Girard-Perregaux เปิดตัว Calibre GP4800 กลไกอัตโนมัติ In-House ใหม่!

Date:

การเปิดตัว Calibre GP4800 นิยามใหม่แห่งศิลปะการสร้างกลไกจาก Girard-Perregaux

Girard-Perregaux (จิราร์ด-แพร์โกซ์) ผู้สืบทอดตำนานแห่ง ‘Integrated Manufacture’ ที่บ่มเพาะความสามารถในการรังสรรค์กลไกมาตั้งแต่ปี 1791 ได้เผยโฉมกลไกอัตโนมัติรุ่นล่าสุดที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานทั้งหมด (in-house) นั่นคือ Calibre GP4800 กลไกใหม่นี้เกิดจากแนวคิดที่ “เริ่มต้นจากศูนย์” (clean-slate approach) ปราศจากข้อจำกัดทางเทคนิคหรือการประนีประนอมเชิงสร้างสรรค์ใด ๆ จึงเป็นเหมือนบทสรุปของปรัชญาอันเป็นหัวใจของแบรนด์ นั่นก็คือการหลอมรวมดีไซน์และประสิทธิภาพเข้ากับนวัตกรรมและมรดกอย่างลงตัว

Calibre GP4800 Girard-Perregaux

การถือกำเนิดของกลไกสำหรับวันนี้และอนาคต

ด้วยความตระหนักถึงแนวโน้มที่ผู้คนให้ความสนใจในนาฬิกาตัวเรือนขนาดเล็กลง Girard-Perregaux จึงได้สร้างสรรค์ Calibre GP4800 ให้เป็นกลไกขนาดกะทัดรัด โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 25.60 มม. (111/2′′′) และความหนาเพียง 4.28 มม. สิ่งที่น่าทึ่งคือแม้จะมีขนาดเล็ก แต่ Calibre GP4800 ก็บรรจุการปรับแต่งทางเทคนิคมากมายที่มอบความเที่ยงตรง ความน่าเชื่อถือ และความงดงาม ยิ่งไปกว่านั้น การออกแบบพื้นฐานของกลไกนี้ยังถูกวางแผนมาอย่างดี เพื่อให้สามารถผสานรวมกับกลไกแสดงฟังก์ชันอื่น ๆ (additional complications) ในอนาคตได้อีกด้วย

Calibre GP4800 Girard-Perregaux

นวัตกรรมเพื่อประสิทธิภาพที่ยั่งยืน

หัวใจสำคัญของความเที่ยงตรงใน GP4800 ก็คือชุดควบคุมจังหวะซิลิเซียม (Silicium Escapement) วัสดุซิลิเซียมถูกนำมาใช้กับล้อจักรหนีศูนย์ (escape wheel) ก้านเกี่ยว (pallet lever) และลูกกลิ้ง (roller) ซิลิเซียมเป็นที่ทราบกันดีว่ามีคุณสมบัติที่เหนือกว่าสำหรับการผลิตนาฬิกาที่มีความเที่ยงตรงสูง เนื่องจากมีความเรียบเนียนเป็นพิเศษ ไม่เป็นแม่เหล็ก และทนทานต่อการสึกหรออย่างสูง ความแข็งและค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำของมัน ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและอายุการใช้งานของกลไกได้อย่างมีนัยสำคัญ

การควบคุมอัตราการเดินของนาฬิกาถูกยกระดับไปอีกขั้นด้วย ชุดปรับความเฉื่อยแบบปรับค่าได้ (Variable-Inertia Balance) แตกต่างจากนาฬิกาทั่วไปที่ปรับความเร็วด้วยการเปลี่ยนความยาวของสปริง (raquette) กลไกนี้จะคงความยาวของสปริงจักรไว้คงที่ แต่จะปรับอัตราการเดินโดยการปรับสกรูทองคำขาวสี่ตัวที่ติดตั้งอยู่บนขอบของวงล้อจักรแทน วิธีนี้ช่วยให้สามารถตั้งค่าอัตราการเดินได้อย่างเที่ยงตรงและแม่นยำยิ่งกว่า นอกจากนี้ GP4800 ยังติดตั้ง ระบบหยุดเข็มวินาที (stop-seconds function) เพื่อให้ผู้สวมใส่สามารถตั้งเวลาได้อย่างแม่นยำ

เพื่อเสริมเสถียรภาพและลดผลกระทบจากแรงกระแทก กลไกนี้มาพร้อมกับกระปุกลานที่ทรงพลังซึ่งให้แรงบิดสูง และวงล้อจักรกลอกที่มีความเฉื่อยถึง 8 มก. ต่อซม. การเพิ่มขึ้นของแรงบิดนี้ช่วยเพิ่มเสถียรภาพของกลไกและยกระดับความเที่ยงตรง ผลลัพธ์รวมของการพัฒนาเหล่านี้ ทำให้ Calibre GP4800 สามารถมอบกำลังลานสำรองขั้นต่ำ 55 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงที่สำคัญเพื่อความสะดวกในการใช้งานของผู้สวมใส่

ความงามแห่งสถาปัตยกรรมและมรดก

แม้จะเป็นกลไกรุ่นใหม่ แต่ Calibre GP4800 ก็ยังคงรักษาองค์ประกอบการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกอันรุ่มรวยของแบรนด์ ภายใต้มวลแกว่ง (oscillating mass) แบบเปลือยที่ทำจากทอง 18K นั้น มีสะพานสามชิ้นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกาพกอันเป็นเอกลักษณ์ในปี 1867 สะพานเหล่านี้ ซึ่งประกอบด้วยสะพานจักรกลอก สะพานชุดเฟือง และสะพานกระปุกลาน ที่นอกจากจะมีหน้าที่ในการทำงานของกลไก ยังเป็นผลงานสถาปัตยกรรมที่งดงาม

ความสมมาตรเป็นหลักการสำคัญที่นำมาใช้ในการออกแบบกลไกนี้ ซึ่งเป็นปรัชญาที่ Constant Girard รักและยึดถือ สะพานจักรกลอกถูกออกแบบให้เป็นแบบเปลือยและยึดติดที่สองจุดเพื่อเพิ่มความเสถียร การออกแบบที่เปิดเผยนี้ทำให้สามารถมองเห็นวงล้อจักรกลอกที่หมุนไปมา สปริงจักรที่เต้นด้วยชีวิตชีวา และชุดควบคุมจังหวะซิลิเซียมที่กำลังเคลื่อนไหว

ความประณีตของการตกแต่งชั้นสูง (Haute Horlogerie)

แบรนด์ตอกย้ำความมุ่งมั่นในความเป็นเลิศด้วยการตกแต่งที่แตกต่างกันถึงสิบรูปแบบบน Calibre GP4800 สะพานที่เคลือบโรเดียม (rhodium-plated) ถูกสลักด้วยข้อความสีทอง รวมถึงตราสัญลักษณ์นกอินทรีพร้อมด้วยลาย Côtes de Genève แบบตรง 

ขอบที่เจียระไนด้วยเพชร (diamond-bevelled edges) และหัวสกรูที่ขัดเงาแบบกระจก ส่วนที่มองเห็นได้ของแผ่นหลัก (mainplate) ถูกขัดแต่งด้วยพื้นผิว sandblasted ที่ละเอียดอ่อน ขณะที่แม้แต่พื้นผิวที่ซ่อนอยู่ เช่น ด้านล่างของแผ่นหลัก ก็ยังถูกประดับด้วยลาย circular graining สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดอย่างลึกซึ้ง มวลแกว่งมีการขัดเงาเป็นรูปทรงลูกศร (arrow-shaped) ซึ่งเป็นการรำลึกถึงสะพานดั้งเดิมในปี 1867 การผสมผสานของเทคนิคการตกแต่งแบบดั้งเดิมและสมัยใหม่นี้เอง ที่ทำให้ Calibre GP4800 ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จทางกลไก แต่ยังเป็นการแสดงออกทางสายตาและอารมณ์ของ DNA ของแบรนด์อย่างแท้จริง

เรียกได้ว่า Calibre GP4800 จึงเป็นบทสรุปของความรู้ความเชี่ยวชาญที่หล่อหลอมมานานกว่าสองศตวรรษ เป็นกลไกเจเนอเรชันใหม่ที่สะท้อนทั้งมรดกและจิตวิญญาณที่ก้าวไปข้างหน้าของแบรนด์ และพร้อมจะขับเคลื่อนเรือนเวลาอันน่าตื่นเต้นอีกมากมายในอนาคต

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Exclusive Interview: H. Moser & Cie. กับ Mr. Bertrand Meylan
Protected: EDIFICE EFK-100CD ครั้งแรกกับนาฬิกาจักรกลวัสดุฟอร์จด์ คาร์บอนจาก Casio 
H. Moser & Cie. สร้างนิยามใหม่ให้วงการนาฬิกาด้วย 3 คอลเลกชันล่าสุด ที่ผสานความสง่างามเข้ากับนวัตกรรมและงานศิลปะ

Share post:

More like this

นาฬิกาพกกำลังกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง แต่เราเคยเห็นปรากฏการณ์เช่นนี้มาก่อนแล้วไม่ใช่หรือ?

คำแนะนำของเราคือ จงโอบรับกระแสนี้ในฐานะการชื่นชมศาสตร์แห่งเรือนเวลา มากกว่าการตามแฟชั่น เพราะเสน่ห์ที่แท้จริงของนาฬิกาพกอยู่ที่คุณค่าทางประวัติศาสตร์ งานช่างฝีมือ และความซับซ้อนทางกลไกอันน่าทึ่ง WORDS: Nick Scott นาฬิกาพก แผ่นเสียงไวนิล เครื่องพิมพ์ดีด...

ทำความรู้จักนาฬิกาจาก 6 Microbrand ที่สร้างแบรนด์โดยไม่พึ่งพามรดกเชิงประวัติศาสตร์

เมื่อไม่มีมรดกเป็นแต้มต่อ นาฬิกา Microbrand จะสร้างตัวตนและความหมายของตัวเองขึ้นมาได้อย่างไร บทความนี้จะพาไปรู้จักกับ 6 Microbrand ที่สร้างตัวตนจากวิสัยทัศน์ของนักออกแบบ งานฝีมือแบบดั้งเดิม อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม...

The Vintage Renaissance: เมื่อ ‘อดีต’ คือการปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกนาฬิกา

เมื่อแบรนด์นาฬิกาแข่งกันว่าใครจะสามารถ ‘เล่าเรื่องอดีต’ ได้ร่วมสมัยที่สุด  Words: Chanist Prasertburanakul เมื่อเราก้าวเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ 2020 โลกนาฬิกาได้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ‘Reverse...

นาฬิกา collaboration การหลอมรวมนวัตกรรมและงานคราฟต์แมนชิพชั้นยอดที่แสดงถึงความแน่นแฟ้นในอุตสาหกรรมนาฬิกา

ไม่ใช่แค่เทคนิคทางการตลาด แต่เป็นการประกาศถึงสายสัมพันธ์ในวงการนาฬิกาอันแข็งแกร่งและยั่งยืน สำหรับวงการนาฬิกาชั้นสูงการสร้างสรรค์ผลงานความร่วมมือไม่ได้เกิดขึ้นง่ายดายนัก และการจับมือแต่ละครั้งไม่ใช่เพียงแค่หวังผลในเชิงตัวเลขรายรับเข้าบริษัทที่ทะยานสูงขึ้น แต่การที่เมซงที่มีความชำนาญในศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่งอย่างสูง เลือกจับมือกับอีกเมซงที่มีความเชี่ยวชาญอีกด้าน ย่อมเป็นการรวมพลังครั้งยิ่งใหญ่ในการสร้างสรรค์ผลงานเรือนเวลาที่มากกว่าการหวังผลทางการตลาด แต่มันเป็นการประกาศถึงสายสัมพันธ์ในวงการนาฬิกาที่แข็งแกร่งและยั่งยืน รวมถึงความเป็นไปได้ในโลกแห่งเรือนเวลาจักรกลที่พยายามรักษาสมดุลระหว่างการดำรงไว้ซึ่งขนบดั้งเดิม และการโอบรับนวัตกรรมใหม่ๆ...