เผยโฉม Bvlgari × Revolution Octo Finissimo XX Anniversario

Date:

เปิดตัวเรือนเวลาใหม่จาก Bvlgari × Revolution ท่ามกลางม่านหมอกสีเบอร์กันดีและวงกตแห่งกระจกสะท้อนเงา

Revolution นำเสนอผลงานความร่วมมือล่าสุด ซึ่งเป็นการฉลอง ครบรอบ 20 ปี ของแบรนด์ และเป็นการยกย่องประเทศสิงคโปร์ อันเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทาง นาฬิการุ่นนี้โดดเด่นด้วยหน้าปัดสีเบอร์กันดี (Burgundy) สุดตระการตา และเป็นครั้งแรกที่ Bvlgari ใช้ตัวเรือนและสายแบบ ไทเทเนียมขัดเงาแบบกระจก (mirror-polished titanium)

Bvlgari × Revolution Octo Finissimo XX Anniversario ถูกสร้างขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 20 เรือน เท่านั้น โดยแต่ละเรือนจะมีหมายเลขกำกับ และมีราคาอยู่ที่ CHF 17,140 ไม่รวมภาษี

Bvlgari × Revolution Octo Finissimo XX Anniversario

ในช่วงสองปีหลังจากที่ Octo Finissimo เปิดตัวครั้งแรกในปี 2014 นาฬิกาเรือนนี้กลายเป็นสิ่งที่ทำให้เราหลงใหลอย่างมาก ภาพของหน้าปัดแปดเหลี่ยมที่ถูกโอบล้อมด้วยกรอบ (Bezel) ทรงกลม ซึ่งตัดกับตัวเรือนที่มีมิติซ้อนชั้นอย่างดุดันนั้น ตามหลอกหลอนเราทั้งในยามตื่นและยามหลับใหล

ต่อมาแบรนด์ได้เปิดตัวรุ่น Minute Repeater ซึ่งทำจากไทเทเนียมขัดทรายทั้งเรือน (Full Sandblasted Titanium) พร้อมด้วยมาร์กเกอร์บอกเวลาแบบเปลือย (Skeletonized Hour Markers) ซึ่งมีฟังก์ชันช่วยให้เสียงจากกลไกการตีบอกเวลาสามารถลอดผ่านได้ดียิ่งขึ้น

Bvlgari × Revolution Octo Finissimo XX Anniversario

หลายคนหลงรักรุ่นนี้อย่างจัง และผลงานความร่วมมือครั้งแรกของ Revolution กับ Bvlgari คือการนำนาฬิการุ่น Minute Repeater นั้นมาสร้างเป็นเวอร์ชันบอกวินาทีแบบ Small Seconds แต่ยังคงใช้หน้าปัดแบบเจาะโปร่ง (Pierced Dial) เช่นเดียวกัน นาฬิการุ่นนั้นเปิดตัวในปี 2016 ในจำนวนจำกัดเพียง 50 เรือน และขายหมดลงทันทีที่วางจำหน่าย

การยกย่องจุดกำเนิดของ Revo (A Tribute to Our Origins)

แน่นอนว่า เมื่อมีโอกาสได้ร่วมงานเพื่อสร้างสรรค์นาฬิกาสำหรับวาระครบรอบ 20 ปี ของ Revolution หรือที่ภาษาอิตาลีเรียกว่า XX Anniversario แบรนด์ตัดสินใจที่จะย้อนกลับไปที่นาฬิการุ่นดั้งเดิมซึ่งมีมาร์กเกอร์บอกเวลาแบบเปลือย (skeletonized hour markers) เป็นแรงบันดาลใจ

แต่ดังที่ Fabrizio Buonamassa Stigliani (ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ของ Bvlgari) ได้กล่าวไว้ว่า “เวลาผ่านไปมากแล้ว เราไม่สามารถทำซ้ำอดีตได้ง่ายๆ เราต้องผลักดันตัวเองในด้านความคิดสร้างสรรค์”

Bvlgari × Revolution Octo Finissimo XX Anniversario
Bvlgari × Revolution Octo Finissimo XX Anniversario

ด้วยเหตุนี้ Bvlgari จึงตัดสินใจสร้าง ตัวเรือนและสายจากไทเทเนียม เกรด 5 ที่ขัดเงาแบบกระจก (Mirror-Polished Grade 5 Titanium) สำหรับ Revolution เป็น ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ของแบรนด์ อย่างไรก็ตาม กระบวนการนี้มีต้นทุนที่สูงมาก ต้องใช้เวลาและไม่สามารถยอมรับความผิดพลาดได้เลย (unforgiving) ทำให้ Bvlgari สามารถทำได้เพียงนาฬิกาในจำนวนที่น้อยมาก (micro-series) โดยจำกัดไว้ที่ 20 เรือน เท่านั้น เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการฉลองครบรอบ 20 ปี 

Bvlgari × Revolution Octo Finissimo XX Anniversario
Bvlgari × Revolution Octo Finissimo XX Anniversario
Bvlgari × Revolution Octo Finissimo XX Anniversario

นาฬิการุ่นนี้สวมใส่สบายมาก เพราะตัวเรือนทำจากไทเทเนียม ใครก็ตามที่เคยลองสวม Octo Finissimo ที่ทำจากวัสดุนี้จะรู้สึกทึ่งทันที คุณแทบจะ ลืมไปเลยว่ากำลังใส่นาฬิกาอยู่ เนื่องจากมันผสมผสานระหว่างความสบายตามหลักสรีรศาสตร์เข้ากับความเบาราวกับไร้น้ำหนักได้อย่างลงตัว คุณจะรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อคุณมองดูข้อมือของคุณ แล้วต้องตกตะลึงกับดีไซน์ที่โดดเด่นสะดุดตา ซึ่งผสานเข้ากับงานนาฬิกาแบบ บางเฉียบ (Ultra Thin) ที่บุกเบิกวงการ จนกลายมาเป็นนาฬิกาที่สุดยอด เรือนนี้

Bvlgari × Revolution Octo Finissimo XX Anniversario
“สิ่งที่ Octo Finissimo สร้างอารมณ์ร่วมได้อย่างทรงพลังคือความแตกต่างที่เคลื่อนไหวได้ (Dynamic Contrast) ของมัน เวลาที่มองดูใกล้ ๆ มันดูเหมือนงานสถาปัตยกรรมที่ก้าวร้าวและเปล่งประกายความเร็วเชิงเส้นที่มีเหลี่ยมมุม (Faceted Linear Velocity) จนรู้สึกเหมือนเป็นงานประติมากรรมอย่างแท้จริง แต่พอมองด้านข้าง มันกลับดูเพรียวบาง สง่างาม และมีสไตล์ที่บรรยายไม่ถูก (ineffably stylish) ผมรักมันเลยล่ะ”Wei Koh
ข้อมูลทางเทคนิค
Bvlgari × Revolution Octo Finissimo XX Anniversario
  • ชื่อรุ่น: Bvlgari × Revolution Octo Finissimo XX Anniversario
  • ตัวเรือน: ไทเทเนียม เกรด 5 ขัดเงากระจก (Mirror-Polished Grade 5 Titanium)
  • หน้าปัด: สีเบอร์กันดี (Burgundy) พร้อมมาร์กเกอร์แบบเปลือย (Skeletonized Hour Markers)
  • กลไก: Caliber BVL 138 (ระบบไขลานอัตโนมัติ) ความบาง 2.23 มม.
  • ฟังก์ชัน: บอกชั่วโมง นาที และวินาทีเล็กแบบเปลือย กันน้ำ 100 เมตร (100m)
  • สาย: ไทเทเนียม เกรด 5 ขัดเงากระจก
  • การผลิต: รุ่นลิมิเต็ด 20 เรือน

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
LOUIS VUITTON MONTEREY การกลับมาของนาฬิกา Cult แห่งยุค 80s ในตำนานย้อนกลับสู่จิตวิญญาณดั้งเดิมของเมซง
IWC Portugieser Annual Calendar (IW503501) เมื่อความแม่นยำกลายเป็นเครื่องรางแห่งชัยชนะของจอร์จ รัสเซลล์
บทที่ 10 แห่งตำนานผู้คิดค้น GREUBEL FORSEY Nano Foudroyante การปฏิวัติจักรกลขนาดเล็กที่สุดของแบรนด์

Share post:

More like this

พาชมเรือนเวลาล่าสุดของ H. Moser & Cie. ในรุ่น Endeavour Flyback Chronograph Dual Time Date ซ่อนโครโนกราฟไว้ตรงไหน? 

วิเคราะห์ศาสตร์แห่งการตัดทอนของ H. Moser & Cie. ในรุ่น Endeavour Flyback Chronograph กับการปฏิวัติกลไก AgenGraphe สู่ร่างไขลานเพื่อซ่อน 3 ฟังก์ชันใหญ่ไว้บนแกนกลาง

พาชมเบื้องหลังความวิจิตรของ Jaeger-LeCoultre Reverso Hybris Artistica “Pegasus” กับงานสลักเสลามือกว่า 180 ชั่วโมง

วิเคราะห์เบื้องหลังการผสาน Gyrotourbillon เจนเนอเรชันที่ 4 เข้ากับงานแกะสลักนูนต่ำรอบตัวเรือนพิงก์โกลด์ ที่ใช้เวลาทำมือกว่า 180 ชั่วโมง ในเอดิชันจำกัดพิเศษเพียง 5 เรือนทั่วโลก

เมื่อความจัดจ้านของสตรีทแวร์ปะทะโครงสร้างล้ำยุค เจาะลึกวิสัยทัศน์เบื้องหลัง AP x AMBUSH ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอย่างไรนะ?

บทวิเคราะห์โครงสร้างกลไกและการตัดทอนสิ่งเร้าในนาฬิกาไทเทเนียมขนาด 38.5 มิลลิเมตร Audemars Piguet Royal Oak Concept Flying Tourbillon ที่ออกแบบร่วมกับ Yoon และ Verbal สองผู้ก่อตั้งแบรนด์ AMBUSH

เบื้องหลังความงามระดับหัตถศิลป์ของ Czapek Promenade Goutte de Rosée กับหน้าปัด Grand Feu Enamel สีเขียวที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก

เบื้องหลังความงามระดับหัตถศิลป์ของ Czapek Promenade Goutte de Rosée กับหน้าปัด Grand Feu Enamel สีเขียวบนฐานเงินแท้ ที่ยอมแบกรับอัตราคัดทิ้งสูงถึง 50% เพื่อมิติแสงหนึ่งเดียวในโลก