EDIFICE EFK-100CD ครั้งแรกกับนาฬิกาจักรกลวัสดุฟอร์จด์ คาร์บอนจาก Casio 

Date:

พร้อมเปิดตัวอีกสามโมเดลกลไกจักรกลที่ผสานกลิ่นอายมอเตอร์สปอร์ตได้อย่างลงตัว

แต่ไหนแต่ไรมา Casio ประสบความสำเร็จในด้านนาฬิการะบบดิจิตัลมาโดยตลอด และเราเชื่อว่าหลายคนเริ่มต้นสนใจนาฬิกามาจากนาฬิกาดิจิตัลหน้าตาคล้ายเครื่องคิดเลขของ Casio จนกระทั่งต่อยอดมาสู่นาฬิกา G-Shock ที่ฮิตกันทั่วบ้านทั่วโมง (ถ้าคุณทันยุคที่คนทั้งโรงเรียนใส่ G-Shock คุณคือวัยรุ่นยุค 90s ของแท้) ทีนี้เพราะอะไร Casio ถึงหวนกลับมาผลิตนาฬิกากลไกจักรกลในไลน์ EDIFICE รุ่น EFK-100CD เรามาค้นหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน 

แรงบันดาลใจจากมอเตอร์สปอร์ต  

โดยส่วนใหญ่แล้วกลุ่มผลิตภัณฑ์ EDIFICE ของ Casio เน้นผลิตนาฬิกาโครโนกราฟทั้งในระบบดิจิตัลและอนาล็อกที่มีความแม่นยำสูงในการจับเวลา บนพื้นฐานของแนวคิด “ความเร็วและความชาญฉลาด” หลายรุ่นในไลน์นี้ได้แรงบันดาลใจจากกีฬามอเตอร์สปอร์ตอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น Nighttime Drive Series นาฬิกาโครโนกราฟขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ที่เกิดมาเพื่อตอบสนองการขับขี่ในยามค่ำคืน หรือ EDIFICE WINDFLOW ECB-2200 ที่ทำจากวัสดุคาร์บอนที่นิยมใช้ในรถแข่ง และยังมาพร้อมระบบที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนได้โดยตรง นวัตกรรมใหม่ๆ ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองชีวิตที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วทันใจในทุกนาที

ต้องบอกว่า EDIFICE EFK-100CD ยังคงโอบรับแรงบันดาลใจจากการประชันความเร็วมาอย่างไม่แตกแถว ด้วยการเลือกใช้วัสดุฟอร์จด์ คาร์บอน ที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณสมบัติด้านความแข็งแกร่ง สวนทางกับน้ำหนักที่เบา สวมใส่สบายเหลือเชื่อ ทั้งยังเป็นวัสดุที่ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับไฮเอ็นด์อย่างแพร่หลาย วัสดุดังกล่าวถูกนำมาใช้ในส่วนหน้าปัดและตัวเรือนขัดเงาที่ให้ลวดลายแตกต่างกันไปในแต่ละเรือน เนื่องด้วยวัสดุฟอร์จด์ คาร์บอน เป็นส่วนผสมของคาร์บอนไฟเบอร์และเรซิน ทำให้เกิดลวดลายจากการหลอมรวมกันที่ไม่อาจคาดเดาได้ในแต่ละชิ้นงาน ช่วยมอบความรู้สึกพิเศษเมื่อได้เป็นเจ้าของผลงานที่ไม่ซ้ำใคร

คืนสู่เสน่ห์ดั้งเดิมของนาฬิกาจักรกล

การหวนคืนสู่เสน่ห์ดั้งเดิมของศาสตร์แห่งการบอกเวลาสามารถดำเนินไปควบคู่ไปกับแนวคิดที่มุ่งเน้นความเร็วและความชาญฉลาดที่ทางแบรนด์ยึดถือได้อย่างไร เราคิดว่า โดยหัวใจของกีฬามอเตอร์สปอร์ตที่มาพร้อมความเร็วที่เกิดจากแรงขับเคลื่อนของเครื่องยนต์ที่ต้องอาศัยแบตเตอรี่และน้ำมันหล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆ แล้ว หลักการทำงานของกลไกนาฬิกาจักรกลที่ไม่อาศัยพลังงานจากแบตเตอรี่อาจแตกต่างกัน แต่การทำงานของชิ้นส่วนเฟืองจักรต่างๆ ที่สอดประสานเข้าด้วยกันอย่างพร้อมเพรียง การกักเก็บพลังงานเพื่อส่งต่อไปยังชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อความเสถียรเที่ยงตรง เมื่อเทียบกับความแม่นยำของการจับเวลาในระบบดิจิตัลแล้ว นี่คือความพยายามอย่างสูงสุดที่จะมุ่งหน้าสู่ความเป็นเลิศ ซึ่งสอดคล้องกับความพยายามยกระดับนวัตกรรมเพื่อตอบสนองวิถีชีวิตอันเร่งรีบ 

ทีนี้หลายคนคงคิดว่า นาฬิกาจักรกลเรือนแรกภายใต้ไลน์ EDIFICE จะมาในรูปแบบนาฬิกาโครโนกราฟ แต่อันที่จริงแล้ว EFK-100CD กลับมาในฟังก์ชันที่เรียบง่ายกว่าที่คิด โดยมาในรูปแบบนาฬิกาสามเข็มบอกชั่วโมง นาที และวินาที และมีหน้าต่างแสดงวันที่เพียงเท่านั้น นั่นเป็นเพราะความตั้งใจที่จะอวดวัสดุฟอร์จด์คาร์บอนให้อวดลวดลายอย่างเต็มพื้นที่หน้าปัดนั่นเอง

ส่วนกลไกจักรกลที่เป็นก้าวสำคัญของทางแบรนด์นั้นถูกอวดโฉมผ่านฝาหลังกรุกระจกใส ทำให้สามารถชื่นชมจังหวะการทำงานของกลไกจักรกลได้อย่างเต็มตา ซึ่งกลไกจักรกลลำดับแรกของ EDIFICE นั้นต้องบอกว่า ทรงพลังไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะสามารถสำรองพลังงานได้ถึง 40 ชั่วโมง เมื่อขึ้นลานจนสุด นับเป็นก้าวแรกในการพึ่งพาขุมพลังดั้งเดิมอันเป็นแก่นแท้ของนาฬิกาจักรกลได้อย่างน่าทึ่ง

หน้าปัดจำลองฟอร์จด์คาร์บอนสามตัวเลือก

และขอย้ำว่า เปิดตัวนาฬิกาจักรกลรุ่นแรกทั้งที EFK-100D ไม่ได้มาแบบโดดเดี่ยว แต่ยังพ่วงโมเดลอื่นๆ อีกสามเวอร์ชันด้วยกันให้เลือกใส่ตามสไตล์ที่โดนใจ มีตัวเลือกหน้าปัด Electroform จำลองวัสดุฟอร์จด์ คาร์บอน ที่ผ่านการขึ้นรูปด้วยไฟฟ้าที่เรียกว่า ‘แมนเดรล’ โดยโลหะจะถูกสะสมบนแมนเดรลผ่ำนกระบวนการอิเล็กโทรไลซิส ภายหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว แมนเดรลจะถูกนำออก ทำให้ได้ชิ้นงานโลหะที่มีความแม่นยำสูงและสามารถสร้างรูปทรงที่ซับซ้อนได้ กระบวนการดังกล่าวเป็นกระบวนการที่ใช้ในการออกแบบเครื่องประดับเป็นส่วนใหญ่ เพราะให้สีสันสดชัดและผลลัพธ์ที่มาตรฐานเท่ากันในทุกชิ้นงาน

โดยหน้าปัดจำลองวัสดุฟอร์จคาร์บอนนี้มีตัวเลือกหน้าปัดสีน้ำเงิน สีเขียว และสีขาว เพิ่มเติมจากรุ่นต้นแบบที่มาในหน้าปัดฟอร์จด์คาร์บอนสีดำ สำหรับหน้าปัด Electroform อาจจะไม่ได้มีลวดลายเฉพาะตัวเป็นหนึ่งเดียวในแต่ละเรือนเหมือนอย่างรุ่นหน้าปัดสีดำ แต่ทางเลือกสีสันที่ทาง EDIFICE จับคู่กับตัวเรือนสตีลขัดเงานั้นให้ความรู้สึกคลาสสิก สะอาดตา สุภาพแต่ยังคงสปิริตของนักแข่งที่ต้องการความเป็นเลิศ

ใครอยากเริ่มต้นเป็นเจ้าของนาฬิกาจักรกลสักเรือน EDIFICE รุ่น EFK-100CD น่าจะเป็นจุดสตาร์ทที่น่าสนใจ แล้วคุณจะหลงรักนาฬิกาจักรกลจนต้องมีเรือนต่อๆ ไปอย่างไม่ต้องสงสัย  

ข้อมูลทางเทคนิค

  • รหัส: EKF-100XPB/EKF-100CD
  • ตัวเรือน: ฟอร์จด์ คาร์บอน/สตีลขัดเงา
  • หน้าปัด: ฟอร์จด์ คาร์บอนสีดำ
  • กลไก: กลไกไขลานอัตโนมัติพร้อมระบบไขลานด้วยมือ สำรองพลังงานได้ 40 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชัน: บอกชั่วโมง นาที และวินาที พร้อมระบบแสดงวันที่ และระบบปรับเวลำแบบ hacking seconds
  • ความถี่: 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง

ข้อมูลทางเทคนิค

  • รหัส: EKF-100D-2A/EKF-100D-3A/EKF-100D-7A
  • ตัวเรือน: สตีลขัดเงา
  • หน้าปัด: Electroform สีเขียว สีน้ำเงิน และสีขาว
  • กลไก: กลไกไขลานอัตโนมัติพร้อมระบบไขลานด้วยมือ สำรองพลังงานได้ 40 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชัน: บอกชั่วโมง นาที และวินาที พร้อมระบบแสดงวันที่ และระบบปรับเวลาแบบ hacking seconds
  • ความถี่: 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ :

G-SHOCK x Charles Darwin Foundation นาฬิกาแห่งการอนุรักษ์ สู่แรงบันดาลใจจากกาลาปากอส

G-SHOCK ต่อยอดแคมเปญ “TOUGH LIKE YOU” เปิดตัว G-STEEL ซีรีส์ GBM-2100 ในเฉดสีใหม่

Smartwatch ศัตรูหรือเพื่อนร่วมทางของเรือนเวลา

Share post:

More like this

พาชมเรือนเวลาล่าสุดของ H. Moser & Cie. ในรุ่น Endeavour Flyback Chronograph Dual Time Date ซ่อนโครโนกราฟไว้ตรงไหน? 

วิเคราะห์ศาสตร์แห่งการตัดทอนของ H. Moser & Cie. ในรุ่น Endeavour Flyback Chronograph กับการปฏิวัติกลไก AgenGraphe สู่ร่างไขลานเพื่อซ่อน 3 ฟังก์ชันใหญ่ไว้บนแกนกลาง

พาชมเบื้องหลังความวิจิตรของ Jaeger-LeCoultre Reverso Hybris Artistica “Pegasus” กับงานสลักเสลามือกว่า 180 ชั่วโมง

วิเคราะห์เบื้องหลังการผสาน Gyrotourbillon เจนเนอเรชันที่ 4 เข้ากับงานแกะสลักนูนต่ำรอบตัวเรือนพิงก์โกลด์ ที่ใช้เวลาทำมือกว่า 180 ชั่วโมง ในเอดิชันจำกัดพิเศษเพียง 5 เรือนทั่วโลก

เมื่อความจัดจ้านของสตรีทแวร์ปะทะโครงสร้างล้ำยุค เจาะลึกวิสัยทัศน์เบื้องหลัง AP x AMBUSH ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอย่างไรนะ?

บทวิเคราะห์โครงสร้างกลไกและการตัดทอนสิ่งเร้าในนาฬิกาไทเทเนียมขนาด 38.5 มิลลิเมตร Audemars Piguet Royal Oak Concept Flying Tourbillon ที่ออกแบบร่วมกับ Yoon และ Verbal สองผู้ก่อตั้งแบรนด์ AMBUSH

เบื้องหลังความงามระดับหัตถศิลป์ของ Czapek Promenade Goutte de Rosée กับหน้าปัด Grand Feu Enamel สีเขียวที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก

เบื้องหลังความงามระดับหัตถศิลป์ของ Czapek Promenade Goutte de Rosée กับหน้าปัด Grand Feu Enamel สีเขียวบนฐานเงินแท้ ที่ยอมแบกรับอัตราคัดทิ้งสูงถึง 50% เพื่อมิติแสงหนึ่งเดียวในโลก