เปิดตัวรุ่นลิมิเต็ด 22 เรือน นาฬิกาขนาด 37.90 มม. ที่กะทัดรัดที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์

เมื่อกล่าวถึง Greubel Forsey (เกรอเบล ฟอร์ซีย์) โลกแห่งเรือนเวลามักจะหยุดนิ่งเพื่อรับชม “การประดิษฐ์” ครั้งใหม่ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของกลไกจักรกลเสมอ และการเปิดตัว Nano Foudroyante อย่างเป็นทางการในฐานะรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น คือบทใหม่ที่สำคัญสำหรับ Fundamental Invention ลำดับที่ 10 ของแบรนด์

นาฬิการุ่นนี้ผลิตขึ้นเพื่อนักสะสมเพียง 22 คน ทั่วโลก โดยเป็นเรือนเวลาที่ล้ำสมัยซึ่งพัฒนาอย่างสมบูรณ์แบบเกินกว่าต้นแบบที่เคยอยู่ภายใต้โครงการ Experimental Watch Technology (EWT) เดิม นี่คือการประกาศอย่างชัดเจนว่า เทคโนโลยี “นาโน” ไม่ใช่แค่แนวคิดในห้องแล็บอีกต่อไป เพราะนี่คือเรือนเวลาของจริงที่สามารถสวมใส่ได้บนข้อมือ


นาโนเมคานิกส์ กับการพลิกโฉมสิ่งที่เคยเป็นไปได้
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Nano Foudroyante ก้าวล้ำไปข้างหน้าคือแนวคิดที่ปฏิวัติวงการ นั่นก็คือ นาโนเมคานิกส์ (Nanomechanics) ซึ่งเป็นการควบคุมพลังงานในระดับ นาโนจูล (nanojoule) ภายในกลไกจักรกล
การเปลี่ยนแปลงทางวิศวกรรมในครั้งนี้ทำให้กลไกสามารถทำงานในฟังก์ชัน Foudroyante (เข็มวินาทีกระโดดแบ่งแต่ละวินาทีออกเป็นหกส่วน) โดยใช้พลังงานเพียง 16 นาโนจูล ต่อการกระโดดแต่ละครั้ง เมื่อเทียบกับกลไกแบบดั้งเดิมที่ต้องใช้ถึง 30 ไมโครจูล นี่คือการลดพลังงานลงอย่างน่าทึ่งถึง 1,800 เท่า กลไกนี้จะใช้ชุดจักรที่มีแรงเฉื่อยต่ำจำนวนน้อยที่สุด และขับเคลื่อนเข็มน้ำหนักเบาสีแดงโดยตรงจากการแกว่งของ จักรกรอก 3Hz โดยไม่มีชุดเฟืองแบบดั้งเดิม

สถาปัตยกรรมแห่งความกะทัดรัดและสิทธิบัตร
กลไกอันซับซ้อนของ Nano Foudroyante ถูกฝังอยู่ภายใน ฟลายอิ้งทูร์บิญอง (Flying Tourbillon) ตัวแรกของ Greubel Forsey ซึ่งสร้างจุดเด่นทั้งทางสายตาและทางเทคนิค กลไกไขลานด้วยมือชุดนี้มาพร้อมฟังก์ชัน โครโนกราฟฟลายแบ็ค (Flyback Chronograph) พร้อมการรับรองด้วย สิทธิบัตร 2 ฉบับ
แม้จะมีความซับซ้อนอย่างมหาศาล (ประกอบด้วยชิ้นส่วนถึง 428 ชิ้น โดยที่กรงทูร์บิญองมีน้ำหนักเพียง 0.835 กรัม ) แต่กลไกกลับมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 31.60 มม. และถูกบรรจุอยู่ในตัวเรือนไวท์โกลด์ ขนาดเพียง 37.90 มม. ทำให้ Nano Foudroyante เป็นเรือนเวลาที่มีขนาดตัวเรือนที่ กะทัดรัดที่สุดเท่าที่ Greubel Forsey เคยสร้างมา


งานฝีมือเหนือระดับสำหรับนักสะสมเพียง 22 ท่าน
ตัวเรือนสร้างขึ้นจากไวท์โกลด์ทั้งหมด พร้อมการขัดแต่งลายเกรนแนวเส้นตรงบริเวณขอบตัวเรือน และฝาหลังแบบโปร่งใส เผยให้เห็นสถาปัตยกรรมภายในที่โดดเด่น หน้าปัดหลายระดับชั้นเคลือบ โรเดียม พร้อมวงบอกนาทีสีน้ำเงิน และเข็ม Blued Steel หน้าปัดย่อยสำหรับฟังก์ชัน Foudroyante มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือถูกออกแบบให้ อยู่ในตำแหน่งเที่ยงตรงเสมอ แม้ว่ากรงทูร์บิญองจะหมุนอยู่ เพื่อให้สามารถอ่านค่าได้อย่างเหมาะสมที่สุด การตกแต่งฝาหลังมีการแกะสลักคำว่า “Nano Foudroyante” เป็นตัวนูนขัดเงา บนพื้นผิวที่ถูก ตอกด้วยมือ (hand-hammered) สะท้อนความพิถีพิถันในงานฝีมือระดับสูง

บทวิเคราะห์ในมุมมองของ Revo กับการก้าวกระโดดสู่ยุคนาโน
สิ่งที่เห็นคือ Nano Foudroyante นั้นเป็นมากกว่านาฬิการุ่นลิมิเต็ด นี่อาจเป็นหนึ่งในบทพิสูจน์ความสำเร็จ ของวิสัยทัศน์ที่กล้าหาญในโครงการ EWT Greubel Forsey ที่นอกจากจะสร้างกลไกที่เล็กและซับซ้อน พวกเขายังได้แก้ไขปัญหาพื้นฐานของกลไกจับเวลาที่มีความถี่สูง นั่นคือปัญหาด้านพลังงาน การลดการใช้พลังงานลง 1,800 เท่าสำหรับการทำงานของ Foudroyante คือก้าวที่สำคัญทางวิศวกรรมที่ทำให้กลไกจักรกลมีความยั่งยืนและกะทัดรัดขึ้นอย่างแท้จริง

สิ่งที่ได้ คือผู้ซื้อเรือนเวลานี้ นอกเหนือจากการเป็นเจ้าของชิ้นงานหรูหราที่ผลิตเพียง 22 เรือนเท่านั้นแล้ว ยังจะได้เป็นเจ้าของ Fundamental Invention ลำดับที่ 10 ของแบรนด์ ซึ่งถูกบรรจุอยู่ในตัวเรือนที่สวมใส่ได้จริงที่สุด (37.90 มม.) นับเป็นประวัติศาสตร์ของนวัตกรรมของแบรนด์ ซึ่งเป็นการรวมกันของความซับซ้อนทางเทคนิคขั้นสูงสุดเข้ากับสุนทรียภาพของงานฝีมือระดับตำนานอย่างสมบูรณ์แบบ
แล้วในความเห็นของคุณผู้อ่าน การที่ Greubel Forsey ประสบความสำเร็จในการลดขนาดและลดพลังงานของกลไกที่ซับซ้อนลงได้ถึงระดับ “นาโน” จะส่งผลกระทบต่ออนาคตของอุตสาหกรรมนาฬิกาหรูอย่างไรบ้าง? มาร่วมแชร์มุมมองกันได้
ข้อมูลสรุปทางเทคนิค
Nano Foudroyante
- ตัวเรือน: ตัวเรือนทำจากไวท์โกลด์ พร้อมกระจกแซฟไฟร์สังเคราะห์ทรงโดมสูงที่ด้านหน้าและฝาหลังโปร่งใส มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 37.00 มม. และสามารถกันน้ำได้ 3 atm (30 เมตร/100 ฟุต)
- หน้าปัด: หน้าปัดทำจากหลายระดับชั้น เคลือบสีโรเดียม และมีช่องเปิดให้เห็นกลไกทูร์บิญอง
- กลไก: ใช้กลไกโครโนกราฟไขลานด้วยมือ ประกอบด้วย 428 ชิ้นส่วน ทำงานด้วยความถี่ 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง มีพลังงานสำรองเต็มหนึ่งวันเมื่อใช้งานโครโนกราฟ และมีทับทิมทรงโดมในเบ้าทอง
- ฟังก์ชัน: นาฬิกาแสดง ชั่วโมงและนาที เข็มวินาทีขนาดเล็ก และฟังก์ชัน Flying Tourbillon ที่หมุนหนึ่งรอบใน 60 วินาที รวมถึงฟังก์ชัน Nano Foudroyante หรือหนึ่งในแปดของวินาที ส่วนฟังก์ชันโครโนกราฟมีเข็มวินาที ตัวนับ 60 นาที และฟังก์ชันฟลายแบ็ค
- สาย: สายทำจากยางที่มีพื้นผิวและเย็บด้วยมือ พร้อมตัวล็อกแบบหัวเข็มขัดที่ทำจากไวท์โกลด์และมีโลโก้ GF แกะสลักด้วยมือ
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Wrist Check: ส่องนาฬิกานักแข่ง F1 ปลุกเร้าจิตวิญญาณแห่งความเร็วที่ Marina Bay
Mido เปิดตัว Multifort TV Big Date Titanium ที่ยังคงเอกลักษณ์หน้าปัดทรงทีวีสุดคลาสสิก
ก้าวสู่ยุคสมัยใหม่ของ Chopard ผ่านเรือนเวลาที่ตอกย้ำความเชี่ยวชาญในงานช่างฝีมือชั้นสูง

