บทสัมภาษณ์พิเศษ Pascal Ravessoud รองประธานบริหาร Fondation de la Haute Horlogerie (FHH)

Date:

กับบทบาทในการเผยแพร่และอนุรักษ์วัฒนธรรมนาฬิกาให้เติบโตอย่างยั่งยืน

เป็นที่ทราบในหมู่คนรักนาฬิกาโดยทั่วกันว่า Fondation de la Haute Horlogerie (FHH) เป็นกำลังสำคัญในการเผยแพร่ความเข้าใจและความหลงใหลในศาสตร์แห่งนาฬิกาชั้นสูงมาร่วมสองทศวรรษ และเป็นข่าวที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งเมื่อได้ทราบว่า FHH กำลังจะมาเผยแพร่วัฒนธรรมนาฬิกาภายในงาน Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026 ที่กำลังจะเกิดขึ้นภายในวันที่ 22-27 กันยายนนี้ซึ่งภายในสัปดาห์แห่งคนรักนาฬิกานี้ ทาง FHH จะนำประสบการณ์และความรู้เชิงลึกในศาสตร์แห่งนาฬิกามาเผยแพร่ผ่าน Academy Lounge ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสประสบการณ์ด้านศาสตร์การทำนาฬิกาผ่านกิจกรรมต่างๆ รวมถึง FHH Watch Advisor Certification ที่เปิดให้ผู้สนใจเข้ารับการรับรองได้โดยตรงเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ตลอดจนการเสวนาแบบ Panel Discussion จำนวน 2 หัวข้อ ภายในงาน Symposium

เรามีโอกาสได้สนทนากับ Pascal Ravessoud รองประธานบริหาร Fondation de la Haute Horlogerie (FHH) ระหว่างช่วงที่ทุกฝ่ายกำลังตระเตรียมงานครั้งสำคัญในกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก Ravessoud มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของโครงการด้านการศึกษา ขับเคลื่อนเนื้อหาเชิงบรรณาธิการที่สร้างสรรค์และให้ความรู้ รวมถึงกำกับดูแลโครงการและกิจกรรมต่างๆ ขององค์กร เขาได้รับการยอมรับจากความรู้และความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งในอุตสาหกรรมนาฬิกา Ravessoud เข้าร่วมงานกับ FHH ในปี 2007
ในตำแหน่ง Marketing & Development Director เขามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาแพลตฟอร์มสำคัญและโครงการที่มีชื่อเสียงขององค์กรหลายรายการ รวมถึง Cultural Council และ FHH Forum ซึ่งเป็นเวทีที่รวบรวมผู้บริหาร ผู้แทนจากต่างประเทศ สื่อชั้นนำ และผู้นำทางความคิดจากหลากหลายแวดวง เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นสำคัญและความท้าทายของอุตสาหกรรมนาฬิกา

หลังจากได้อ่านประวัติของคุณแล้ว ต้องบอกว่าประสบการณ์ของคุณในอุตสาหกรรมนาฬิกานั้นน่าประทับใจมาก สำหรับการทำงานที่ FHH  คุณเข้ามาร่วมงานตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเลยหรือว่าเข้ามาภายหลัง

เกือบจะตั้งแต่เริ่มต้นเลยครับ เพราะมูลนิธิก่อตั้งขึ้นในปี 2005 ส่วนผมเข้ามาในปี 2007 ตอนนั้นเราเพิ่งเปิดตัวเว็บไซต์ และนั่นก็ถือเป็นกิจกรรมแรกของเรา ดังนั้นผมจึงพูดได้ว่าผมเข้ามาเกือบจะตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของมูลนิธิเลย

ในมุมมองของคุณอะไรคือความสำเร็จที่สำคัญที่สุดของมูลนิธิ

เรื่องแรกคือ เราเริ่มต้นจากฝั่งหนึ่งของธุรกิจ เพราะอย่างที่ทราบกัน มูลนิธิของเราก่อตั้งขึ้นโดย Audemars Piguet, Richemont Group และ Girard-Perregaux แต่ตั้งแต่แรกเริ่ม เรามีความตั้งใจที่จะเป็นมูลนิธิสำหรับอุตสาหกรรมนาฬิกาทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การที่เราเริ่มต้นมาจากฝั่งหนึ่งของอุตสาหกรรม ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะสร้างตัวตนของเราให้เป็นองค์กรระดับโลกอย่างแท้จริง ดังนั้น หนึ่งในความสำเร็จที่สำคัญสำหรับผมก็คือ วันนี้เราได้กลายเป็นมูลนิธิที่ไม่แสวงหาผลกำไร 100% และได้รับการรับรองจากกรุงเจนีวาว่าเป็นองค์กรเพื่อสาธารณประโยชน์ นั่นหมายความว่าเราได้รับการยอมรับอย่างชัดเจนว่า สิ่งที่เราทำนั้นไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อผลกำไร เราดำเนินงานอยู่ทั่วโลก และได้รับการมองว่าเป็นองค์กรที่ช่วยส่งเสริมและสืบสานวัฒนธรรมนาฬิกาให้กับอุตสาหกรรมทั้งหมดในหลากหลายรูปแบบ สำหรับผม นี่คือหนึ่งในความสำเร็จที่สำคัญที่สุด

และอีกหนึ่งความสำเร็จที่สำคัญซึ่งเราได้มอบให้กับอุตสาหกรรมนาฬิกา ก็คือ FHH Academy และหลักสูตร FHH Certification ปัจจุบันหลักสูตรนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในหลักสูตรชั้นนำด้านความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการผลิตนาฬิกา เช่นเดียวกับที่ TOEFL หรือ GMAT กลายเป็นมาตรฐานอ้างอิงในแวดวงของตัวเอง ผู้คนจำนวนมากนำใบรับรอง FHH ไปใส่ไว้ในประวัติย่อเมื่อสมัครงาน และสำหรับเรา นี่ถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ เพราะเราเป็นสถาบันเพียงแห่งเดียวที่สามารถทำสิ่งนี้ในระดับโลกได้

เราคิดว่า ทุกวันนี้อุตสาหกรรมนาฬิกามีการเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมนาฬิกาในอดีตที่มักถูกมองว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีความดั้งเดิมสูง และสำหรับบางคน ก็แทบจะเหมือนเป็น ‘สมาคมลับ’ คุณเห็นด้วยกับเรื่องนี้ไหม และตั้งแต่วันแรกที่คุณเข้ามาทำงานจนถึงวันนี้คุณเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

แน่นอนครับ โดยทั่วไปแล้ว โลกของลักชัวรี่ค่อนข้างเป็นโลกที่มีความเป็นส่วนตัวสูง ผมคิดว่าในอดีต การทำนาฬิกามักจะไม่ถึงกับเป็นความลับ แต่ผมจะเรียกว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีความ ‘สงวนตัว’ หรือมีความเป็นส่วนตัวสูงมากกว่า แต่ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงวันนี้ โลกได้เปิดกว้างและมีความโปร่งใสมากขึ้น และโซเชียลมีเดียก็ยิ่งเร่งให้ข้อมูลต่างๆ ถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็ว ทุกคนสามารถรู้ทุกอย่างได้แบบเรียลไทม์ บางครั้งถึงขั้นมีข้อมูลมากเกินไปด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่ดีหรือไม่ดี ทุกอย่างสามารถเข้าถึงได้ ผมคิดว่าสิ่งนี้ได้สั่นคลอนรากฐานของอุตสาหกรรม และบังคับให้อุตสาหกรรมต้องเปิดกว้างและปรับตัว แต่จริงๆ แล้วการปรับตัวถือเป็นหนึ่งในคุณลักษณะสำคัญของอุตสาหกรรมนี้อยู่แล้ว

หากย้อนกลับไปดูวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ เช่น วิกฤตควอตซ์ในช่วงทศวรรษ 1970 อุตสาหกรรมก็เคยถูกท้าทายอย่างหนักมาแล้ว แต่เมื่อเผชิญกับความท้าทาย อุตสาหกรรมก็สามารถค้นหาทรัพยากรและแนวทางที่จะกลับมาได้ และปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ใหม่ๆ เสมอ เช่นเดียวกับช่วงโควิด-19 ซึ่งจู่ๆ จุดจำหน่ายสินค้านาฬิกาทั่วโลกต้องปิดลงแทบจะในชั่วข้ามคืน แต่ภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ อุตสาหกรรมก็สามารถปรับตัว ค้นหาทรัพยากรในท้องถิ่น และปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินงานได้ ดังนั้น ผมคิดว่าอุตสาหกรรมก็สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมอื่นๆ และนี่คือหนึ่งในคุณลักษณะสำคัญของอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิส บางครั้งอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสอาจถูกมองว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ช้าและดั้งเดิม แต่เมื่อถึงเวลาที่จำเป็นต้องเคลื่อนไหว พวกเขาก็สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วและปรับตัวได้

วิกฤตควอตซ์ถือเป็นช่วงเวลาที่กำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมนาฬิกาอย่างแท้จริง เพราะในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน การทำนาฬิกากลไกก็ถูกทำให้ดูเหมือนล้าสมัยจากการเข้ามาของกลไกควอตซ์ แต่ถึงอย่างนั้น เรื่องนี้ก็เกิดขึ้นมาเกือบ 60 ปีแล้ว และแม้ทุกวันนี้การใช้นาฬิกาจะไม่ได้มีความสำคัญในแง่ของการบอกเวลาเหมือนในอดีต แต่วัฒนธรรมของนาฬิกาก็ยังคงอยู่ และตัวนาฬิกาเองก็ยังคงอยู่ รวมถึงอุตสาหกรรมก็ยังเติบโตมาได้ยาวนานจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมมาก อุตสาหกรรมนาฬิกากำลังมีความโปร่งใสมากขึ้น แม้จะต้องใช้เวลา แต่สิ่งต่างๆ ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน

สิ่งหนึ่งที่มูลนิธิทำให้เราเห็นอย่างชัดเจนก็คือการสร้างแพลตฟอร์มอย่างแอคเคาต์อินสตาแกรม @watches_and_culture ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพาผู้ที่เพิ่งเริ่มสนใจเข้ามาสู่โลกแห่งการทำนาฬิกา ในมุมมองของคุณ อะไรคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้การทำนาฬิกาเข้าถึงผู้คนที่อยู่นอกอุตสาหกรรมได้มากขึ้น

ผมคิดว่าโดยธรรมชาติแล้ว วงการลักชัวรี่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำนาฬิกา เป็นสิ่งที่มีความดั้งเดิมสูง มันเป็นส่วนหนึ่งของดีเอ็นเอของอุตสาหกรรม และมันจำเป็นต้องมีความดั้งเดิม เพราะอุตสาหกรรมนี้วิวัฒนาการโดยนับกันเป็นรุ่นต่อรุ่น ไม่ใช่ปีต่อปีหรือเดือนต่อเดือน ดังนั้น เราจำเป็นต้องรักษาดีเอ็นเอที่แข็งแกร่ง รวมถึงประวัติศาสตร์และสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเอาไว้ แน่นอนว่าสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เรื่องนี้จึงกลายเป็นความท้าทาย นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราสร้าง @watches_and_culture ขึ้นมา เพื่อพยายามสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ผ่านรหัสทางวัฒนธรรมและน้ำเสียงที่พวกเขาคุ้นเคย เราต้องการทำให้โลกของลักชัวรี่ดูเข้าถึงง่ายขึ้น ลดความเป็นทางการและความรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ไกลตัว พยายามทำให้เนื้อหาสนุกขึ้น เบาสบายขึ้น และเล่าเรื่องต่างๆ ในรูปแบบที่น่าสนใจ รวมถึงอธิบายเรื่องสนุกๆ ที่เกี่ยวข้องกับโลกของนาฬิกา ผมคิดว่านี่คือหัวใจสำคัญ นั่นคือการพยายามเปลี่ยนน้ำเสียงในการสื่อสาร จากน้ำเสียงแบบดั้งเดิมที่มีความเป็นสถาบันเป็นทางการ ไปสู่รูปแบบที่สามารถปรับให้เข้ากับคนรุ่นใหม่ ซึ่งกำลังมองหาทั้ง ‘ความหมาย’ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องการสิ่งที่เบาสบาย สนุก และสามารถแชร์ต่อได้ง่าย

การเข้าถึง Gen Z หรือคนรุ่นใหม่กลายเป็นหนึ่งในสิ่งที่สื่อและอุตสาหกรรมนาฬิกาให้ความสำคัญมากขึ้น และเราคิดว่า FHH ก็ให้ความสำคัญกับกลุ่มนี้เช่นกัน คุณคิดว่าคนรุ่นนี้กำลังมองหาอะไรจากอุตสาหกรรมนาฬิกา

ผมคิดว่าคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z กำลังมองหาสองสิ่งที่มีความเชื่อมโยงกัน อย่างแรกคือ ‘ความหมาย’ พวกเขาต้องการรู้เรื่องราวของนาฬิกาไอคอนิก เรื่องราวของคนดังที่สวมใส่นาฬิกาเหล่านั้น รวมถึงเรื่องราวว่าภูมิภาคเล็กๆ อย่างเทือกเขาจูราในสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งในอดีตเป็นพื้นที่ยากจนและแทบไม่มีใครรู้จัก กลายมาเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของสินค้าลักชัวรี่ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดได้อย่างไร พวกเขาต้องการเข้าใจว่า สิ่งเหล่านี้มีความหมายอย่างไรสำหรับตัวพวกเขาเอง

แต่สิ่งที่เราได้ค้นพบหรือสังเกตเห็นอีกอย่างหนึ่งก็คือ คนรุ่นใหม่ได้สร้างสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็น ‘วัฒนธรรมแห่งการตระหนักรู้ในตัวเอง’ (self-awareness) ดังนั้น ผมคิดว่า ความเอ็กซ์คลูซีฟและการใช้สิ่งต่างๆ เพื่อแสดงออกถึงตัวตนที่แตกต่างจากคนอื่น ก็เป็นอีกหนึ่งคุณลักษณะสำคัญของ Gen Z พวกเขาต้องการสร้างความแตกต่างให้กับตัวเอง และต้องการแสดงออกถึงตัวตนในแบบของตัวเอง พวกเขาอาจเลือกมองหานาฬิกาวินเทจเรือนหนึ่ง เพราะนาฬิกาเรือนนั้นมีเรื่องราวบางอย่างที่เชื่อมโยงกับพวกเขา เป็นเรื่องราวที่สะท้อนตัวตนของพวกเขาได้อย่างแท้จริง หรือพวกเขาอาจเลือกค้นหา Microbrand แบรนด์หนึ่งที่สามารถสื่อสารกับพวกเขาได้อย่างเฉพาะเจาะจง ดังนั้น ผมคิดว่า สองคุณลักษณะที่เราเห็นได้อย่างชัดเจนคือการแสดงออกถึงตัวตนในแบบที่เป็นส่วนตัวอย่างมาก และความรู้สึกว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีความหมาย เพราะฉะนั้นแค่รูปลักษณ์ภายนอก ความหรูหรา ความเปล่งประกาย หรือความเย้ายวนใจเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพออีกต่อไป คุณต้องเพิ่ม ‘ความหมาย’ เข้าไปด้วย

พูดถึง FHH Academy เราคิดว่านี่ก็เป็นอีกหนึ่งเสาหลักที่สำคัญของ FHH แล้วคุณมีแผนที่จะขยายเสาหลักนี้ต่อไปในอนาคตอย่างไรบ้าง

สำหรับเราแล้ว นี่คือเสาหลักหลักของกิจกรรมทั้งหมดของเรา และถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่ทุกอย่างสามารถค้นหาได้ทางออนไลน์ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องมีแหล่งข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ ผมคิดว่า FHH Academy ซึ่งมาจากสถาบันที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก และในขณะเดียวกันก็มีความใกล้ชิดกับอุตสาหกรรมจึงมีความสำคัญอย่างมากในการรักษาวัฒนธรรมของการทำนาฬิกาให้คงอยู่ต่อไป ด้วยการอธิบายเรื่องราวเหล่านี้ให้กับผู้คนในวงกว้างที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ดังนั้น แน่นอนว่า เราต้องการทำให้ FHH Academy เข้าถึงผู้บริโภคทั่วไปมากขึ้น

เมื่อ FHH Academy ถูกสร้างขึ้นในช่วงแรก จุดประสงค์หลักคือต้องการเปิดโอกาสให้พนักงานขายมีความรู้เกี่ยวกับนาฬิกามากขึ้น เพื่อที่จะสามารถทำงานด้านการขายและพบปะกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่หลังจากนั้น ความสนใจจากคนในอุตสาหกรรมทั้งหมดก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก จนเราได้รับคำขอจากลูกค้าทั่วไปสำหรับหลักสูตรของเราเป็นจำนวนมาก ตอนนี้เราจึงต้องการทำให้หลักสูตรเหล่านี้เปิดกว้างสำหรับผู้บริโภคทั่วไป ผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกา และนักสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจพื้นฐานของศาสตร์แห่งการทำนาฬิกาชั้นสูง การพัฒนา Academy ให้เติบโตขึ้นในทุกภูมิภาคทั่วโลกจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเรา ทั้งในรูปแบบออนไลน์ และการเปิดสอนในภาษาต่างๆ โดยมีเป้าหมายคือการทำให้ข้อมูลเหล่านี้กลายเป็นแหล่งอ้างอิงที่สามารถเข้าถึงได้โดยผู้คนในวงกว้างที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และมีหลักสูตรสำหรับทุกคนมากขึ้น และนี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่เรามาร่วมงาน Bangkok Watch Week ในครั้งนี้ครับ

นอกเหนือจากเหตุผลที่ว่าแล้ว อะไรคือเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังการเข้าร่วมงาน Bangkok Watch Week 2026 และผู้ที่เข้าร่วมฟัง Forum ของ FHH จะได้รับประสบการณ์อะไรบ้าง

มีเรื่องที่น่าสนใจอยู่อย่างหนึ่งครับ เมื่อประมาณ 20 ปีก่อน ในบทบาทการทำงานก่อนหน้านี้ของผม ผมเคยทำงานให้กับ Harry Winston และตอนนั้นผมก็เคยมาที่นี่แล้ว ผมเคยมาที่ Siam Paragon แห่งนี้ และในเวลานั้นก็มีงานนาฬิกาอีกงานหนึ่ง ตอนนั้นมีแบรนด์เข้าร่วมประมาณ 15-20 แบรนด์เท่านั้น ซึ่งถือว่าเล็กกว่ามาก และสำหรับผมแล้ว นั่นคือจุดเริ่มต้นของการพัฒนาอุตสาหกรรมนาฬิกาชั้นสูงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ตอนนี้ ผ่านมาหนึ่งชั่วอายุคน

ทุกอย่างเติบโตขึ้นอย่างมาก งานในวันนี้มีขนาดใหญ่มาก มีผู้จัดแสดงหลายสิบราย และผมคิดว่า การมีงานอีเวนต์แบบ physical event ในตลาดแห่งนี้มีความสำคัญมาก เพราะผู้คนจะได้สัมผัสกับแบรนด์ที่น่าสนใจมากมายที่มาร่วมงาน ผมคิดว่าเมื่อพิจารณาจากคนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจและต้องการมีส่วนร่วมกับโลกของนาฬิกาอย่างมาก พวกเขาจะได้รับสิ่งต่างๆ มากมาย ซึ่งมีมากกว่าที่เราเห็นด้วยตาเสียอีก และเราก็ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมกับงานนี้ เพราะปัจจุบันงานนี้ได้กลายเป็นงานที่มีความสำคัญอย่างมาก ผมคิดว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเป็นภูมิภาคที่มีการพัฒนาอย่างมากในอุตสาหกรรมนาฬิกา และจะมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราคิดว่า แบรนด์พันธมิตรส่วนใหญ่ของเราก็อยู่ที่นี่ และเราควรสนับสนุนความพยายามดังกล่าวด้วย

สำหรับผู้เข้าชมแล้ว มีสิ่งต่างๆ ให้ชมและเรียนรู้มากมายตลอดระยะเวลาหลายวันนี้ พวกเขาจะได้รับประสบการณ์กลับไปมากมาย เพราะมีทั้งกิจกรรมและประสบการณ์หลากหลายรูปแบบ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมหลักสูตรของเราและได้รับใบรับรองได้ด้วย ดังนั้น ผมคิดว่ามันเหมือนกับว่า โลกทั้งใบกำลังเดินทางมาที่กรุงเทพฯ ภายในระยะเวลา 4-5 วัน ผู้คนจะได้ค้นพบสิ่งต่างๆ มากมาย ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ ประสบการณ์ อีเวนต์ ไปจนถึงหลักสูตรและการรับรองต่างๆ และพวกเขาจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

เป้าหมายสูงสุดของ FHH คือการส่งเสริมและปลูกฝังวัฒนธรรมนาฬิกาให้เติบโตขึ้นต่อไปใช่หรือไม่

ผมคิดว่า หากเรามองไปข้างหน้าและมองไปไกลมากๆ การทำนาฬิกาก็มีความคล้ายคลึงกับ ‘โอเปร่า’ มันเป็นวัฒนธรรมที่เก่าแก่และแข็งแกร่งมาก แต่จำเป็นต้องมีการอธิบายให้ผู้คนเข้าใจ เพราะไม่เช่นนั้น ผู้คนก็จะไม่เข้าใจ ‘จังหวะ’ หรือแก่นของมัน และหากไม่มีความทุ่มเท วัฒนธรรมนี้ก็อาจค่อยๆ เลือนหายไป

Pascal Ravessoud รองประธานบริหาร Fondation de la Haute Horlogerie (FHH)

ลองนึกถึงโอเปร่าดูสิครับ คุณอาจได้ยินเสียงดนตรีที่ไพเราะ แต่ถ้าคุณไม่เข้าใจว่าดนตรีนั้นมีที่มาอย่างไร ใครคือผู้ขับร้อง ทำไมท่วงทำนองจึงเป็นเช่นนั้น และรายละเอียดต่างๆ ที่อยู่เบื้องหลัง คุณก็จะสูญเสียความเข้าใจทั้งหมดไป เช่นเดียวกันกับการทำนาฬิกา เรากำลังพูดถึงประวัติศาสตร์และงานฝีมือที่สั่งสมมาหลายศตวรรษ รวมถึงศาสตร์และงานช่างแขนงต่าง ๆ อีกมากมาย ซึ่งทั้งหมดนี้จำเป็นต้องได้รับการส่งเสริม ปกป้อง และนำออกมาให้ผู้คนได้เห็น เพื่อให้มันสามารถดำรงอยู่ต่อไปได้ วัฒนธรรมนี้อยู่กับเรามาเป็นเวลายาวนานกว่า 500 ปี เราต้องการรักษามันเอาไว้ พร้อมทั้งนำมันออกมาให้ผู้คนได้เห็น เพื่อให้คนรุ่นต่อๆ ไปสามารถชื่นชมและเพลิดเพลินกับวัฒนธรรมนี้ไปได้อีกยาวนานที่สุด นั่นคือเป้าหมายสูงสุดของ FHH ครับ

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

Geneva Watch Days 2026: มหกรรมนาฬิกาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด พร้อมเขย่าวงการนาฬิกาโลก

หมุดหมายแห่งรางวัลระดับโลก PMT The Hour Glass คว้าสิทธิ์จัดนิทรรศการ GPHG 2026 ในกรุงเทพฯ 1 ใน 4 จุดหมายทั่วโลก

กรุงเทพฯ สู่หมุดหมายใหม่บนปฏิทินโลก สยามพารากอน สานต่อความสำเร็จเตรียมจัดงาน “Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026” อย่างยิ่งใหญ่เป็นปีที่ 2

Share post:

More like this

เปิดคอลเลกชันนาฬิกาสุดรัก ป๊อด-ธนณัฏฐ์ รุ่งโรจน์ญาณธร ผู้ก่อตั้ง Timezone

เปิดกรุนาฬิกาสุดหวงของ ป๊อด-ธนณัฏฐ์ รุ่งโรจน์ญาณธร เจ้าของธุรกิจกล่องเก็บรักษานาฬิกา Timezone ตั้งแต่ Rolex, Tudor, Bvlgari ไปจนถึงไมโครแบรนด์ พร้อมเผยปรัชญาและเทคนิคการดูแลรักษาเรือนเวลา

นาฬิกาพกกำลังกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง แต่เราเคยเห็นปรากฏการณ์เช่นนี้มาก่อนแล้วไม่ใช่หรือ?

คำแนะนำของเราคือ จงโอบรับกระแสนี้ในฐานะการชื่นชมศาสตร์แห่งเรือนเวลา มากกว่าการตามแฟชั่น เพราะเสน่ห์ที่แท้จริงของนาฬิกาพกอยู่ที่คุณค่าทางประวัติศาสตร์ งานช่างฝีมือ และความซับซ้อนทางกลไกอันน่าทึ่ง WORDS: Nick Scott นาฬิกาพก แผ่นเสียงไวนิล เครื่องพิมพ์ดีด...

สำรวจเบื้องหลังหนึ่งในนาฬิกาไอคอนแห่งศตวรรษที่ 21 ผ่านมุมมองของผู้กำกับการสร้างสรรค์ผู้สานต่อจิตวิญญาณและนวัตกรรมของ Chanel Watchmaking

บทสัมภาษณ์ Arnaud Chastaingt ผู้อำนวยการฝ่าย Chanel Watch Creation Studio มีนาฬิกาเพียงไม่กี่รุ่นที่สามารถเปลี่ยนโฉมหน้าของวงการนาฬิการ่วมสมัยได้อย่างแท้จริง และ...

Minute Repeater Flying Bridges แกรนด์คอมพลิเคชันที่บอกเล่า 235 ปีแห่งงานช่างของ Girard-Perregaux

Minute Repeater Flying Bridges แกรนด์คอมพลิเคชันล่าสุดของ Girard-Perregaux  สัญลักษณ์ของจิตวิญญาณแห่งอิสรภาพที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นมาตลอดกว่า 235 ปี  “Never...