Roger Dubuis กับความกล้าหาญในการใช้เทคนิคฝังเพชรแบบ Invisibility Setting เพื่อสร้างโลกแห่งเวทมนตร์

Date:

“ปราสาทคริสตัลที่มองไม่เห็น” Roger Dubuis และมนต์เสน่ห์แห่งการปกป้องที่ถูกสะกดไว้บนข้อมือ

การบรรจบกันของตำนานและกลไก

ในโลกของนาฬิกาหรู (Haute Horlogerie) สิ่งที่เราจ่ายเงินไปไม่ใช่แค่เพื่อเครื่องบอกเวลา แต่เรากำลังซื้อ เรื่องเล่า ที่ถูกบรรจุอยู่ในงานฝีมือชิ้นเอก และนาฬิการุ่น Excalibur Knights of the Round Table, The Enchanter Merlin ของ Roger Dubuis คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดของการรวมตำนานเข้ากับความซับซ้อนทางเทคนิค

ความยิ่งใหญ่ของคอลเลกชันนี้หาใช่จำนวนอัศวินจิ๋วบนหน้าปัด แต่เป็นการที่แบรนด์เลือกนำตำนานอาร์เธอร์มาตีความใหม่ด้วยงานฝีมือชั้นสูงอย่างตั้งใจ รุ่น “The Enchanter Merlin” นี้กลับเล่าเรื่องบทที่สองของพ่อมดเมอร์ลิน โดยให้ความสำคัญกับปราสาทคริสตัลที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปกป้อง Lady of the Lake ปราสาทนี้ถูกร่ายมนตร์ให้ล่องหนจากสายตาคนภายนอก และความพยายามที่จะสร้างภาพลวงตานี้บนหน้าปัดนาฬิกาคือสิ่งที่ดึงดูดใจฉันที่สุด

หน้าปัด ภูมิทัศน์แห่งความวิจิตร

ถ้ามองหน้าปัดเรือนนี้ ความรู้สึกที่ได้รับคือการมองเข้าไปในฉากสามมิติขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยรายละเอียด Roger Dubuis เริ่มต้นด้วยเพลตฐานพิงค์โกลด์ 18K แล้วบรรจุชิ้นส่วนทรงหกเหลี่ยม (Hexagonal) จำนวน 56 ชิ้น ลงไป ซึ่งชิ้นส่วนเหล่านี้สร้างสัญลักษณ์ที่สืบทอดมาจากรุ่นก่อนหน้า แต่ความโดดเด่นอยู่ที่การใช้วัสดุที่หลากหลายและมีระดับความสูงต่างกัน (ตั้งแต่ 0.2mm ถึง 3.7mm) วัสดุที่ใช้มีทั้ง แก้วสไตล์ Murano อีนาเมลสีขาว และทองโรเดียมเคลือบ ทั้งหมดนี้สร้างมิติที่ทำให้หน้าปัดดูเหมือนเป็นเมืองในฝันที่มีหอคอยระยิบระยับ

สิ่งที่จะทำให้หลายๆ คนอาจถึงกับตะลึงคือเทคนิค “การฝังแบบล่องหน” (Invisibility Setting) เป็นการนำเพชรทรงหกเหลี่ยมหายากมาฝังลงในร่องที่ซ่อนอยู่บนยอดเสาทองโรเดียม ทำให้เพชรดูราวกับลอยอยู่บนอากาศโดยไม่มีหนามเตยคอยยึด นี่คือหัวใจของเรื่องราว เพราะมันสื่อถึง “ภาพลวงตาแห่งทะเลสาบ” ที่ทำให้ปราสาทของ Lady of the Lake ล่องหนไปจากสายตาผู้คน นอกจากนี้ฐานหน้าปัดยังโรยด้วยผลึก Ruthenium (Crystalium®) ซึ่งเป็นโลหะตระกูลแพลทินัม ให้ความแวววาวสีขาวเงินคล้ายผงเพชร สร้างรูปลักษณ์ของทะเลสาบที่ส่องประกายยามต้องแสง

อัศวินผู้พิทักษ์ (The Vigilant Knights)

รอบๆ หน้าปัดมี 12 อัศวินยืนอยู่ด้วยอิริยาบถที่แตกต่างกัน ชิ้นส่วนเหล่านี้คือประติมากรรมย่อส่วนที่เต็มไปด้วยชีวิต แต่ละตัวแกะสลักด้วยมืออย่างพิถีพิถันจาก พิงค์โกลด์ 18K และมีความสูงเพียง 6mm ช่างแกะสลักใช้เวลาถึงสองถึงสามวันต่ออัศวินแต่ละตัว ความน่าสนใจของการออกแบบอยู่ที่หน้าต่างแซฟไฟร์ใต้ขอบตัวเรือน ซึ่งเปิดโอกาสให้เรามองเห็นรายละเอียดของอัศวินและเงาที่ทอดลงมาบน “ปราสาท” จากมุมมองด้านข้าง เป็นการเชื้อเชิญให้เจ้าของได้ชื่นชมงานฝีมือชิ้นนี้อย่างใกล้ชิดในทุกมิติ

กลไกและคำมั่นสัญญา

หัวใจของนาฬิกาคือกลไก Automatic Monobalancier RD821 ที่ประกอบด้วยชิ้นส่วน 172 ชิ้น กลไกนี้ได้รับการรับรอง Poinçon de Genève ซึ่งเป็นใบรับรองที่เข้มงวดที่สุดในอุตสาหกรรม การรับรองนี้ยืนยันว่าการตกแต่งส่วนประกอบแต่ละชิ้นนั้นต้องทำด้วยมือตามเกณฑ์ดั้งเดิมอย่างเคร่งครัด โดยมีการตกแต่งด้วยมือถึง 14 รูปแบบที่แตกต่างกันบนทุกชิ้นส่วน

ตัวเรือนพิงค์โกลด์ 45 mm มีการออกแบบที่ละเอียดอ่อนตรงส่วนครอบเม็ดมะยม (Crown Protector) ซึ่งทำเป็นรูปทรงคล้ายการ์ดดาบ อันเป็นสัญลักษณ์อ้างอิงถึงดาบที่ถูกดึงออกจากหินโดยกษัตริย์อาร์เธอร์ ส่วนฝาหลังของตัวเรือนเผยให้เห็นโรเตอร์ (Oscillating Weight) แบบ 360° ที่ออกแบบให้เหมือนหน้าต่างกระจกสีของปราสาทในยุคกลาง

สำหรับงานศิลปะชิ้นนี้ เราได้เห็นถึงการใช้เพชรหรือทองคำ ผ่านความทุ่มเทเพื่อปกป้อง (The power of devotion) ซึ่งเป็นแก่นเรื่องของเมอร์ลินที่สร้างปราสาทคริสตัลให้ Lady of the Lake ซึ่งทำให้สัมผัสถึงความพิเศษเฉพาะตัว เพราะรุ่นนี้ถูกผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 28 เรือนเท่านั้น การเป็นเจ้าของนาฬิกาเรือนนี้จึงหมายถึงการเข้าร่วม “สมาคมพิเศษ” (Exclusive Fellowship) ของผู้ที่ชื่นชมในความกล้าหาญ ความซื่อสัตย์ และความทะเยอทะยานในการสร้างสรรค์ บนฝาหลังของตัวเรือนยังคงมีการสลักคำพูดอันเป็นตำนานไว้ว่า

“Around this table, the bravest knights will gather as equals. They will set forth in search of adventure, righting wrongs, protecting the weak and humbling the proud.”

นาฬิกาเรือนนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า ตำนานไม่ได้ตายไปไหน แต่ถูกเก็บรักษาไว้ในรูปของงานฝีมือที่ละเอียดอ่อนที่สุด

แล้วคุณล่ะ หากคุณมีโอกาสได้ออกแบบนาฬิกาสักเรือนโดยใช้ตำนานเป็นแรงบันดาลใจ คุณจะเลือกตำนานเรื่องใดมาสร้างสรรค์ และจะนำเสนอ ‘จุดเด่น’ ของตำนานนั้นอย่างไรบนหน้าปัด?

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ชื่อรุ่น: Excalibur Knights of the Round Table, The Enchanter Merlin (RDDBEX1117) ลิมิเต็ด 28 เรือน
  • ตัวเรือน: พิงค์โกลด์ 18K ขนาด 45mm มีวงแหวนแซฟไฟร์ใต้ขอบตัวเรือน และฝาหลังแบบเปิด
  • หน้าปัด: อัศวิน 12 ท่านแกะสลักด้วยมือจากพิงค์โกลด์ วางล้อมบล็อกหกเหลี่ยม 56 ชิ้น (แก้ว Murano อีนาเมล ทองโรเดียม) พร้อมเทคนิคฝังเพชรแบบ “Invisibility Setting” และใช้ Crystalium®
  • ฟังก์ชัน: แสดง ชั่วโมง และ นาที
  • กลไก: Automatic Monobalancier RD821 (172 ชิ้น) พลังงานสำรอง 48Hours ได้รับการรับรอง Poinçon de Genève
  • สาย: สายหนังลูกวัว พร้อมระบบเปลี่ยนสายด่วน Quick Release System (QRS) และบัคเคิลพับสามทบ

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
เมื่อดีไซน์สุดไอคอนิกโคจรมาพบกับเรือนเวลาชั้นนำ “SEIKO PROSPEX PDM LIMITED EDITION”
Bangkok Watch Week 2025: Symposium ยกระดับกรุงเทพฯ สู่ “ศูนย์กลางบทสนทนาเรื่องเวลา” ของเอเชีย
เผยโฉม Hermès H08 เมื่อกาลเวลาผสานความพลิ้วไหวอย่างลงตัว

Share post:

More like this

ฉลอง 145 ปีแห่งตำนาน สัมผัสความสง่างามของสีม่วงเอโดะ ผ่าน 3 เรือนเวลารุ่นพิเศษจาก Seiko

ฉลองครบรอบ 145 ปีการก่อตั้งแบรนด์ด้วยคอลเลกชันพิเศษ "Edo Purple" นำเฉดสีม่วงเอโดะอันเป็นตำนานแห่งกรุงโตเกียวมารังสรรค์บน 3 เรือนเวลารุ่นยอดนิยม Prospex Alpinist, Presage Cocktail Time GMT และ 5 Sports SKX

คืนชีวิตให้กลไกในตำนาน กับ Singer Reimagined Heritage V72 เรือนเวลาที่หลอมรวมศิลปะการบูรณะและความคลาสสิกระดับไอคอน

Singer Reimagined เผยเรือนเวลารุ่นใหม่ Heritage V72 ชุบชีวิตกลไกโครโนกราฟไขคานในตำนานอย่าง Valjoux 72 แบบ NOS สู่ตัวเรือนขนาด 38.8 มม. ที่ผสานงานตกแต่งสุดประณีตเข้ากับจิตวิญญาณแห่งโลกมอเตอร์สปอร์ตคลาสสิก

สัมผัสความสดชื่นแห่งฤดูร้อน ผ่านประกายแสงตกกระทบบน 3 เรือนเวลาใหม่จาก Seiko Presage Cocktail Time

ต้อนรับฤดูร้อนด้วย 3 เรือนเวลาใหม่ล่าสุดจาก Seiko Presage Cocktail Time ‘Spring & Summer’ ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากสีสันยามต้องแสงไฟสปอร์ตไลต์ของค็อกเทล สู่หน้าปัด Crushed Ice อันสะกดสายตาบนข้อมือ

พาชม Vacheron Constantin Métiers d’Art Tribute to Great Civilisations ที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ผ่านหน้าปัดนาฬิกา 

Vacheron Constantin จับมือ Louvre Museum เปิดตัวเรือนเวลา Métiers d’Art Tribute to Great Civilisations ซีรีส์ใหม่ 4 รุ่น ถ่ายทอดความงามอารยธรรมโบราณผ่านเทคนิคแกะสลักหินจริงบนหน้าปัด จำกัดรุ่นละ 15 เรือน