บทสนทนาระหว่าง Revolution Thailand กับ Martin Frei ผู้ร่วมก่อตั้ง URWERK

ทุกครั้งที่ได้เห็นเรือนเวลาหน้าตาราวกับยานอวกาศ ที่สามารถพาเราท่องไปทั้งในโลกแห่งอดีตและอนาคตได้อย่างน่าอัศจรรย์ เรารู้สึกทั้งตื่นตะลึงและทึ่งไปกับสิ่งประดิษฐ์บนข้อมือที่ทำหน้าที่เกินหน้าการเป็นเครื่องบอกเวลา เพราะนวัตกรรมเรือนเวลาของ URWERK คือ ผลการทดลองของนักวิทยาศาสตร์ที่หมกมุ่นและทุ่มเทในสิ่งที่เขาคลั่งไคล้อย่างที่สุด
บทสนทนาของ Revolution Thailand กับ Martin Frei หนึ่งในผู้ก่อตั้ง URWERK แบรนด์นาฬิกาที่รวบทั้งระบบสุริยะมาใส่ไว้บนข้อมือของคุณก็ย่อมให้ความรู้สึกน่าตื่นเต้นไม่ต่างกันนัก เพราะนอกเหนือจากการได้ทำความรู้จักกับผลงานของนักออกแบบนาฬิกาสุดล้ำแล้ว เรายังรู้สึกเหมือนกำลังท่องไปในโลกของ URWERK ที่จะว่าไปก็เหมือนกับได้แอบแง้มประตูมองลอดเข้าไปในห้องนอนของเด็กหนุ่มที่ทุกพื้นที่เต็มไปด้วยสิ่งที่เขาสนใจ และดูดซับแรงบันดาลใจมาจนกลายเป็นผู้ใหญ่สุดคูล ไม่ว่าจะเป็น โปสเตอร์หนังไซไฟยุค 80s ที่เขาชื่นชอบ หนังเกี่ยวกับสัตว์โลกล้านปีที่เขาสนใจใคร่รู้ ไหนจะกล้องและแผนที่ดูดาวงานอดิเรกในยามค่ำคืนของเขาอีกล่ะ
นั่นเป็นสิ่งที่เราสันนิษฐานขึ้นจากผลงานสร้างสรรค์ของเขา แต่องค์ประกอบแท้จริงที่หล่อหลอมให้หัวเรือใหญ่ด้านการดีไซน์และผู้ร่วมก่อตั้ง URWERK ค่อยๆ ซึมซับความสนใจด้านเครื่องจักรกลควบคู่ไปกับศิลปะคงมาจากการเติบโตมาในครอบครัวที่มีคุณพ่อเป็นวิศวกร ส่วนคุณแม่นั้น Frei ยกให้เป็นคุณครูสอนศิลปะคนแรกของเขา ทำให้เขาตัดสินใจเลือกศึกษาในสาขากราฟิกดีไซน์ที่ School of Visual Arts of Zurich ก่อนจะไปศึกษาต่อยอดด้านศิลปะในระดับปริญญาตรีที่ Hochschule für Gestaltung und Kunst ที่ซึ่งเขาได้พบอาจารย์คนสำคัญในชีวิต Roman Signer ศิลปินชาวสวิสผู้มีชื่อเสียงในด้านงานศิลปะร่วมสมัยหลากหลายแขนง

จนกระทั่งได้มาพบกับ Felix Baumgartner คู่หูผู้ก่อตั้งแบรนด์นาฬิการ่วมกันในปี 1995 เมื่ออีกคนชื่นชอบด้านการคิดค้นมาตรวัดค่าเวลา อีกคนมีมุมมองสร้างสรรค์ที่กว้างไกล ทำให้แนวทางในการก่อตั้งแบรนด์ URWERK ชัดเจนมาตั้งแต่แรกเริ่มว่า นาฬิกาของพวกเขาจะต้องรักษาขนบดั้งเดิมแต่ในขณะเดียวกับก็ยังสามารถใส่แนวคิดล้ำสมัยผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน
จากจุดเริ่มต้นเมื่อปี 1997 จนถึงปี 2025 นับเป็นบทพิสูจน์ว่า วิสัยทัศน์ของพวกเขาเฉียบคมไม่น้อย เพราะสาวกนาฬิกาตัวจริงย่อมปรารถนาอยากครอบครองเรือนเวลาที่เกิดจากมันสมองของสองผู้ก่อตั้ง URWERK ไม่ใช่แค่เพราะ รูปลักษณ์ของแต่ละเรือนดู “คูล” สุดขั้ว แต่เรื่องราวเบื้องหลังยังน่าสนใจไม่แพ้กัน
URWERK ได้เดินทางท่องโลกอุตสาหกรรมนาฬิกามากว่า 27 ปีแล้ว ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์สุดยอดเรือนเวลา ผลงานสร้างสรรค์ชิ้นไหนถือเป็นผลงานที่จับใจคุณมากที่สุดภายในตลอดสามทศวรรษนี้
อืม…มันยากมากที่จะให้ตัดสินใจเลือกแค่ชิ้นเดียว – จะให้เลือกเป็นผลงานแรกที่เราผลิตขึ้น ผลงานชิ้นล่าสุด หรือบางทีอาจจะเป็นผลงานที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการผลิตดีล่ะ? ผลงานแต่ละชิ้นล้วนมีพื้นที่พิเศษในชีวิตของผม พวกมันคือเงาสะท้อนของแต่ละบทแต่ละตอนของการเดินทางตลอดชีวิต แต่ถ้าให้ผมเลือกมาสักชิ้นหนึ่งคงต้องเป็น UR-112 ณ ตอนนี้มันเป็นรุ่นที่เท่ที่สุดในกลุ่มพวกเราแล้ว

ตลอดชีวิตการทำงานในวงการนาฬิกามาเกือบ 30 ปี คุณคิดว่า อะไรคือปัจจัยที่ทำให้นาฬิกาสักเรือนหนึ่งสามารถดึงดูดใจนักสะสมนาฬิกาตัวจริงได้
แก่นแท้ของนาฬิกาเรือนนั้นต้องเป็นเสมือนการทดลองสิ่งใหม่ – เกิดจากการตั้งคำถาม ความกระหายใคร่รู้ แล้วเมื่อมันถูกสร้างขึ้นเพื่อตัวของมันเองด้วยข้อความที่จริงใจในการสื่อสารผ่านดีไซน์ของมัน แค่นั้นก็มีเหตุผลเพียงพอแล้ว มันสามารถสื่อสารได้ด้วยตัวของมันเอง นั่นทำให้มันกลายเป็นสิ่งที่ยากจะลืมเลือนได้
ผลงานชิ้นล่าสุดของคุณ UR-101 “T-Rex” ได้เพิ่มสมาชิกใหม่เข้าไปในตระกูล Urwerk คุณมีความผูกพันส่วนตัวอย่างไรกับตำนานแห่งสิ่งมีชีวิตก่อนประวัติศาสตร์นี้
จะว่าไปมันค่อนข้างซับซ้อนเหมือนกันนะครับ ด้วยตัวทีเร็กซ์ที่เราตีความผ่านเทคนิค guilloché แบบดั้งเดิม ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะถูกซ่อนอยู่ภายใต้กระจกคริสตัล คราวนี้เรานำพื้นผิวชนิดนี้ขึ้นมาอยู่บนผิวภายนอก – ด้วยตัวเรือนก็เหมือนเป็นการเชิญชวนให้สัมผัสแล้ว ในส่วนของลวดลายยังย้ำเตือนให้ผมนึกถึงผิวของไดโนเสาร์ และในภาษาเยอรมันเราเรียกสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ว่า “Urtier” หรือ “สัตว์ร้ายยุคปฐมกาล” นั่นเป็นสิ่งที่ทรงพลัง นอกจากนี้ไดโนเสาร์ทีเร็กซ์ยังเคยมีชีวิตอยู่บนโลกนี้เมื่อ 68 ล้านปีก่อน — นับเป็นตัวเลขที่ทำให้อายุขัยของมนุษย์เราฟังดูช่างน้อยนิดเสียเหลือเกิน มันย้ำเตือนเราให้ตระหนักว่า ในขณะที่นาฬิกาทำหน้าที่บอกเวลา ณ ปัจจุบัน ในขณะเดียวกันเวลาเองนั้นก็คือความเก่าแก่ที่ดำเนินมาตั้งแต่ยุคโบราณ


เราชื่นชมที่คุณนำแนวคิดเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และระบบสุริยะมาถ่ายทอดผ่านระบบแซตเทิลไลต์และการแสดงค่าเวลาแบบ wandering hour ในผลงานของ URWERK ตั้งแต่คุณเริ่มพัฒนาแนวคิดนี้มาผลงานชิ้นไหนถือเป็นความท้าทายที่สุด
ถ้าหากพูดถึงในเชิงเทคนิคแล้ว กลไกระบบแซตเทิลไลต์ของ UR-112 ต้องทุ่มเทเวลาและพละกำลังอย่างมหาศาล – นับเป็นความสำเร็จอย่างแท้จริงของช่างนาฬิกาของเรา แต่นับจากนั้นมีโมเดลอื่นๆ อย่าง UR-100 LS ซึ่งความท้าทายมีมาตั้งแต่แนวคิดตั้งต้น ไอเดียที่ท้าทายให้เราจินตนาการถึงการเดินทางด้วยความเร็วแสงไปยังอีกสุดขอบนอกของระบบสุริยะจักรวาล
ผลงาน Spacetime Blade นั้นน่าทึ่งอย่างยิ่ง มีความเป็นไปได้ไหมที่เราคาดหวังไว้ว่า จะได้เห็นโปรเจ็กต์ที่ลือลั่นสะเทือนวงการอีกครั้งในอนาคตอันใกล้นี้
ผมเปิดรับการผลักดันให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ เสมอ และใช่ครับ เรากำลังพัฒนาอยู่ ณ ขณะนี้ รอติดตามให้ดีนะครับ

เราได้ยินมาว่า คุณหลงใหลในการเดินทางมาก และอินเดียคือประเทศที่คุณชื่นชอบเป็นพิเศษ ยังมีประเทศอื่นอีกไหมที่ติดอันดับต้นๆ ในลิสต์ของคุณ
แน่นอนครับ ยังมีอีกหลายประเทศที่ผมยังฝันอยากไปสำรวจ แม้แต่ในประเทศที่ผมเคยไปเยือนแล้วก็ตาม แต่ยังคงมีสิ่งอื่นๆ ให้ค้นพบอยู่เสมอ ยกตัวอย่างเช่น ผมได้เดินทางไปยังประเทศไทยพร้อมกับครอบครัว และนอกเหนือจากความอุดมสมบูรณ์ที่ได้พบเจอระหว่างการเดินทางครั้งนั้น ผมรู้ดีว่า ผมยังได้สัมผัสแค่พื้นผิวเศษเสี้ยวเดียวของประเทศไทยเท่านั้นเอง
ถ้าหากคุณสามารถเดินทางย้อนอดีตได้ คุณอยากเดินทางไปพบช่างทำนาฬิกาหรือดีไซเนอร์คนไหนมากที่สุด
โอ้…มีหลายคนเลยครับ… ผมอยากพบ Phidias ประติมากรยุคกรีก Michelangelo ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคเรอเนสซองค์ Leonardo da Vinci อีกหนึ่งอัจฉริยะบุคคลแห่งยุคเรอเนสซองค์ Galileo Galilei นักดาราศาสตร์ระดับตำนาน the Campani brothers สองพี่น้องนักบวชผู้เชี่ยวชาญในการประดิษฐ์นาฬิกา และถ้าจะให้เป็นยุคใกล้ปัจจุบันกว่านั้นหน่อย คงต้องเป็น Eileen Gray สถาปนิกและอินทีเรียดีไซเนอร์หญิงชาวไอริช Lina Bo Bardi สถาปนิกหญิงชาวอิตาเลียน Jean Prouvé สถาปนิกและดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศส H.R. Giger จิตรกรและนักออกแบบชาวสวิส ผู้สร้างชื่อจากการออกแบบสัตว์ประหลาดต่างดาวในภาพยนตร์เรื่อง ‘Alien’ Tom Ford แฟชั่นดีไซเนอร์ชาวอเมริกัน และอีกหลายต่อหลายคนเลยครับ
ถ้าหาก URWERK มีโอกาสได้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานกับศิลปินระดับโลกสักคนหนึ่ง ชื่อไหนจะติดอยู่บนอันดับต้นๆ ในลิสต์ของคุณ
ถ้าได้สร้างสรรค์ผลงานร่วมกับ James Turrell ศิลปินชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียงจากการสร้างสรรค์งานศิลปะว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่และแสง คงจะเหมือนฝันที่เป็นจริงเลยครับ
กลุ่มนักสะสมนาฬิกาในเอเชีย โดยเฉพาะในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ คุณเคยสังเกตเห็นคุณสมบัติที่แตกต่างเฉพาะตัวภายในกลุ่มนักสะสมนาฬิกาชาวเอเชียบ้างไหม
ใช่ครับ นักสะสมชาวเอเชียมีความช่ำชองเรื่องนาฬิกาอย่างเหลือเชื่อ พวกเขาไม่เพียงแต่มีความรู้เชิงลึกในศาสตร์แห่งนาฬิกาเท่านั้น แต่ยังเป็นเหมือนคนในกลุ่มสังคมเดียวกัน ผมสนุกกับการได้ดินเนอร์กับพวกเขาภายในงานเลี้ยงของ URWERK ในภูมิภาคนี้ – แน่นอนอยู่แล้วว่า เราต้องคุยกันเรื่องนาฬิกา และเรื่องอื่นๆ ที่เรามีความสนใจตรงกัน
ตามทัศนะส่วนตัวของคุณ อนาคตของวงการนาฬิกาจักรกลชั้นสูงจะเป็นอย่างไร
การคาดเดาอนาคตนั้นมักจะเป็นเรื่องซับซ้อน – โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ไม่อาจคาดเดาได้ ลองคิดดูถึงสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายอย่างวิกฤตการณ์โควิดฯ ที่เข้ามาจัดระบบระเบียบทุกสิ่งใหม่ นั่นหมายความว่า
“ความงดงามของอนาคต คือ การที่มันยังไม่มีตัวตน ยังไม่ได้ถูกขีดเขียนขึ้น และท่ามกลางสภาวะนั้นมันแสดงถึงศักยภาพของสิ่งที่สดใหม่อย่างแท้จริง”
Martin Frei – Chief Designer/Co-founder of URWERK
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:
เส้นทางแห่งความฝันของ Angelo Bonati ซีอีโอ Panerai กับบทสัมภาษณ์สุดท้ายที่สะเทือนวงการ

