เปิดตำนาน Wimbledon พร้อม Rolex เผยเบื้องหลังทุกก้าวสู่บัลลังก์แห่งแชมป์

Date:

Wimbledon กับ Rolex เส้นทางสู่บัลลังก์แห่งแชมป์ที่ถักทอด้วยหัวใจและความเที่ยงตรง

เจนีวา ฤดูใบไม้ผลิ 2025… Rolex เฉลิมฉลองจิตวิญญาณแห่งชัยชนะของนักเทนนิส ด้วยการรำลึกถึงเส้นทางอันเปี่ยมด้วยความทุ่มเทและอารมณ์ความรู้สึก ที่หลอมรวมเป็นช่วงเวลาแห่งความสำเร็จอันมิได้จำกัดเพียงแค่การคว้าถ้วยรางวัล ทว่าคือการเลือกเส้นทางเดินของตัวเอง

จินตนาการถึงวินาทีอันทรงเกียรติ จากห้องแต่งตัวสู่สนาม Centre Court อันศักดิ์สิทธิ์ของ The Championships, Wimbledon แม้จะเป็นระยะทางเพียงสองนาทีครึ่ง แต่ช่วงเวลานี้กลับยิ่งใหญ่และเป็นที่จดจำที่สุดในโลกเทนนิส นักเทนนิสระดับตำนาน ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ล้วนเคยย่างกรายผ่านโถงทางเดินของ All England Lawn Tennis & Croquet Club (AELTC) แห่งนี้มาแล้วทั้งสิ้น

ไม่เว้นแม้แต่นักกีฬาในครอบครัว Rolex อย่าง บียอร์น บอร์ก (Björn Borg) โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ (Roger Federer) การ์บิญเญ่ มูกูรูซา (Garbiñe Muguruza) และสองดาวเด่นแห่งยุคปัจจุบันอย่าง เบลินดา เบ็นซิช (Belinda Bencic) และ คาร์ลอส อัลคาราซ (Carlos Alcaraz) ต่างเคยเผชิญหน้ากับโชคชะตาภายใต้สายตาของคนทั่วโลก ณ ที่แห่งนี้

เปิดตำนาน Wimbledon พร้อม Rolex

หนึ่งศตวรรษแห่งประวัติศาสตร์และพันธมิตร

นับตั้งแต่ปี 1877 ที่การแข่งขันวิมเบิลดันได้ถือกำเนิดขึ้น ประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าของทัวร์นาเมนต์นี้ก็ได้ถูกจารึกผ่านกาลเวลาและความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ จนกระทั่งหนึ่งศตวรรษต่อมาในปี 1978 Rolex ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะ ผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการ (Official Timekeeper) ของวิมเบิลดัน

บียอร์น บอร์ก เจ้าของแชมป์วิมเบิลดัน 5 สมัยติดต่อกัน (1976-1980) และ 11 แชมป์แกรนด์สแลม ตลอดอาชีพที่รุ่งโรจน์ของเขา ได้กล่าวถึงช่วงเวลานั้นไว้อย่างน่าประทับใจว่า

“การได้เป็นส่วนหนึ่งของยุคทองในทศวรรษ 1970 ถือเป็นสิ่งที่ผมภาคภูมิใจมากครับ เทนนิสได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในกีฬาระดับโลก และการที่ Rolex เข้ามามีบทบาทในวงการก็ถือเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายอย่างยิ่ง วิมเบิลดันเป็นการแข่งขันที่พิเศษมากครับ เต็มไปด้วยขนบธรรมเนียมต่างๆ และนั่นก็ทำให้การแข่งขันรายการนี้เป็นเสมือนจุดสูงสุดของวงการเทนนิสเลยทีเดียว”

เขายังเล่าถึงความฝันในวัยเด็กว่า

“ในวัยเด็ก ผมมีความฝันอยู่สามอย่างครับ หนึ่งคือการได้เป็นตัวแทนทีมชาติสวีเดน ลงแข่งขันในศึก Davis Cup สองคือการได้เดินลงสู่สนาม Centre Court ที่วิมเบิลดันและได้เล่นแมตช์หนึ่ง และสามคือการคว้าแชมป์แกรนด์สแลมสักหนึ่งรายการ” นี่คือถ้อยคำที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและแรงบันดาลใจอันบริสุทธิ์ของนักกีฬาผู้ยิ่งใหญ่

เปิดตำนาน Wimbledon พร้อม Rolex

ประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์บนสนามหญ้าแห่งตำนาน

ตั้งแต่วินาทีที่พิธีกรประกาศเชิญผู้เล่นลงสู่สนาม Centre Court เหล่านักกีฬาจะได้รับการนำทางผ่านโถงทางเดินของ All England Clubhouse ลัดเลี้ยวผ่านหน้า Royal Box และรูปถ่ายของอดีตแชมป์ผู้ยิ่งใหญ่ ก่อนจะก้าวลงบันไดซึ่งอยู่ไม่ไกลจากถ้วยรางวัลและบอร์ดรายชื่อผู้ชนะในประวัติศาสตร์ และจะหยุดอยู่ ณ จุดหนึ่งเป็นเวลา 20 วินาทีอย่างพอดิบพอดี จากจุดนั้นเอง พวกเขาจึงจะได้ก้าวเข้าสู่สนามแข่งขันอันเป็นตำนานเก่าแก่ที่สุดของวงการเทนนิส

บนสนามหญ้าอันเขียวขจี ท่ามกลางผู้ชมกว่า 15,000 คนในสนาม และผู้ชมอีกหลายล้านคนทั่วโลก การเดินเข้าสู่สนามแห่งนี้ถือเป็นประสบการณ์อันทรงเกียรติและไม่เหมือนใคร ซึ่งยากจะเตรียมตัวล่วงหน้าได้ เป็นสิทธิพิเศษที่มอบให้เฉพาะนักกีฬาผู้ที่ได้รับโอกาสชิงถ้วยเกียรติยศในศึกวิมเบิลดันเท่านั้น

ในฤดูร้อนนี้ วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน คาร์ลอส อัลคาราซ แชมป์วิมเบิลดันคนปัจจุบัน เจ้าของแชมป์แกรนด์สแลม 4 สมัย และเป็น Rolex Testimonee ตั้งแต่ปี 2022 ได้กล่าวถึงความรู้สึกของเขาว่า

“วิมเบิลดันเป็นทัวร์นาเมนต์ที่พิเศษจริงๆ ครับ ทันทีที่คุณเดินผ่านประตูเข้าสู่สนาม เหมือนกับได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต มันให้ความรู้สึกเหมือนคุณกำลังเดินตามรอยของตำนานผู้ยิ่งใหญ่ นักกีฬาทุกคนล้วนสวมชุดสีขาวลงแข่ง และสโมสร All England Club ก็งดงามเป็นอย่างยิ่ง มันเป็นบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเล่นเทนนิสครับ ความเป็นเลิศและความสง่างามที่การแข่งขันนี้นำมาสู่วงการเทนนิส ทำให้วิมเบิลดันมีความพิเศษ และเป็นการจับคู่กับ Rolex ที่สมบูรณ์แบบ”

วิมเบิลดันยังคงเป็นเพียงการแข่งขันแกรนด์สแลมเพียงรายการเดียวที่ยังคงจัดขึ้นบนพื้นสนามแบบดั้งเดิมของกีฬาเทนนิส โดยหญ้าในสนามจะได้รับการดูแลให้มีความสูงอยู่แค่ 8 มิลลิเมตรตลอดระยะเวลาสองสัปดาห์ของการแข่งขัน ขณะที่บรรดาแชมป์ของวงการกำลังเตรียมก้าวลงสู่สนามแห่งประวัติศาสตร์นี้ พวกเขาต่างมุ่งมั่นที่จะรักษามาตรฐานความแม่นยำในทุกแต้มและทุกเกม เพื่อเดินตามรอยความสำเร็จของวีรบุรุษผู้มาก่อน และมีเพียงผู้ที่สามารถควบคุมอารมณ์และทักษะของพวกเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบเท่านั้น ที่จะพร้อมเผชิญหน้าบนเส้นทางอันยิ่งใหญ่ของวงการเทนนิส และมีโอกาสได้สัมผัสถ้วยรางวัลแห่งวิมเบิลดันอันทรงเกียรติอย่างแท้จริง

เปิดตำนาน Wimbledon พร้อม Rolex

ROLEX และพันธสัญญาแห่งเทนนิส

Rolex เฉลิมฉลองความสำเร็จของมนุษย์ ด้วยการยกย่องการเดินทางที่เต็มไปด้วยหมุดหมายแห่งความมุ่งมั่น และอารมณ์ความรู้สึก ซึ่งนำไปสู่ช่วงเวลาแห่งความสำเร็จจากการตัดสินใจเลือกเส้นทางเดินของตัวเองที่ไม่ใช่เพียงแค่การคว้าถ้วยรางวัลมาครอง ความผูกพันอันแน่นแฟ้นระหว่างกีฬาเทนนิสกับผู้ผลิตนาฬิกาสัญชาติสวิสอย่าง Rolex ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของปรัชญาอันยั่งยืนนี้เริ่มต้นย้อนกลับไปเกือบครึ่งศตวรรษ เมื่อ Rolex ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับการแข่งขันวิมเบิลดันเป็นครั้งแรกในปี 1978

นับแต่นั้นเป็นต้นมา Rolex ได้กลายเป็นผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการ (Official Timekeeper) ให้กับการแข่งขันระดับ Grand Slam ทั้ง 4 รายการ ได้แก่ Australian Open, Roland-Garros, The Championships, Wimbledon และ US Open ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ตำนานแห่งวงการเทนนิสมากมายได้ก้าวเข้าสู่ครอบครัว Rolex Testimonee ไม่ว่าจะเป็น ร็อด เลเวอร์ (Rod Laver), บียอร์น บอร์ก (Björn Borg), คริส เอเวิร์ต (Chris Evert) และ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ (Roger Federer)

ความมุ่งมั่นของ Rolex ต่อวงการเทนนิสยังขยายครอบคลุมถึงสมาคมนักเทนนิสอาชีพชาย (ATP) และสมาคมนักเทนนิสอาชีพหญิง (WTA) การแข่งขันรายการใหญ่อย่าง Masters 1000, WTA 1000, Nitto ATP Finals, WTA Finals และการแข่งขันประเภททีมชั้นนำอย่าง Laver Cup และ Davis Cup Finals ในการแข่งขันเหล่านี้ บรรดา Rolex Testimonee ยังคงมุ่งมั่นผลักดันขีดจำกัดของความสามารถและความพยายามในสนามอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ Grand Slam คนล่าสุดอย่าง คาร์ลอส อัลคาราซ (Carlos Alcaraz), โคโค กอฟฟ์ (Coco Gauff), ยานนิก ซินเนอร์ (Jannik Sinner) และ อีกา ชฟียอนเต็ก (Iga Świątek) รวมถึงนักกีฬารุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง มีร์รา อันเดรเยวา (Mirra Andreeva), เทย์เลอร์ ฟริตซ์ (Taylor Fritz), เบน เชลตัน (Ben Shelton), สเตฟานอส ซิตซิปาส (Stéfanos Tsitsipás) และ ฉินเหวิน เจิ้ง (Qinwen Zheng) ซึ่งต่างได้รับการสนับสนุนจาก Rolex ในการแสวงหาความเป็นเลิศสูงสุดของวงการเทนนิสในยุคปัจจุบัน

อ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่:
จุดเริ่มต้นตำนาน: Rolex ‘Rainbow Zenith’ Daytona ที่หาได้เพียงเรือนเดียวในโลก
ย้อนยุค 1920s ทศวรรษทองคำ ที่เขย่าวงการนาฬิกาข้อมือ

Share post:

More like this

ชมนาฬิกา Cartier คอลเลกชันล่าสุด ส่งตรงจาก Watches and Wonders 2026 มาจัดแสดงครั้งแรกในไทย ณ พารากอนบูติก

มาครบทั้ง Santos-Dumont, Tank Louis Cartier, Baignoire และ Roadster ที่หลายคนคิดถึง สื่อมวลชนหลายๆ...

Titoni ฉลอง 38 ปีแห่งพันธมิตรระหว่าง Titoni และ UKT พร้อมเดินหน้าสู่อนาคตด้วยวิสัยทัศน์ทีมผู้บริหารรุ่นใหม่

พร้อมเปิดตัว Seascoper 300, The 38th นาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชัน 38 เรือน สำหรับแฟนชาวไทย...

พาชมนาฬิกา MING 37.06 Royal Selangor หัตถศิลป์แห่งกัวลาลัมเปอร์

MING จับมือ Royal Selangor ผู้ผลิตเครื่องดีบุกระดับตำนาน เปิดตัว MING 37.06 Royal Selangor ชูหน้าปัดดีบุกตอกลายด้วยมือ ในตัวเรือนไทเทเนียม Grade 2 ขนาด 38 มม. ผลิตจำกัดเพียง 88 เรือน

Introducing: นิยามใหม่แห่งเรือนเวลาทรงเหลี่ยม Hanhart Square by Square Prototype

Hanhart เปิดตัว Square by Square เรือนเวลาทรงสี่เหลี่ยมดีไซน์ล้ำยุคที่พัฒนาขึ้นร่วมกับ Studio Supercreative สำหรับงาน Dubai Watch Week x Grail Watch ผลิตจำกัดในรูปแบบพรอโตไทป์เพียง 6 เรือนทั่วโลก