เมื่อความกระหายยังไม่สิ้นสุด Time Eater Tourbillon จากการผนึกกำลังของ Louis Erard และ Konstantin Chaykin ถือกำเนิดขึ้น

Date:

ปลดปล่อยความบ้าคลั่งแห่งเวลา การผงาดขึ้นของ Time Eater Tourbillon สองอสุรกายที่พร้อมกัดกินทุกกฎเกณฑ์

ใครจะคิดว่าการเฝ้ารอคอยอะไรบางอย่างนานๆ จะสนุกได้ขนาดนี้? ไม่ใช่แค่กาแฟยามเช้า หรือซีรีส์เรื่องโปรดตอนใหม่เท่านั้นนะ แต่นี่เรากำลังพูดถึง Time Eater อสุรกายผู้เขมือบเวลาที่ทุกคนเคยกรีดร้องต้อนรับ กลับมาอีกครั้ง และครั้งนี้… บอกเลยว่าสนุกกว่าเดิมเยอะ

Time Eater Tourbillon: The Monster Returns with a Vengeance

จำกันได้ไหมว่าเคยมีอสูรกายหน้าตาประหลาด ที่มีตาเดียว ปากเดียว และสองเข็มนาฬิกาที่ไม่เคยเดินตามใคร โผล่มาเขย่าวงการนาฬิกาให้แตกตื่น? ใช่แล้ว เรากำลังพูดถึงเจ้า Time Eater ที่ทุกคนเทใจให้ฉายา แต่คราวนี้มันไม่ได้กลับมาแค่เขี้ยวเล็บเดิมๆ

เพราะใต้ปากอันกว้างขวางนั้น มี “ลิ้นกลไก” ที่หมุนวนอยู่ และกลไกนี้แหละ ที่เป็นลายเซ็นของ Konstantin Chaykin อย่างไม่ต้องสงสัย ใช่แล้วนี่คือ Time Eater Tourbillon ที่ยังคงเอกลักษณ์และจิตวิญญาณของความร่วมมือสุดบ้าคลั่งระหว่าง Louis Erard และ Konstantin Chaykin ไว้อย่างเต็มเปี่ยมถึงสองเวอร์ชัน หนึ่งสำหรับเขา หนึ่งสำหรับเรา โดยที่ราคาไม่กัดกระเป๋าแม้ปากจะอ้ากว้างแค่ไหน นี่คือรุ่นที่ต้องจับตา และจับจองให้มั่น

ฟังคุณ Manuel Emch ซีอีโอของ Louis Erard เล่าถึงเบื้องหลังความร่วมมือครั้งนี้สิครับ เขาบอกว่า “Konstantin Chaykin อยากให้มันบ้าคลั่งกว่าเดิม อยากได้ความซับซ้อนที่เหนือชั้นกว่าเก่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งทูร์บิญอง และเมื่อ Konstantin Chaykin อยากสร้างอสุรกายขึ้นมาปั่นป่วนวงการ ใครจะกล้าปฏิเสธล่ะจริงไหม?”

เขาสายตาเป็นประกายแล้วพูดต่อว่า “และนั่นคือเหตุผลที่เรามาอยู่ตรงนี้กับนาฬิกาสองรุ่น สองอสุรกาย ที่ยังคงจิตวิญญาณดั้งเดิมไว้ครบถ้วน เพียงแต่มาพร้อมการตีความและการนำเสนอที่แตกต่างกันออกไป หนึ่งเรือนสำหรับ Chaykin หนึ่งเรือนสำหรับเรา นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของกลยุทธ์เลยนะ แต่มันคือการปล่อยให้นักประดิษฐ์อิสระสองคนได้ออกนอกกรอบ สร้างสรรค์ ‘สิ่งมีชีวิต’ ที่ไม่ใช่แค่นาฬิกา พวกเราสนุกกันมาก ทั้งสร้างสรรค์ ทั้งส่งเสียงดัง และปล่อยให้อสุรกายตัวนี้ได้โลดแล่นอย่างเต็มที่ เพราะเวลาไม่ได้มีแค่การเดินไปข้างหน้า เราต่างหากที่ทำให้มัน ‘กัด’ ได้ และเจ้าอสูรตัวนี้น่ะเหรอ? มันยังหิวไม่หยุด” ถ้อยคำของคุณ Emch สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายและความสนุกในการสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้อย่างแท้จริง

Time Eater Tourbillon: The Monster Returns with a Vengeance

เจาะลึกทุกรายละเอียดของเจ้าอสุรกายแห่งเวลา

มาทำความรู้จักกับสิ่งมีชีวิตเรือนนี้กันให้มากขึ้นดีกว่า เพราะนอกเหนือจากการเปิดตัวนาฬิกาทั่วไป นี่คือการกำเนิดสิ่งมีชีวิตใหม่ๆ ที่มีกลไกซับซ้อนอย่างทูร์บิญอง (Tourbillon) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ แน่นอนว่าอสุรกายเรือนนี้มาใน 2 เวอร์ชันที่นักสะสมจะต้องเลือกไม่ถูกเลยทีเดียวว่าจะครอบครองตัวไหนดี เพราะมีทั้งรุ่นที่จำหน่ายโดย Louis Erard และอีกรุ่นโดย Konstantin Chaykin เองเลย

แต่ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน คุณก็จะยังได้สัมผัสกับเอกลักษณ์เฉพาะตัวของอสุรกายตัวนี้ ไม่ว่าจะเป็นหน้าปัดบอกชั่วโมงแบบ ตาเดียว อันเป็นเอกลักษณ์ เข็มนาทีกลางหน้าปัดที่แสนจะจอมขบถ เดินอย่างอิสระ ไม่ตามใคร ไปจนถึงเม็ดมะยมที่สลักชื่อ Chaykin เอาไว้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมืออันน่าตื่นเต้นนี้

และที่พิเศษไปกว่านั้นคือส่วนของปากที่มาพร้อมฟันแหลมคม ขากรรไกรที่อยู่กับที่ พร้อม “ลิ้นสีแดงกลไก” ที่หมุนวนบอกวินาที อยู่ในตำแหน่ง 6 นาฬิกาอย่างน่าทึ่ง ส่วนใบหน้าของเจ้าอสูรก็มีลูกเล่น ด้วยวงแหวนนาทีที่ใช้รหัสสีเป็นตัวบอกเรื่องราวทั้งหมด โดยสีเขียวจะหมายถึงรุ่นของ Louis Erard และสีน้ำเงินสำหรับ Chaykin

Tourbillon ที่ไม่ธรรมดา การกลับมาของ Time Eater Tourbillon

เมื่อการมาถึงของทูร์บิญองเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มันจึงไม่ได้ย่างกรายเข้ามาอย่างเงียบเชียบ หากแต่มาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างของเจ้าอสุรกาย ที่จริงแล้วสำหรับ Konstantin Chaykin นี่ไม่ใช่แค่กลไกซับซ้อนธรรมดา แต่มันคือเรื่องส่วนตัวที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบาย เพราะเขาคือผู้บุกเบิกสร้างสรรค์ Tourbillon เรือนแรกๆ ของรัสเซีย ไม่เพียงเท่านั้น ในปี 2021 เขายังสร้างประวัติศาสตร์ด้วย Martian Tourbillon ซึ่งกลายเป็นนาฬิการัสเซียที่มีราคาสูงที่สุดเท่าที่เคยขายมา นั่นเป็นเครื่องยืนยันว่า Chaykin เขาสร้างสรรค์ “อสุรกาย” ที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาและจิตวิญญาณอย่างแท้จริง

Time Eater Tourbillon: The Monster Returns with a Vengeance
Time Eater Tourbillon: The Monster Returns with a Vengeance

เมื่อ Time Eater ได้กัดกินกลไกใหม่เข้าไป มันจึงกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่แสนขบถ และถูกรังสรรค์ออกมาในสองสีสันอันโดดเด่นสะดุดตา คือรุ่นวงแหวนนาทีสีเขียว ซึ่งผลิตเพียง 78 เรือน มาพร้อมสายหนังสีเขียวเข้มราวกับคางคก และเป็นรุ่นที่ Louis Erard รับหน้าที่จัดจำหน่าย ส่วนอีกรุ่นคือวงแหวนนาทีสีน้ำเงิน ที่ผลิตเพียง 28 เรือนเท่านั้น มาพร้อมสายหนังลูกวัวลายเกรน และ Chaykin จะเป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว

ตัวเรือนขนาด 42 มม. ได้เผยให้เห็นความงดงามของทูร์บิญองแบบเปลือยเปล่า พร้อมลิ้นสีแดงที่หมุนวนบอกวินาทีได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ หัวใจของมันคือกลไกไขลาน Caliber BCP T02 ที่ประดับตกแต่งด้วยลวดลาย Côtes de Genève แบบวงกลมละเอียดอ่อน กรงทูร์บิญองหมุนครบรอบทุกๆ 60 วินาที พร้อมมอบพลังงานสำรองให้คุณได้นานถึง 100 ชั่วโมง

Time Eater Tourbillon: The Monster Returns with a Vengeance
Time Eater Tourbillon: The Monster Returns with a Vengeance

และแม้ทูร์บิญองจะเป็นกลไกที่ขึ้นชื่อเรื่องความซับซ้อนและราคาที่เข้าถึงยาก แต่อสุรกายตัวนี้กลับมาพร้อมรอยยิ้มกว้างและลิ้นที่แลบออกมาอย่างเป็นกันเอง ด้วยราคาที่ไม่ได้กัดกระเป๋าเลยแม้แต่น้อย นี่คืออสุรกายทางเทคนิคที่มาพร้อมราคาที่ไม่น่ากลัวเลยแม้แต่นิดเดียว

ไม่ต้องกลัวหลงทางในโลกสีสัน

ถ้าคุณเริ่มสับสนว่าเจ้าอสุรกายตัวไหนเป็นของใครกันแน่ ไม่ต้องกังวลเลย มีวิธีจำง่ายๆ ก็คือรุ่นสีเขียวนั่นแหละที่เป็นของ Louis Erard เพราะสีเขียวนั้นเป็นการหยิบเอาความขี้เล่นจาก Time Eater รุ่นแรก และ Joker นาฬิกาสุดไอคอนิกของ Chaykin มาเชื่อมโยงกันอย่างลงตัว และคุณจะต้องหลงรักมันแน่นอน

Time Eater Tourbillon: The Monster Returns with a Vengeance

จาก Regulator สู่ Tourbillon… แล้วอะไรจะเกิดต่อจากนี้?

ตอนนี้เราได้เห็นแล้วว่าจาก Regulator สู่ทูร์บิญองความบ้าคลั่งของผู้สร้างทั้งสองนั้นเดินทางมาไกลแค่ไหน แต่หลังจากนี้ล่ะ? อะไรกันนะที่ซุ่มซ่อนอยู่ในเงามืด ไม่มีใครรู้ได้เลยจริงๆ ว่าการร่วมงานครั้งต่อไปของสองนักสร้างสรรค์นี้จะพาเราไปพบกับอะไรที่ทำให้เราต้องร้องว้าวอีกครั้ง ทุกคนคิดว่ายังไงกันบ้าง? มาลองเดาดูไหมว่าโปรเจกต์บ้าๆ ครั้งหน้าของพวกเขาจะเป็นอะไร?

ข้อมูลทางเทคนิค
Time Eater Tourbillon
  • ตัวเรือน: สเตนเลสสตีลขัดเงา ขนาด 42 มม. หนา 12.65 มม. กันน้ำ 50 เมตร เม็ดมะยมเป็นเอกลักษณ์ของ Chaykin มาพร้อมกระจกแซฟไฟร์โดมกันรอยทั้งด้านหน้าและฝาหลังโชว์กลไก
  • หน้าปัด: ดีไซน์หน้าตาอสุรกาย มีดิสก์ตาเดียวบอกชั่วโมง เข็มนาทีกลางแบบขบถ และวงแหวนนาทีเป็นรหัสสี (เขียวสำหรับ Louis Erard และน้ำเงินสำหรับ Chaykin) ปากฟันแหลมคมที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา พร้อมลิ้นสีแดงกลไกที่หมุนบอกวินาที (ติดตั้งบนกรงทูร์บิญอง)
  • กลไก: Caliber BCP T02 แบบไขลาน (Manual-winding) พัฒนาโดย BCP Tourbillons (Olivier Mory) เป็นกลไกทูร์บิญองที่กรงหมุนครบ 1 รอบทุก 60 วินาที ความถี่ 21,600 vph (3 Hz) และสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 100 ชั่วโมง ตกแต่งด้วยลาย Côtes de Genève แบบวงกลม
  • ฟังก์ชัน: บอกชั่วโมง (ผ่านดิสก์ตาเดียว) นาที (เข็มกลาง) วินาที (ผ่านลิ้นบนทูร์บิญอง)
  • สาย: มีให้เลือกคือรุ่นสีเขียว มาพร้อมสายหนังคางคก (Toad leather) สีดำเดินด้ายเขียว พร้อมบุด้วยหนังกระต่ายสีเขียว ส่วนรุ่นสีน้ำเงิน มาพร้อมสายหนังลูกวัวลายเกรนสีดำ เดินด้ายสีเดียวกันทั้งสองรุ่นมาพร้อมหัวเข็มขัดสตีลขัดเงา และสปริงบาร์แบบ Quick-release ถอดเปลี่ยนง่าย

บทความอื่นที่น่าสนใจ:
THE REASON WHY: Louis Erard x Konstantin Chaykin III “The Time Eater” การกลับมาของอสูรกายแห่งกาลเวลา
The Impressive Bovet Virtuoso XI Skeleton Tourbillon

Share post:

More like this

พาชมเรื่อนเวลาล่าสุดของ H. Moser & Cie. ในรุ่น Endeavour Flyback Chronograph Dual Time Date ซ่อนโครโนกราฟไว้ตรงไหน? 

วิเคราะห์ศาสตร์แห่งการตัดทอนของ H. Moser & Cie. ในรุ่น Endeavour Flyback Chronograph กับการปฏิวัติกลไก AgenGraphe สู่ร่างไขลานเพื่อซ่อน 3 ฟังก์ชันใหญ่ไว้บนแกนกลาง

พาชมเบื้องหลังความวิจิตรของ Jaeger-LeCoultre Reverso Hybris Artistica “Pegasus” กับงานสลักเสลามือกว่า 180 ชั่วโมง

วิเคราะห์เบื้องหลังการผสาน Gyrotourbillon เจนเนอเรชันที่ 4 เข้ากับงานแกะสลักนูนต่ำรอบตัวเรือนพิงก์โกลด์ ที่ใช้เวลาทำมือกว่า 180 ชั่วโมง ในเอดิชันจำกัดพิเศษเพียง 5 เรือนทั่วโลก

เมื่อความจัดจ้านของสตรีทแวร์ปะทะโครงสร้างล้ำยุค เจาะลึกวิสัยทัศน์เบื้องหลัง AP x AMBUSH ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอย่างไรนะ?

บทวิเคราะห์โครงสร้างกลไกและการตัดทอนสิ่งเร้าในนาฬิกาไทเทเนียมขนาด 38.5 มิลลิเมตร Audemars Piguet Royal Oak Concept Flying Tourbillon ที่ออกแบบร่วมกับ Yoon และ Verbal สองผู้ก่อตั้งแบรนด์ AMBUSH

เบื้องหลังความงามระดับหัตถศิลป์ของ Czapek Promenade Goutte de Rosée กับหน้าปัด Grand Feu Enamel สีเขียวที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก

เบื้องหลังความงามระดับหัตถศิลป์ของ Czapek Promenade Goutte de Rosée กับหน้าปัด Grand Feu Enamel สีเขียวบนฐานเงินแท้ ที่ยอมแบกรับอัตราคัดทิ้งสูงถึง 50% เพื่อมิติแสงหนึ่งเดียวในโลก