คำถามเดิมเกี่ยวกับตำแหน่งของรูสปริงบาร์ได้รับการแก้ไขด้วยวิธีที่เรียบง่ายที่สุด คือ การเจาะรูสองชุดให้ลูกค้าสามารถเลือกตำแหน่งตามที่ชอบ และเพื่อเพิ่มความโดดเด่นในงานนี้ ตัวเลขย่อยสีขาวที่เคยใช้ก็ถูกเปลี่ยนเป็นสีดำมันเงา ก่อนที่จะส่งเรือนเวลานี้ไปยัง Phillips Auction House เพื่อจัดจำหน่าย พร้อมกับการบริจาคส่วนหนึ่งของรายได้ให้กับองค์กร Save the Rhino International
เมื่อฤดูร้อนที่แล้ว มีคนเห็นเขาสวมนาฬิกา Vacheron Constantin Historiques 222 เรือนเยลโลวโกลด์อยู่ตามสนามแข่งขันในรายการ British Grand Prix ซึ่งทำให้เขาเป็นหนึ่งในคนแรก ๆ ของโลกที่ได้รับการจัดสรรให้เป็นเจ้าของนาฬิการุ่นนี้ แต่เรื่องราวยังไม่จบเพียงแค่นั้น และนั่นทำให้เราได้รู้ว่าเขาเป็นแฟนตัวยงของนาฬิกาไม่แพ้ใคร เพราะไม่นานหลังจากปรากฏตัวต่อสาธารณชนพร้อมกับนาฬิกา Vacheron Constantin 222 เรือนเยลโลวโกลด์ นักแสดงผู้นี้ก็อวดโฉมคอลเลกชันนาฬิกาของเขา โดยปรากฏตัวในรอบชิงชนะเลิศของการแข่งขันวิมเบิลดันพร้อมกับนาฬิกา Vacheron Constantin 222 เรือนสเตนเลสสตีล ซึ่งอาจทำให้บรรดานักสะสมนาฬิกา Vacheron Constantin ทั่วโลกตั้งคำถามต่อเขาอย่างมากว่า “พวกคุณเพิ่งเปิดตัวนาฬิกา 222 สเตนเลสสตีลเหรอ?”
คำตอบในตอนนั้นคือ “ไม่ เราไม่ได้ทำ” และนาฬิกาของแบรด พิตต์ก็เป็นนาฬิกาวินเทจที่จัดหาโดยแผนก Les Collectionneurs ของแบรนด์ซึ่งมีความสามารถในการเสาะหานาฬิกาที่มีอายุยาวนาน มีข่าวลือว่าหลังจากทราบประวัติของนาฬิกาแล้ว เขาก็ติดต่อ Vacheron Constantin เพื่อสั่งผลิตนาฬิกาเรือนพิเศษที่ทำจากสเตนเลสสตีล แต่แผนการนี้ไม่สามารถทำได้ หลังจากนั้น Selmoni จึงเป็นผู้ค้นคว้าและติดตามหาเรือนประมูลที่ทำจากสเตนเลสสตีลให้กับนักแสดงผู้นี้ นาฬิการุ่น 222 ของ Vacheron Constantin ในอดีตนั้นมีทั้งรุ่นเยลโลวโกลด์ รุ่นสเตนเลสสตีล รุ่น 2 กษัตริย์ รวมถึงรุ่นขนาดเล็กที่เป็นรุ่นเรือนสเตนเลสสตีลร่วมกับเยลโลวโกลด์
Vacheron Constantin 222 ถือกำเนิดในปี 1977 ซึ่งเป็นยุคเดียวกับนาฬิการะดับตำนานอย่าง Audemars Piguet Royal Oak และ Patek Philippe Nautilus แม้ในช่วงแรกจะไม่ได้รับความนิยมเทียบเท่า แต่ในปี 2010 ตลาดนักสะสมก็ได้หันกลับมาสนใจ โดยเฉพาะหลังการเปิดตัวรุ่นเรือนทองในปี 2022
รุ่น Blue Tang เปรียบเสมือนการเดินทางของปลาบลูแทงค์ที่แหวกว่ายผ่านแสงเงาแห่งท้องทะเล ตัวเรือนสีฟ้าอ่อนและหน้าปัดสีน้ำเงินเข้มให้ความรู้สึกสงบ แต่ยังแฝงความสดใสด้วยขอบตัวเรือนที่แต่งแต้มด้วยสีเหลืองและสีเงิน เสมือนลวดลายเกลียวคลื่นที่สะท้อนแสงแดด รวมกันเป็นความสนุกสนานเหมือนปลาบลูแทงค์
Great Whiteพลังและความลึกลับใต้ผิวน้ำ
รุ่น Great White ถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ของฉลามขาว สัตว์นักล่าที่สง่างามแห่งมหาสมุทร ตัวเรือนสีเทาอ่อนและหน้าปัดสีขาวเรียบง่าย แฝงความลึกลับด้วยขอบตัวเรือนสีเทาเข้มและสีฟ้าอ่อน เสมือนการแหวกว่ายผ่านความลึกของท้องทะเล โดดเด่นด้วยเข็มวินาทีสีแดงที่เพิ่มจังหวะชีวิตให้กับนาฬิกา
ดั่งงูเลื้อยอย่างสง่างามในค่ำคืนที่พร่างพราวด้วยดวงดาว Arnold & Son เปิดตัว Perpetual Moon 41.5 Red Gold Year of the Snake เรือนเวลาแห่งศิลปะและความประณีตที่ผสานการแสดงค่าจันทรคติเข้ากับความวิจิตรของงานฝีมือชั้นสูง นาฬิกาเรือนนี้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองปีงูไม้ตามปฏิทินจีน ซึ่งจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 29 มกราคม 2025
ลองจินตนาการถึงท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ดวงจันทร์ลอยเด่นท่ามกลางดารานับพัน และงูสัตว์ที่ได้รับการยกย่องในวัฒนธรรมจีนกำลังเลื้อยไปบนหน้าปัดนาฬิกาเรือนนี้อย่างสง่างาม Arnold & Son Perpetual Moon 41.5 Red Gold Year of the Snake ไม่ใช่แค่นาฬิกา แต่มันคือบทกวีแห่งเวลา ที่ผสานความเชื่อโบราณกับงานฝีมือระดับมาสเตอร์พีซ
Arnold & Son ยังคงยึดมั่นในมรดกแห่งการผลิตเครื่องโครโนมิเตอร์ทางทะเล โดยการผสานกลไกที่ซับซ้อนเข้ากับความประณีตทางศิลปะ และใน Perpetual Moon 41.5 Red Gold Year of the Snake พวกเขาได้นำความเชื่อของชาวจีนมาผนวกกับศาสตร์แห่งการบอกเวลาได้อย่างลงตัว จึงเป็นผลงานที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณของการผสมผสานระหว่างศิลปะและวิศวกรรมชั้นสูง นาฬิการุ่นนี้เหมาะสำหรับนักสะสมที่ต้องการความพิเศษไม่ซ้ำใคร และผู้ที่ชื่นชมความงดงามของจักรราศี
Perpetual Moon 41.5 Red Gold Year of the Snake ไม่ได้เป็นแค่เรือนเวลาสุดพิเศษสำหรับนักสะสม แต่มันคือบทสนทนาระหว่างอดีตและปัจจุบัน ศิลปะและวิศวกรรม โลกตะวันออกและตะวันตก นี่คือนาฬิกาที่ไม่ได้บอกเวลาเพียงอย่างเดียว แต่มันบอกเล่าเรื่องราวที่มีเพียง 8 เรือนในโลก หากใครได้ครอบครองคงต้องเป็นคนที่โชคดีจริง ๆ
และนอกจากนี้ Submariner ยังได้รับความนิยมอย่างมากจากการที่ถูกสวมใส่โดยตัวละคร James Bond ในภาพยนตร์ที่ชื่อว่า Dr. No เมื่อปี 1962 ซึ่งเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของนาฬิกาในโลกของสายลับ 007 ด้วยการผสมผสานระหว่างความทนทานของนาฬิกาและความลึกลับของตัวละครทำให้ Submariner กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสง่างามและความเชื่อมั่นในตัวเอง
ในปี 1953 เกิดเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของการสำรวจโลก เมื่อ Sir John Hunt นำทีมสำรวจขึ้นไปพิชิต ยอดเขาเอเวอเรสต์ ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกที่มีความสูง 8,848 เมตร (29,029 ฟุต) โดยการเดินทางครั้งนี้มี Sir Edmund Hillary นักสำรวจจากนิวซีแลนด์ และ Tenzing Norgay ซึ่งเป็นชาวเนปาล เป็น 2 บุคคลแรกที่สามารถขึ้นไปถึงยอดเขาได้สำเร็จ ซึ่งเป็นการพิสูจน์ความท้าทายทางกายภาพและจิตใจอย่างยิ่ง
ในระหว่างการสำรวจนี้ Sir Edmund Hillary ได้สวมใส่ Rolex Oyster Perpetual ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความเชื่อมโยงระหว่างการสำรวจสุดท้าทายและการสร้างตำนานของนาฬิกาหรู โดย Rolex Oyster Perpetual เป็นนาฬิกาที่มีคุณสมบัติที่ทนทานและกันน้ำได้ดี ซึ่งเหมาะสมกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่รุนแรงและท้าทายเช่นนี้
Dior Grand Bal Plume: ร่ายรำแห่งความงดงามด้วยปีกนกสุดประณีต
สำหรับผู้ที่หลงใหลในความสง่างามและมนต์เสน่ห์ของศิลปะแห่งการสร้างสรรค์ Dior Grand Bal Plume คือเรือนเวลาที่สะท้อนความเป็นตัวตนของ Dior ได้อย่างสมบูรณ์แบบ รุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการร่ายรำในงานกาล่าดินเนอร์ สื่อถึงความหรูหราและชีวิตชีวาผ่านกลไกโรเตอร์ที่ประดับด้วยปีกนกธรรมชาติ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของคอลเลกชั่น Grand Bal
Dior Grand Bal Plume เหมาะอย่างยิ่งสำหรับค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลอง ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงส่งท้ายปี หรือโอกาสพิเศษที่ต้องการความประทับใจ เรือนเวลานี้จะเป็นเครื่องประดับที่สะกดทุกสายตา
เมื่อ Dior ขยับขีดจำกัดของความงดงาม Dior Grand Bal Milly La Nuit จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อสะท้อนมนตร์เสน่ห์ของค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความลึกลับและโรแมนติก ดุจดังแสงจันทร์ที่สาดส่องท่ามกลางงานเต้นรำสุดหรู
จุดเด่นที่ทำให้เรือนนี้เป็นมากกว่านาฬิกา
โรเตอร์ที่เปล่งประกาย: โรเตอร์ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Dior Grand Bal ทำหน้าที่ไม่ใช่เพียงแค่การขึ้นลานโดยอัตโนมัติ แต่ยังกลายเป็นส่วนหนึ่งของดีไซน์ที่โดดเด่น โดยใน Milly La Nuit ถูกประดับด้วยเพชร เปลือกหอยมุก และแผ่นทองคำ ที่ขยับราวกับกระโปรงบอลกาวน์ที่หมุนไปตามจังหวะการเต้นรำ
Dior Grand Bal Milly La Nuit เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับงานเลี้ยงหรูหราหรือปาร์ตี้ส่งท้ายปี ด้วยดีไซน์ที่เปล่งประกายและสะท้อนถึงความสง่างามของเจ้าของ ชวนให้ทุกสายตาหันมาจับจ้อง
“สวมใส่รุ่นนี้แล้วเดินเข้าสู่ค่ำคืนแห่งความทรงจำ“
ในตัวอย่างของ Grand Bal Milly La Nuit นั้น Dior ได้วางน้ำหนักที่แกว่งไปมาของโรเตอร์ขึ้นลานอัตโนมัติ Inversé ไว้ด้านบนหน้าปัดเพื่อจำลองรูปลักษณ์ของชุดดังกล่าวที่แกว่งไปมาบนฟลอร์เต้นรำ นอกจากนี้ ตัวเรือนยังได้รับการตกแต่งด้วยด้ายสีทอง ตาข่าย ไหม ขนนก หิน และปีกด้วง นอกจากนี้ยังมีการประดับด้วยทองคำชมพู แซฟไฟร์ และเพชรอีกด้วย
Dior Grand Soir “Year of the Snake”มนตร์เสน่ห์แห่งปีงู บทกวีแห่งโอตกูตูร์ที่สวมใส่ได้
ในจักรวาลของ Dior Grand Soir นาฬิกาแต่ละเรือนเปรียบเสมือนงานศิลปะชิ้นเอกที่สะท้อนจินตนาการของเมซง และในปีแห่งงู Dior Grand Soir “Year of the Snake” ก็ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองปีนักษัตรที่เปี่ยมด้วยความลึกลับและสัญลักษณ์แห่งความเฉลียวฉลาด
คอลเลกชั่น Grand Soir สะท้อนรสนิยมของนักออกแบบได้ดีที่สุดด้วยการนำวัสดุจากธรรมชาติ เช่น เปลือกหอยมุก และสัมผัสแห่งงานฝีมือ เช่น งานมาร์เกวทรี มาสร้างสรรค์หน้าปัดอันวิจิตรบรรจง
หน้าปัดของ Dior Grand Soir รุ่นนี้ถูกตกแต่งด้วยลวดลายงูที่ลื่นไหลราวกับกำลังเคลื่อนไหว มีการประดับเพชรหลากสีและพลอยที่ถูกคัดสรรอย่างพิถีพิถัน สร้างความรู้สึกถึงการร่ายรำของงูในป่าอันเงียบสงบ
ในช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง Dior Grand Soir “Year of the Snake” ไม่ได้เป็นเพียงนาฬิกา แต่คือคำประกาศแห่งความหรูหราและความสำเร็จ ที่เหมาะสำหรับการเป็นของขวัญหรือเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับทุกลุค
La D de Dior Rose Couture
La D de Dior Rose Couture คือ นาฬิกา จากแบรนด์ Dior ที่ได้รับการออกแบบให้มีความหรูหราและมีเสน่ห์แบบคลาสสิก ผสมผสานความงามของ ดอกกุหลาบ (Rose) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Dior โดยตัวเรือนของนาฬิกามีความประณีตและเต็มไปด้วยรายละเอียดที่สะท้อนถึงสไตล์ที่หรูหราและทันสมัย
ความพิเศษ:
La D de Dior Rose Couture เป็นนาฬิกาที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองผู้ที่ชื่นชอบความหรูหราและความมีระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิงที่มองหานาฬิกาที่สามารถใส่ในทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือในโอกาสพิเศษ
นาฬิการุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นนี้ผลิตขึ้นโดยใช้สายเรซินจากวัสดุชีวภาพ ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของมูลนิธิ Charles Darwin ในการปกป้องและอนุรักษ์ระบบนิเวศอันเป็นเอกลักษณ์ของหมู่เกาะกาลาปากอส การออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ G-SHOCK ในการรักษาความยั่งยืนและระบบนิเวศที่เปราะบางที่สุดของโลก
Golden Red Bamboo สะท้อนความสง่างามในความเรียบง่าย
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาที่บางและเบา แต่ยังคงความหรูหรา Swatch ได้นำเสนอ Golden Red Bamboo ซึ่งโดดเด่นด้วยการออกแบบที่สื่อถึงความสง่างามและพลังแห่งปีงู
สำหรับผู้ที่ชอบนาฬิกาขนาดใหญ่และโดดเด่น Swatch ได้รังสรรค์ Blue and Gold Lithe Dancer ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชัน Big Bold ที่มาพร้อมดีไซน์ที่สะท้อนพลังและความล้ำสมัย
คอลเลกชัน Year of the Snake นี้เป็นอีกตัวอย่างที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Swatch ในการสร้างสรรค์เรือนเวลาที่เข้าถึงง่าย แต่ยังคงเปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์และสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร
เพิ่งเข้าสู่เดือนมกราคมของศักราชใหม่แท้ ๆ แต่ทาง IWC ในฐานะการเป็นนาฬิกาอย่างเป็นทางการของทีมแข่งฟอร์มูลาวัน Mercedes-AMG Petronas ก็รีบเผยโฉมนาฬิกาเวอร์ชั่นแรกของซีซั่นปี 2025 สำหรับทีมแข่งชื่อดังนี้ออกมาแล้ว โดยใช้เรือนร่างของนาฬิกานักบิน Pilot’s Watch Mark XX ในรูปแบบ 3 เข็มพร้อมฟังก์ชั่นวันที่เป็นพื้นฐานในการสร้างความพิเศษ แล้วให้ชื่อว่า IWC Pilot’s Watch Mark XX Mercedes-AMG Petronas Formula One Team
สืบเชื้อสายมาตั้งแต่ยุค 1940s
Mark XX ที่ใช้เป็นฐานในการสร้างสรรค์ครั้งนี้ เป็นนาฬิกาเจเนอเรชั่นล่าสุดที่บอกเวลาแบบคลาสสิกด้วยเข็มกลางทั้งสามและแสดงวันที่ผ่านช่องหน้าต่าง โดยยังคงลักษณะการเป็น Pilot’s Watch ในขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก พอดี ๆ ซึ่งย้อนอดีตไปหาบรรพบุรุษได้ถึงทศวรรษ 1940s ในฐานะนาฬิกาสำหรับเจ้าหน้าที่ในกองทัพที่ให้ชื่อว่า Mark X โดยทาง IWC นำกลับมาสร้างขึ้นอีกครั้งตั้งแต่ปี 1993 ด้วยรุ่น Mark XII และออกใหม่ต่อเนื่องกันมาเรื่อย ๆ จนถึง Mark XX ในปัจจุบัน
งู: สัญลักษณ์แห่งปัญญา เสน่ห์ และการเปลี่ยนแปลง หลังจากเฉลิมฉลองปีมังกรในปีก่อน Hublot ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์นาฬิการุ่นพิเศษสำหรับปีใหม่จีนอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้ถึงคิวของ “งู” สัตว์ในจักรราศีจีนที่เป็นตัวแทนของปัญญา เสน่ห์ และการเปลี่ยนแปลง Spirit of Big Bang รุ่นล่าสุดจึงได้รับแรงบันดาลใจจากงู พร้อมการออกแบบที่บ่งบอกถึงความพิถีพิถันและเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
ดีไซน์ที่สื่อถึงพลังของงูในทุกมุมมอง Hublot Spirit of Big Bang Year of the Snake เป็นนาฬิกาที่ผสมผสานความล้ำสมัยและศิลปะได้อย่างลงตัว ตัวเรือนทรงตอนโน ผลิตจากเซรามิกแต่งผิวไมโครบลาสต์และขัดเงา ยกเว้นงูจิ๋วชุบทองที่ขดอยู่รอบส่วนหน้าปัดของแผ่นหน้าปัดแซฟไฟร์ที่มีรายละเอียดน่าประทับใจ เข็มนาฬิกาและเครื่องหมายได้รับการตกแต่งด้วยสีทองที่เข้ากัน และมีโลโก้ Hublot ปรากฏอยู่บนกระจก
กลไกที่ทรงพลังและเปี่ยมด้วยเทคโนโลยี นาฬิการุ่น Spirit of Big Bang Year of the Snake ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ สำรองพลังงานได้ 50 ชั่วโมง ทำงานที่ความถี่สูงถึง 36,000 ครั้ง/ชั่วโมง Cal.HUB4700 พร้อมฟังก์ชั่นโครโนกราฟแบบคอลัมน์วีล และใช้เอสเคปวีลที่ทำจากซิลิกอน ที่พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของกลไกระดับตำนาน Zenith El Primero พร้อมตกแต่งรายละเอียดแบบทันสมัย ทั้งการตัดโครงสร้างมาในรูปแบบสเกเลตัน และใช้ดิสก์วันที่แบบสเกเลตัน โดยสามารถมองเห็นได้ผ่านหน้าปัดแซพไฟร์คริสตัลและฝาหลังที่กรุด้วยแซฟไฟร์คริสตัล
Hublot Spirit of Big Bang Year of the Snake ผลิตขึ้นเพียง 88 เรือนทั่วโลก หากต้องการสัมผัสความพิเศษนี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Hublot.com
ข้อมูลทางเทคนิค: Hublot Spirit of Big Bang Year of the Snake
ลวดลายงูที่กำลังขดตัวและเกาะอยู่บน เห็ดหลินจือ นี้ ได้แรงบันดาลใจมาจาก “Legend of the White Snake” (ตำนานรักนางพญางูขาว) อันโด่งดัง เป็นการผสมผสานงานศิลปะเข้ากับเรื่องเล่าปรัมปราได้อย่างลงตัว และเพื่อให้สมกับความเป็นลิมิเต็ดเอดิชั่น
ภาพงูนี้ยังถูกล้อมรอบด้วยข้อความพิเศษว่า ‘2025 YEAR OF THE SNAKE LIMITED EDITION ONE OF 2025’ ยิ่งตอกย้ำความพิเศษและคุณค่าของนาฬิกาเรือนนี้ ที่ไม่ได้มีแค่ความสวยงาม แต่ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวและสัญลักษณ์แห่งความมงคล
Tissot Seastar 1000 ChronographHublot Big Bang Unico Integrated King Gold Rainbow
ความสนุกของการจับคู่ MBTI กับแฟชั่นคือการสร้างแรงบันดาลใจให้คนรู้สึกว่า “This is who I am, and I own it with pride.” ทุกลุคคือการแสดงออกถึงความเป็นตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นผ่านเสื้อผ้า นาฬิกา หรือการเลือกไอเท่มที่ใช่
Arnold & Son ไม่ใช่แบรนด์ใหม่ในการเล่นกับฟังก์ชั่นมูนเฟส ที่เต็มไปด้วยจินตนาการ เราเคยเห็นผลงานเด่น ๆ เช่น Luna Magna ซึ่งเปิดตัวในปี 2021 ที่มาพร้อมกับตัวชี้วัด Moonphase รูปทรงกลมขนาดใหญ่ที่สุดชิ้นหนึ่งในวงการนาฬิกา อย่างไรก็ตาม Arnold & Son ยังแสดงความเคารพต่อการออกแบบในแบบดั้งเดิมด้วยคอลเลกชันอย่าง Perpetual Moon ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2013
แรงบันดาลใจจากธรรมชาติในบ้านเกิดของ John Arnold สำหรับผลงานล่าสุดในคอลเลกชัน Perpetual Moon นั้น Arnold & Son ได้นำแรงบันดาลใจจากธรรมชาติในสวนเฟิร์นเขียวชอุ่มของเมืองคอร์นวอลล์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ John Arnold (1736-1799) ช่างทำนาฬิกาผู้โด่งดังแห่งยุคและผู้ก่อตั้งแบรนด์
ในเกียรติแก่มรดกของ John Arnold ที่เป็นผู้ผลิตมารีนโครโนมิเตอร์ที่แม่นยำเพื่อการเดินเรือในศตวรรษที่ 18 ดวงจันทร์จึงถูกล้อมรอบด้วยกลุ่มดาว Ursa Major และ Cassiopeia ซึ่งถูกวาดด้วยมือและเคลือบด้วยวัสดุเรืองแสง โดยกลุ่มดาวทั้ง 2 นี้เคยเป็นจุดสังเกตสำคัญในท้องฟ้ายามค่ำคืน
การเคลื่อนไหวของกลไก Arnold & Son Cal.A&S1512 ถูกนำเสนอผ่านฝาหลังจากกรุกระจกแซพไฟร์โปร่งใส ซึ่งเปิดให้เห็นกลไกการทำงานของเครื่องที่มีความซับซ้อน ส่วนการแสดงฟังก์ชั่นมูนเฟส ก็รองรับการแสดงผลวงโคจรการเคลื่อนที่ของดวงจันทร์อย่างแท้จริง จึงมอบความแม่นยำได้อย่างน่าประทับใจ
นาฬิกา Arnold & Son รุ่น Limited Edition Perpetual Moon 41.5 Platinum สี Fern Green รุ่น “Clear Skies” ผลิตขึ้นเพียง 28 เรือนเท่านั้น โดยมีจำหน่ายแล้วตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถพบได้ที่เว็บไซต์ของ Arnold & Son
แม้จะมีผลงานเพียงเล็กน้อย แต่เบื้องหลัง Berneron Mirage กลับกวาดรางวัลมากมาย รวมถึง Audacity Award จากเวที Grand Prix d’Horlogerie de Genève 2024 ที่ยกย่องในความกล้าหาญและไม่เหมือนใคร
ในขณะที่เทคโนโลยีครองโลก นาฬิกาจักรกล (Mechanical Watches) ยังคงมีมนต์เสน่ห์ที่ไม่มีวันจางหาย แบรนด์ดังอย่าง Patek Philippe และ A. Lange & Söhne ได้นำเสนอคอลเลกชันใหม่ที่เน้นความซับซ้อนของกลไก เช่น Minute Repeater และ Tourbillon พร้อมกับการปรับดีไซน์ให้ทันสมัยขึ้น
R TO 27 QR SID LU CL Manual winding จาก Patek Philippe
ตัวอย่างเช่น Louis Vuitton ที่พัฒนานาฬิกาสมาร์ตวอทช์รุ่น Tambour Horizon Light Up ด้วยฟีเจอร์หน้าปัดดิจิตอลที่สามารถปรับเปลี่ยนลวดลายได้ตามสไตล์ของผู้สวมใส่ หรือ Hermès x Apple Watch ที่ต่อยอดความสำเร็จด้วยสายหนังรุ่นใหม่ที่ประดิษฐ์จากหนังแท้ระดับพรีเมียม พร้อมการออกแบบ UI พิเศษที่สะท้อนเอกลักษณ์ของ Hermès
นาฬิกา Louis Vuitton Tambour Horizon Light Up Connected
นอกจากนี้ แบรนด์นาฬิกาอย่าง TAG Heuer ได้ร่วมมือกับแบรนด์เกมชั้นนำ ก็มีนาฬิการุ่นพิเศษที่มีธีมเกี่ยวกับเกมยอดนิยม เช่น Super Mario หรือ Pokémon ซึ่งไม่เพียงแต่ดึงดูดคนรุ่นใหม่ แต่ยังขยายตลาดของนาฬิกาหรูให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่หลงใหลในวัฒนธรรมป๊อป