซงได้ยึดมั่นในการผลิตจำนวนจำกัด ในแต่ละปี เพื่อให้ผลงานทุกเรือนสะท้อนคุณค่าของความอดทน ความเที่ยงตรง และความงามเหนือกาลเวลา วิสัยทัศน์อันแน่วแน่ของราฟฟีนี้เอง ที่ได้สถาปนา BOVET ให้เป็นหนึ่งในเสียงอันทรงพลังและเป็นต้นแบบแห่งวงการนาฬิกาชั้นสูงหรือ Haute Horlogerie อย่างแท้จริง

การยอมรับในระดับโลกในฐานะผลงานศิลป์อันทรงคุณค่า

ความคิดสร้างสรรค์ในเรื่องของกลไกและความเป็นเอกลักษณ์ในด้านวิจิตรศิลป์ของ BOVET ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการนาฬิกา ผลงานชิ้นเอกหลายชิ้นของเมซงได้รับเกียรติรางวัลจาก Grand Prix d’Horlogerie de Genève (GPHG) ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันไม่เพียงถึงความสำเร็จทางกลไกเรือนเวลาเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงปรัชญาของเมซงในการยกนาฬิกาให้เป็น ผลงานศิลปะอันทรงคุณค่า BOVET จึงเป็นที่ปรารถนาของนักสะสมผู้พิถีพิถันทั่วทุกมุมโลก ที่ต้องการสัมผัสความสุขแท้จริงของเวลาที่เลอค่าผ่านงานฝีมืออันประณีตสูงสุด

สถาปนิกแห่งกาลเวลา BOVET The Architect of Time

ในยุคที่ผู้ผลิตนาฬิกาหลายรายมุ่งเน้นเพียงการปรับปรุงธรรมเนียมดั้งเดิม แบรนด์กล้าที่จะก้าวไปให้ไกลกว่านั้น ตลอดเวลากว่าสองศตวรรษที่ผ่านมา เมซงแห่งนี้ได้เปลี่ยนการประดิษฐ์นาฬิกากลไกให้กลายเป็นอาณาจักรแห่งนวัตกรรมทางเทคนิคที่ไม่เคยมีมาก่อน และงานศิลปะที่ทำด้วยมือ โดยสร้างสรรค์นาฬิกาที่เป็นสถาปัตยกรรมแห่งเวลา (a complete architecture of time) ที่สมบูรณ์แบบ

ผลงานที่ได้รับการยกย่องจาก GPHG (Grand Prix d’Horlogerie de Genève) เป็นตัวอย่างของความกล้าหาญทางวิศวกรรม ความแม่นยำ และความเฉลียวฉลาดที่ทำให้เมซงแห่งนี้โดดเด่นในวงการ Haute Horlogerie

Récital 30 (ผู้ถูกเสนอชื่อเข้าชิง GPHG 2025 – สาขา Men’s Complication)

ที่สุดแห่งนาฬิกาแสดงเวลาโลก (world timer) เรือนนี้ Récital 30 สร้างขึ้นบนพื้นฐานของระบบลูกกลิ้ง 24 เมืองอันล้ำยุคจากรุ่น Récital 28 Prowess 1 และด้วยเหตุนี้จึงกลายเป็นนาฬิกากลไกเรือนที่สองที่สามารถ ปรับชดเชยเวลาออมแสง (Daylight Saving Time – DST) ได้ ด้วยตัวเรือนที่สวมใส่สบาย ขนาด 42 มม. พร้อมกระจกแซฟไฟร์ทรงโดม คุณจะไม่สับสนกับการบอกเวลาโลกอีกต่อไป Récital 30 ยังรวมถึงเขตเวลา นิวเดลี ซึ่งมีส่วนเบี่ยงเบนเวลา 30 นาที บนหน้าปัดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์วินเทจอีกด้วย

Récital 28 Prowess 1
(ผู้ชนะ GPHG 2024 – สาขา Mechanical Exception)

เรือนเวลานี้คือนาฬิกาเรือนแรกที่สามารถ ปรับชดเชยเวลาออมแสง (Daylight Saving Time) ได้ โดย Récital 28 Prowess 1 ได้รวมเอาฟังก์ชันสุดยอดต่างๆ ไว้ด้วยกัน ประกอบด้วยลูกกลิ้ง 24 เมือง ปฏิทินถาวร (perpetual calendar) ฟลายอิงทูร์บิญอง (flying tourbillon) และ กำลังลานสำรอง 10 วัน

ในขณะที่นาฬิกากลไกซับซ้อนส่วนใหญ่มักจะล้มเหลวหลังผ่านไปเพียงสองวัน BOVET สามารถรักษาความเที่ยงตรงได้อย่างคงที่ยาวนานกว่า 240 ชั่วโมง นี่คือความสำเร็จในการจัดการพลังงานกลไกซึ่งเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเมซงมีการผลิตแบบครบวงจร (integrated manufacture) เท่านั้น Récital 28 จึงเป็นเรือนเวลาที่ล้ำสมัยอย่างแท้จริง ที่สามารถแก้ไขปัญหาที่ดูเหมือนจะเกินกว่าจะเอาชนะได้ นั่นคือการจัดการกับความไม่แน่นอนของการเปลี่ยนแปลงเวลาตามฤดูกาล

Récital 20 Astérium (ผู้ชนะ GPHG 2023 – สาขา Calendar & Astronomy)

นาฬิกา Astérium นี้ได้เปลี่ยนข้อมือให้กลายเป็นหอดูดาวกลไก (mechanical observatory) หน้าปัดโดมแสดงท้องฟ้ายามค่ำคืนที่แสดงเวลาในรูปแบบ 24 ชั่วโมง ขนาบข้างด้วยฟังก์ชัน สมการเวลา (Equation of Time) ข้างขึ้นข้างแรม (moon phase) และ นาทีเรโทรเกรด (retrograde minutes) พร้อมด้วยฟลายอิงทูร์บิญองสองหน้า (double-face flying tourbillon) และ กำลังลานสำรอง 10 วัน

ในขณะที่ด้านหลังของตัวเรือนมี ปฏิทินประจำปี (annual calendar) แสดง ราศี (zodiac) อายัน (solstices) และ วิษุวัต (equinoxes) BOVET ได้จำลองจักรวาลขึ้นมาใหม่ โดยทั้งหมดถูกซิงโครไนซ์ด้วยกลไกล้วน ๆ

Fleurier Virtuoso V Jumping Hour Titanium (ผู้ถูกเสนอชื่อเข้าชิง GPHG 2022 – สาขา Men’s Complication)

ด้วยตัวเรือนที่มาพร้อมระบบ Amadéo® Convertible Case ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ทำให้ Fleurier Virtuoso V สามารถแปลงร่างจากนาฬิกาข้อมือ (wristwatch) ไปเป็นนาฬิกาพก (pocket watch) และนาฬิกาตั้งโต๊ะ (table clock) ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือใด ๆ เลย

กลไกภายในของเรือนเวลานี้สามารถแสดงฟังก์ชัน ชั่วโมงกระโดด (jumping hour) นาทีเรโทรเกรด (retrograde minutes), เวลาคู่ (dual time) และมี กำลังลานสำรอง 5 วัน

Récital 22 Grand Récital (ผู้ชนะ GPHG 2018 – รางวัล Aiguille d’Or)

Grand Récital โดดเด่นด้วยกลไก Tellurium Orrery ซึ่งแสดงภาพกลไกของโลกจากมุมมองด้านบน โดยมีข้างขึ้นข้างแรม (Moonphase) โคจรอยู่รอบ และมีทูร์บิญองทำหน้าที่แทนดวงอาทิตย์ งานสร้างสรรค์อันน่าทึ่งนี้ยังรวมเอาฟังก์ชัน ปฏิทินถาวร (perpetual calendar) นาทีเรโทรเกรด (retrograde minutes) และกำลังลานสำรอง 9 วัน ไว้ด้วยกัน

การออกแบบของเรือนเวลานี้แสดงให้เห็นว่ากลไกดาราศาสตร์และความเที่ยงตรงของการจับเวลา สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัวในจักรวาลที่สวมใส่ได้ (wearable cosmos)

Miss Audrey Sweet Art (ผู้ถูกเสนอชื่อเข้าชิง สาขา Ladies’ Watch ปี 2021)

นาฬิกา Miss Audrey Sweet Art เรือนใหม่นี้ได้ใช้วัสดุใหม่และ กระบวนการใหม่อย่างสิ้นเชิงในการสร้างสรรค์หน้าปัดที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อนในวงการนาฬิกา นั่นคือหน้าปัดที่ทำจาก น้ำตาลบริสุทธิ์

ผลงานนี้เป็นตัวแทนของความหวานและความบริสุทธิ์ ผลึกน้ำตาล ที่ปกคลุมหน้าปัดของ Miss Audrey Sweet Art แสดงถึงความก้าวหน้าครั้งสำคัญในด้านวิศวกรรมนวัตกรรม วัสดุ และศิลปะการวาดภาพจิ๋ว ซึ่งทั้งหมดนี้คือเอกลักษณ์ของเมซง BOVET

Récital 23 (ผู้ถูกเสนอชื่อเข้าชิง สาขา Ladies’ Complication ปี 2021)

เข็มชั่วโมงและเข็มนาทีที่สง่างามได้ร่อนผ่านหน้าปัดย่อย กิโยเช่ (Guilloché) สีเทอร์ควอยซ์ (turquoise) ที่ถูกจัดวางอย่างเยื้องศูนย์อย่างนุ่มนวล ซึ่งเปิดพื้นที่ให้กับการแสดงผลข้างขึ้นข้างแรม (moon phase) ที่มีความเที่ยงตรงสูงของ Récital 23

นอกจากนี้ ในทุก ๆ ชั่วโมง เมื่อเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีซ้อนทับกัน รูปแบบที่แปลกใหม่ของเข็มทั้งสองจะก่อให้เกิดรูปทรงหัวใจที่ถูกวาดโครงด้วยพื้นที่ว่าง (negative space)

Récital 26 Brainstorm Chapter Two (ผู้ชนะ GPHG 2020 – สาขา Mechanical Exception)

ตัวเรือนที่ทำจากคริสตัลแซฟไฟร์เต็มเรือน (full sapphire crystal case) เผยให้เห็นข้างขึ้นข้างแรมแบบครึ่งวงกลม (hemispherical moonphase) ที่มีความเที่ยงตรงยาวนานถึง 127 ปี การแสดงเวลาโลก (world-time display) และฟลายอิงทูร์บิญอง (flying tourbillon)

BOVET ได้เอาชนะความท้าทายด้านกลไกของชุดเฟืองสามมิติ (three-dimensional gearing) ที่อยู่ภายใต้โดมโค้ง ทำให้มั่นใจในการจัดการแรงบิด (torque management) อย่างต่อเนื่องและความเที่ยงตรงในระยะยาว ซึ่งเป็นการผสมผสานที่แทบไม่เคยเห็นมาก่อนในนาฬิกาชั้นสูง (haute horlogerie)

Miss Audrey (ผู้ชนะ GPHG 2020 – สาขา Ladies’ Watch)

เรือนเวลานี้ได้รวมกลไกขนาดเล็กลงเข้ากับระบบ Amadéo® Convertible System ทำให้สามารถทำงานได้อย่างไม่มีที่ติในหลากหลายรูปแบบ BOVET แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมในระดับที่เล็กที่สุด พร้อมด้วยความคิดสร้างสรรค์อันล้นเหลือ หน้าปัดที่ลงแล็กเกอร์และมีลายกิโยเช่ (Guilloché) อันงดงาม รวมถึงความสามารถในการแปลงร่างจากนาฬิกาข้อมือให้เป็นนาฬิกาจี้สร้อยคอและนาฬิกาตั้งโต๊ะได้อย่างง่ายดาย

Miss Audrey “Bris de Verre”

Miss Audrey “Bris de Verre” คือผลงานชิ้นเอกที่น่าหลงใหล หน้าปัดอันโดดเด่นของรุ่น “Bris de Verre” (กระจกแตก) เปรียบเสมือนทุ่งหิมะที่เพิ่งตกใหม่ที่ยังไม่มีใครสัมผัส และกำลังส่องประกายระยิบระยับยามต้องแสงอาทิตย์ ความสว่างที่ละเอียดอ่อนนี้ถูกยกระดับขึ้นด้วยเพชรเจียระไนทรงหยดน้ำสี่เม็ดที่ทำหน้าที่เป็นหลักชั่วโมง

แต่ความมหัศจรรย์ที่แท้จริง อยู่ที่ขั้นตอนต่อไป ช่างแกะสลักใช้เครื่องมือที่เรียกว่า “องเกล็ต” (onglette) เพื่อสร้างรูปสามเหลี่ยมเล็ก ๆ นับพันชิ้นด้วยมือ ผ่านการเคลื่อนไหวของการแกะสลักหลายพันครั้ง เรือนเวลาอันยอดเยี่ยมนี้ถูกล้อมกรอบด้วยเพชรเจียระไนแบบ Brilliant-cut จำนวน 103 เม็ด บนตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 36 มม. ซึ่งมาพร้อมกับระบบ Amadéo® Convertible System

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
เมื่อนาฬิกาจักรกลท้าทายแรงโน้มถ่วง การร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง IWC Schaffhausen และ VAST เพื่อพิสูจน์ความน่าเชื่อถือในอวกาศ
Roger Dubuis กับความกล้าหาญในการใช้เทคนิคฝังเพชรแบบ Invisibility Setting เพื่อสร้างโลกแห่งเวทมนตร์
ดาวหางแห่งความทรงจำกับ Tissot PRX Grendizer 50th Anniversary Special Edition

Share post:

More like this

Nautilus กำลังจะครบ 50 ปี มาดูกันว่า Patek Philippe จะฉลองวาระนี้อย่างไร

เมื่อ Nautilus เดินทางมาถึงปีที่ 50 ในปี 2026 โจทย์ใหญ่ของ Thierry Stern ไม่ใช่แค่การออกนาฬิการุ่นใหม่ แต่คือการทวงคืนจิตวิญญาณของแบรนด์และการวางตำแหน่งหมากเกมนี้ให้เหนือกว่ากระแสวัฒนธรรมร่วมสมัย

ว่าด้วย ‘ทองคำ’ วัสดุล้ำค่าที่น่าปรารถนาตลอดกาลในอุตสาหกรรมนาฬิกา

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมนาฬิกาอย่างไรบ้าง ทองคำกับนาฬิกากลายเป็นวัสดุ perfect match ได้อย่างไร และทุกวันนี้วัสดุล้ำค่าชนิดนี้ถูกนำมาใช้ในแวดวงนาฬิกาในรูปแบบใดบ้าง เราจะมาค้นหาคำตอบไปด้วยกัน 

เจาะลึกเบื้องหลัง Bovet (โบเวต์)

ท่องโลกแห่งเรือนเวลาชั้นสูงกับ Bovet เยี่ยมชมโรงงาน BOVET manufacture ในทราเมอลัง และปราสาทโมติเยร์ สัมผัสเบื้องหลังการสร้างสรรค์สายใยจักรกรอกและงานสลักลายมือเปล่าที่หาดูได้ยากยิ่งในปัจจุบัน

กลไกทรงพลังที่ส่งมอบพลังงานสู่ความเที่ยงตรงสูงสุด

กลไกระดับตำนานแห่งอุตสาหกรรมนาฬิกาที่มอบทั้งความเที่ยงตรง และสำรองพลังงานได้ยาวนานเหลือเชื่อ มากกว่ารูปลักษณ์ที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันและเปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์แล้ว เบื้องหลังเรือนเวลาที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางย่อมต้องอาศัยกลไกขับเคลื่อนที่เป็นดั่งหัวใจที่ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวส่งมอบพลังงานไปยังองคาพยพต่างๆ ให้สอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ลองคิดดูว่า สำหรับนาฬิกาจักรกลที่ไม่ต้องพึ่งพาแบตเตอรี่ใดๆ ในการทำงาน สิ่งประดิษฐ์นี้ช่างน่าทึ่งไม่ต่างจากหัวใจของมนุษย์ที่สูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ และกลไกขับเคลื่อนเบื้องหลังเรือนเวลาเหล่านี้คือขุมพลังงานที่ทำให้ฟันเฟืองสำคัญแห่งอุตสาหกรรมนาฬิกายังคงดำเนินต่อไปได้อย่างเสถียรเที่ยงตรง Jaeger-LeCoultre...