Siam Paragon และ Fondation de la Haute Horlogerie (FHH) กับเป้าหมายร่วมกันในการวางรากฐานวัฒนธรรมนาฬิกาให้แข็งแกร่งผ่านอีเวนต์นาฬิกาสุดยิ่งใหญ่แห่งกรุงเทพฯ

เปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ Bangkok Watch Week 2026 เทศกาลนาฬิกาที่รวมตัวคนรักนาฬิกาในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไว้ได้มากที่สุด ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่สองแล้วหลังจากประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในการจัดครั้งแรก ในการจัดงานขึ้นเป็นครั้งที่สองนี้เกิดจากความเชื่อมั่นในกระแสตอบรับอันดีเยี่ยมของเหล่าคนรักนาฬิกาในประเทศไทย และในครั้งนี้หนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนวัฒนธรรมนาฬิกาของ Siam Paragon ศูนย์รวมสินค้าลักซ์ชัวรีแห่งประเทศไทย คือ การร่วมมือกับ Fondation de la Haute Horlogerie (FHH)องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มีเป้าหมายหลักในการให้ความรู้เกี่ยวกับศาสตร์แห่งการผลิตนาฬิกา และสนับสนุนให้วัฒนธรรมนี้เติบโตในวงกว้างอย่างยั่งยืน ที่บินตรงจากกรุงเจนีวามาเข้าร่วม Symposium และยังนำ FHH Academy มาแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับนาฬิกาให้ชาวไทยได้มีโอกาสเข้าถึงกิจกรรมของ FHH อย่างใกล้ชิด
ภายหลังจากลงเวที Opening Symposium ทาง Revolution Thailand และสื่อมวลชนไทยและต่างประเทศได้ร่วมสนทนากับสองผู้บริหารหญิงแรงขับเคลื่อนสำคัญของงานนี้ ธณพร ตันติยานนท์ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน และ Aurélie Streit รองประธาน Fondation de la Haute Horlogerie (FHH) และนี่คือบทสรุปวิสัยทัศน์ของสองผู้นำที่ช่วยวางรากฐานและยกระดับวัฒนธรรมนาฬิกา ผ่านงานเทศกาลนาฬิกาครั้งสำคัญอย่าง Bangkok Watch Week 2026
จุดเริ่มต้นและการตอบรับจากการจัดงานครั้งแรก
บทสนทนาเริ่มต้นด้วยการตอบคำถามสื่อมวลชนต่างประเทศที่ตัดสินใจเข้าร่วมงาน Bangkok Watch Week เป็นครั้งแรกในปีนี้ โดยผู้บริหาร Siam Paragon ได้เผยถึงที่มาของงาน Bangkok Watch Week ที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปีที่ผ่านมาโดยทาง Siam Paragon เป็นผู้ริเริ่มจัดงานนี้ขึ้น เพื่อตอบรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมลักซ์ชัวรีที่กำลังให้ความสำคัญกับการมอบประสบการณ์และการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค มากกว่าการซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียว

“หลังสถานการณ์โควิด-19 เราได้เห็นการชะลอตัวของตลาดลักซ์ชัวรีโดยรวม แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ยังเห็นว่าอุตสาหกรรมนาฬิกายังคงเป็นอุตสาหกรรมที่มีความยั่งยืน และยังมีเรื่องราวมากมายที่สามารถถ่ายทอดออกมาได้ อุตสาหกรรมนาฬิกายังคงดำเนินไปได้อย่างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับสินค้าลักซ์ชัวรีประเภทอื่นๆ ด้วยเหตุนี้ เราจึงพยายามสร้างบางสิ่งที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนาฬิกาขึ้นมา และสิ่งที่เรามองว่าสำคัญอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมนี้ก็คือ ‘คอมมูนิตี้’ หรือชุมชนของคนรักนาฬิกา เพราะนาฬิกาเป็นสิ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก อุตสาหกรรมนี้เป็นอุตสาหกรรมที่มีความพิเศษ เพราะสามารถเชื่อมโยงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลากหลายกลุ่มเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นนักสะสม แบรนด์ ผู้ที่เพิ่งเริ่มสนใจนาฬิกา สื่อมวลชน ตลอดจนผู้ที่หลงใหลในนาฬิกาจากทั่วทุกมุมโลก”
ความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจของอุตสาหกรรมนาฬิกาหรูยังสะท้อนผ่านการเพิ่มขึ้นของนักสะสมผู้หญิง ขณะเดียวกัน คนรุ่นใหม่ก็เข้ามามีบทบาทในวงการสะสมมากขึ้น และมีความสนใจในนาฬิกาหลากหลายรูปแบบ ทั้งนาฬิกาวินเทจและนาฬิกาที่เดิมมักถูกมองว่าเป็นนาฬิกาสำหรับผู้ชาย แต่ในทุกวันนี้เส้นแบ่งดังกล่าวเริ่มเลือนรางลง
“ปัจจุบันผู้หญิงกำลังกลายเป็นกลุ่มนักสะสมที่มีบทบาทเพิ่มมากขึ้น และเริ่มให้ความสนใจในศาสตร์แห่งการผลิตนาฬิกามากขึ้นด้วย เมื่อปีที่แล้ว เรามีนักสะสมนาฬิกาผู้หญิงอย่าง @ticktockbelles มาร่วมงาน และในปีนี้เธอก็พาคอมมูนิตี้ทั้งหมดของเธอมาร่วมงานด้วย โดยมีสมาชิกจากคอมมูนิตี้เดินทางมาจากต่างประเทศ รวมแล้วประมาณ 30 คน ซึ่งเป็นนักสะสมนาฬิกาผู้หญิงทั้งหมด และหากคุณได้มาร่วมงานตลอดระยะเวลา 6 วัน คุณจะได้พบกับนักสะสมนาฬิกาผู้หญิงจำนวนมากที่เดินทางมาร่วมงาน Bangkok Watch Week ในครั้งนี้”
ต่อยอดความสำเร็จ
ความสำเร็จเกินความคาดหมาย ของงาน Bangkok Watch Week ครั้งแรก สามารถพิสูจน์ได้จากยอดขายนาฬิกาที่ทะยานสูงขึ้น รวมถึงยังสามารถดึงดูดผู้บริหารระดับสูงจากแบรนด์นาฬิการะดับโลก ทั้ง CEO ผู้ก่อตั้งแบรนด์ และนักสะสมจากทั่วเอเชียให้มารวมตัวกันที่กรุงเทพฯ อีกทั้งเครือข่ายและฐานข้อมูลลูกค้ากลุ่ม High-Net-Worth Individuals (HNWIs) ของ Siam Paragon ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 70% ของยอดขายสินค้าลักชัวรีในประเทศไทย ทำให้งาน Bangkok Watch Week โดย Siam Paragon มีรากฐานที่แข็งแกร่ง และด้วยการสนับสนุนของเครือข่ายพันธมิตรในหลายภาคส่วนยิ่งทำให้งานเทศกาลนาฬิกางานนี้มีจุดเด่นที่แตกต่างจากงานเทศกาลนาฬิกาอื่นๆ อย่างชัดเจน
สำหรับการจัดงานครั้งที่สองนับเป็นบทพิสูจน์ว่า Bangkok Watch Week มีการเติบโตอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็น จำนวนแบรนด์ที่เข้าร่วมเพิ่มขึ้นจาก 30 เป็น 45 แบรนด์ ครอบคลุมทั้งแบรนด์ชั้นนำระดับโลกและแบรนด์อิสระ หลายแบรนด์ที่เข้าร่วมงานเลือกเทศกาลนาฬิกาครั้งนี้เป็นเวทีสำหรับการเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรก นอกจากนี้จำนวนสมาชิกจากกลุ่มนักสะสมนาฬิกาที่เข้าร่วมงานเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมถึงสองเท่า จำนวนผู้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ยังเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าด้วยกัน โดยครึ่งหนึ่งเป็นลูกค้าต่างชาติ สะท้อนถึงการเติบโตของ Bangkok Watch Week จากงานระดับประเทศยกระดับสู่การเป็นงานที่มีความสำคัญในระดับภูมิภาค และกำลังก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ ทางผู้บริหาร Siam Paragon ยังยืนยันว่า งานเทศกาลนาฬิกาในกรุงเทพฯ จะจัดขึ้นเป็นงานประจำทุกปี พร้อมตั้งเป้าหมายในการขยายแพลตฟอร์มทั้งในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ



“เราอยากให้ Bangkok Watch Week ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในงานสำคัญระดับโลกของอุตสาหกรรมนาฬิกา เช่นเดียวกับเจนีวาและดูไบ อยากให้กรุงเทพฯ เป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญของวงการนาฬิกาในระดับโลก เห็นได้ชัดว่า ในปีนี้มีแบรนด์จำนวนมากขึ้นที่เริ่มเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ๆ ร่วมกับเรา และมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เราคิดว่าสาเหตุหนึ่งเป็นเพราะพวกเขาได้เห็นสิ่งที่เราทำในปีที่แล้ว รวมถึงความมุ่งมั่นของเราในการช่วยแบรนด์ขยายฐานผู้ชม เพิ่มฐานข้อมูลลูกค้า และเชื่อมโยงกลุ่มนักสะสมนาฬิกา รวมถึงกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงให้มาอยู่ในงานเดียวกัน”
ธณพร ตันติยานนท์ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน
จุดเด่นของ Bangkok Watch Week
อีกหนึ่งปัจจัยที่ผลักดันให้ Bangkok Watch Week มีศักยภาพที่สามารถยกระดับขึ้นทัดเทียมงานเทศกาลนาฬิการะดับสากลได้ คือ จุดเด่นของงานที่มีความแตกต่างจากงานเทศกาลนาฬิกาในประเทศอื่นๆ ที่สาวกนาฬิกาคุ้นเคย นับตั้งแต่การที่ทาง Siam Paragon เปิดโอกาสให้ทั้งแบรนด์ที่เป็นผู้เช่าพื้นที่ของศูนย์การค้าและแบรนด์ที่ไม่ได้เป็นผู้เช่าพื้นที่เข้าร่วมงาน ทำให้เกิดความหลากหลายของแบรนด์และมุมมองภายในงาน



“ในปีนี้เรายังได้รับเกียรติจาก FHH เข้ามามีส่วนร่วมใน Bangkok Watch Week ซึ่งถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับเรา การที่ FHH เข้ามาร่วมงานในกรุงเทพฯ ช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือในระดับโลก และทำให้งานมีความเชื่อมโยงกับแวดวงนาฬิกาในระดับนานาชาติมากยิ่งขึ้น เพราะพวกเขาได้นำทั้งความเชี่ยวชาญและองค์ความรู้ด้านการศึกษาศาสตร์แห่งนาฬิกาเข้ามาร่วมแบ่งปัน ซึ่งเราเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมากต่ออุตสาหกรรมนาฬิกา โดยเฉพาะการสืบทอดองค์ความรู้และส่งต่อศาสตร์แห่งการผลิตนาฬิกาไปสู่คนรุ่นถัดไป”


Bangkok Watch Week ยังให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ที่ใกล้ชิดและการมีส่วนร่วมกับลูกค้า ควบคู่ไปกับการให้ความรู้และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถเลือกซื้อ นาฬิการุ่นใหม่และรุ่นพิเศษ ได้โดยตรง โดยมีนาฬิกามากกว่า 200 รุ่น ให้เลือก รวมถึงการเปิดตัวนาฬิการุ่นพิเศษภายในงานอย่าง Roger Dubuis ‘Knight of the Round Table’ และ Oris ได้เปิดตัว ‘Bangkok Limited Edition’ เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมิอาจปฏิเสธได้ว่า กรุงเทพฯ มีจุดแข็งจากชื่อเสียงด้านการต้อนรับนักท่องเที่ยว ระบบนิเวศของตลาดลักซ์ชัวรีที่มีความหลากหลาย รวมถึงประสบการณ์ระดับไฮเอนด์ในงบประมาณที่สามารถเข้าถึงได้เมื่อเทียบกับจุดหมายปลายทางอื่นๆ ปัจจัยเหล่านี้ช่วยส่งเสริมให้กรุงเทพฯ มีศักยภาพในการก้าวขึ้นเป็นหมุดหมายสำคัญในด้าน Luxury Tourism โดยการจัดงานในครั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอีกด้วย และการปักหมุดกรุงเทพฯ เป็นสถานที่จัดงานเป็นประจำทุกปีน่าจะสามารถดึงดูดนักสะสมนาฬิกาจากทั่วโลกให้บินตรงมายังเมืองหลวงแห่งเรือนเวลาแห่งใหม่นี้ได้
ความร่วมมือระหว่าง Fondation de la Haute Horlogerie (FHH)

การให้ความรู้ด้านศาสตร์ในการผลิตนาฬิกาเป็นรากฐานสำคัญในการปลูกฝังวัฒนธรรมนาฬิกาให้แก่คนรุ่นใหม่ และหน้าที่นี้ต้องยกให้กับ Fondation de la Haute Horlogerie (FHH) เป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้และเผยแพร่ความหลงใหลในศาสตร์แห่งการผลิตนาฬิกาแก่ผู้เข้าร่วมงาน ในปีนี้ Siam Paragon จึงได้เชื้อเชิญ FHH เข้ามาทำหน้าที่ดังกล่าว ผ่านการเสวนาบนเวที The Symposium และการถ่ายทอดความรู้ผ่านประสบการณ์แบบ immersive ณ FHH Academy Lounge และยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจในศาสตร์แห่งนาฬิกามีโอกาสได้เข้ารับการทดสอบเพื่อรับ FHH Certification การรับรองมาตรฐานระดับสากลซึ่งได้รับการยอมรับทั่วโลกอีกด้วย ซึ่งการให้ความรู้ในแบบฉบับของ FHH นั้นเป็นการพยายามทำให้ทุกคนสามารถเพลิดเพลินกับการเข้าถึงศาสตร์แห่งเรือนเวลาได้ผ่านรูปแบบที่เรียกว่า ‘Edutainment’

“สำหรับ FHH เอง การได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานลักษณะนี้ก็มีความสำคัญอย่างมากเช่นกัน เพราะในฐานะ FHH เรามีพันธกิจในการส่งเสริมศาสตร์แห่งการทำนาฬิกาชั้นสูง (Fine Watchmaking) ไปทั่วโลกผ่านการศึกษา สำหรับเรา การศึกษาเป็นรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมนาฬิกา เพราะนาฬิกาเป็นวัตถุที่แม้คุณจะมีความรู้เกี่ยวกับมันเพียงเล็กน้อย คุณก็สามารถหลงใหลในตัวมันได้ แต่เมื่อคุณเข้าใจว่าสิ่งที่อยู่ภายในนาฬิกาคืออะไร เข้าใจถึงงานฝีมือและความประณีตที่อยู่เบื้องหลัง คุณก็จะยิ่งสนใจและสามารถตกหลุมรักศาสตร์แห่งการผลิตนาฬิกาได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
สิ่งที่ FHH พยายามทำก็คือการทำให้องค์ความรู้เหล่านี้เข้าถึงได้ง่ายสำหรับทุกคน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ ช่างฝีมือ และผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรม นั่นคือเหตุผลที่เรามาอยู่ที่ Bangkok Watch Week เพราะสำหรับเรา งานนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมในการเข้าถึงผู้คนกลุ่มใหม่ๆ เนื่องจากกิจกรรมของเราเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าร่วมได้ และนี่เป็นช่องทางที่ยอดเยี่ยมในการเข้าถึงผู้ชมกลุ่มใหม่ๆ รวมถึงคนรุ่นใหม่
Aurélie Streit รองประธาน Fondation de la Haute Horlogerie (FHH)
…สิ่งที่เราพยายามทำคือการถ่ายทอดความรู้ผ่านสื่อและรูปแบบที่หลากหลาย ต้องขอบคุณผู้จัดงานที่เปิดโอกาสให้เรามีพื้นที่สำหรับจัดบูธ เพื่อให้เราได้ถ่ายทอดและสาธิตองค์ความรู้ รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ทดลองและทดสอบความรู้ของตัวเอง เพราะแนวทางการทำงานที่เราชื่นชอบคือสิ่งที่เราเรียกว่า ‘Edutainment’ หรือการผสมผสานระหว่างการศึกษาและความสนุกสนาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ FHH เชี่ยวชาญ นั่นคือการทำให้ศาสตร์แห่งการทำนาฬิกาเป็นเรื่องที่สนุกและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน”
นี่เป็นครั้งแรกที่ทาง FHH เข้าร่วมในงาน Bangkok Watch Week 2026 และได้นำ FHH Academy มานำเสนอในงานนี้ในรูปแบบ FHH Academy Lounge ที่เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปได้รับการรับรองความรู้ในศาสตร์แห่งเรือนเวลา

“ในมุมมองของเรา เราเปิดตัว Academy ขึ้นเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว โดยในช่วงแรกเราใช้ชื่อว่า Professional Academy จุดประสงค์คือการมอบองค์ความรู้ที่เพียงพอให้ผู้เรียนสามารถทำความเข้าใจนาฬิกา รวมถึงสามารถอธิบายและถ่ายทอดเรื่องราวของนาฬิกาให้กับลูกค้าได้ เราไม่ได้ให้ความรู้เฉพาะเรื่องเทคนิคเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมศาสตร์และองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับนาฬิกาอีกหลากหลายด้าน เพราะการทำความเข้าใจนาฬิกาไม่ได้หมายถึงเพียงการรู้ว่าอะไรอยู่ภายในกลไกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รายรอบนาฬิกาด้วย เพราะสิ่งที่สร้างคุณค่าให้กับนาฬิกาไม่ได้มีเพียงตัวผลิตภัณฑ์ แต่ยังรวมถึงเรื่องราวทั้งหมดที่อยู่เบื้องหลังนาฬิกาเรือนนั้น และมันก็น่าสนใจเช่นกันเมื่อเราได้ตระหนักว่า นาฬิกาไม่ได้มีหน้าที่เพียงบอกเวลาเท่านั้น แต่เรายังสามารถมองนาฬิกาในแง่มุมทางปรัชญาได้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกที่ทุกวันนี้ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เราพยายามถ่ายทอดผ่านหลักสูตรและการฝึกอบรมของเรา”
หลักสูตรของ FHH ครอบคลุมตั้งแต่เทคนิคการผลิตนาฬิกา ประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรม นาฬิการุ่นสำคัญ ไปจนถึงงานฝีมือและความเชี่ยวชาญด้านการผลิต เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจและเห็นคุณค่าของศาสตร์แห่งนาฬิกาในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ถึงแม้จะยังไม่อาจวัดผลได้แน่ชัดว่ามีผู้ร่วมทดสอบในอัตราส่วนเท่าไร แต่ทาง FHH ก็มั่นใจจากบรรยากาศอันคึกคักภายใน Bangkok Watch Week ว่า “กรุงเทพฯ กลายเป็น Watch Destination จุดหมายปลายทางแห่งใหม่ของคนรักนาฬิกาไปเรียบร้อยแล้ว” ในอนาคต FHH ยังมีแผนที่จะพัฒนาความร่วมมือเพิ่มเติม โดยอาจมีการจัดตั้งพื้นที่หรือการดำเนินงานด้าน GIA (Gemological Institute of America) campus ในกรุงเทพฯ อีกด้วย
งาน Bangkok Watch Week 2026 โดย Siam Paragon จึงเป็นการส่งสัญญาณว่า กรุงเทพฯ พร้อมแล้วที่จะเป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ของคนรักนาฬิกา และพร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการสนับสนุนและต่อยอดวัฒนธรรมนาฬิกาให้เติบโตอย่างยั่งยืน
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:
บทสัมภาษณ์พิเศษ Pascal Ravessoud รองประธานบริหาร Fondation de la Haute Horlogerie (FHH)

