IWC Portugieser Tourbillon Rétrograde Chronograph มิติใหม่แห่งการรังสรรค์เวลาที่เหนือกว่า

Date:

เผยโฉมสุดยอดเรือนเวลาแห่งยุค เมื่อนวัตกรรมบรรจบกับความสง่างาม

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในโลกแห่งเรือนเวลาชั้นสูง มีนาฬิกาเพียงไม่กี่เรือนเท่านั้นที่สามารถตรึงสายตาและสะกดหัวใจของผู้หลงใหลได้อย่างแท้จริง และวันนี้เราอยากจะชวนคุณมาทำความรู้จักกับหนึ่งในสุดยอดผลงานชิ้นเอกล่าสุดจาก IWC Schaffhausen นั่นคือ Portugieser Tourbillon Rétrograde Chronograph ที่รังสรรค์ขึ้นจาก 18-carat Armor Gold® พร้อมหน้าปัดสี Obsidian อันลุ่มลึก

เมื่อ IWC Schaffhausen ปล่อยของ

ช่วงนี้วงการเรือนเวลามีอะไรให้ตื่นเต้นไม่หยุดหย่อน และหนึ่งในไฮไลต์ที่กำลังถูกพูดถึงอย่างหนาหู คงหนีไม่พ้นการเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ล่าสุดจาก IWC Schaffhausen ที่บอกเลยว่า “ไม่ธรรมดา”เพราะนี่คือการประกาศความเหนือชั้นด้านนวัตกรรมและความประณีต ที่จะทำให้คุณต้องหยุดมอง

IWC Schaffhausen Portugieser Tourbillon Rétrograde Chronograph

เผยโฉมสุดยอดเรือนเวลาแห่งยุค เมื่อนวัตกรรมบรรจบกับความสง่างาม

IWC Schaffhausen แบรนด์นาฬิกาสุดหรูจากสวิตเซอร์แลนด์ เพิ่งจะอวดโฉมเรือนเวลาที่ผสมผสานความอัจฉริยะทางเทคนิคเข้ากับความงามอันเหนือกาลเวลา นั่นคือ Portugieser Tourbillon Rétrograde Chronograph ที่รังสรรค์อย่างวิจิตรบรรจงด้วย 18-carat Armor Gold® พร้อมหน้าปัดสี Obsidian อันลุ่มลึกน่าค้นหา

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2024 เราได้เห็น IWC Schaffhausen สร้างเทรนด์ใหม่ให้กับคอลเลกชัน Portugieser ด้วยการแนะนำเฉดสีซิกเนเจอร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฏจักรของกาลเวลาอย่าง Horizon Blue, Dune, Obsidian และ Silver Moon และในปีนี้ พวกเขาก็ได้ต่อยอดความสำเร็จนั้นไปอีกขั้น ด้วยการนำเสนอโมเดลใหม่ที่ผสานสามสุดยอดกลไกซับซ้อนเข้าไว้ด้วยกันในเรือนเดียว ประดับด้วยหน้าปัดสี Obsidian ที่สะกดทุกสายตา

เจาะลึกความพิเศษ Portugieser Tourbillon Rétrograde Chronograph

Portugieser Tourbillon Rétrograde Chronograph (Ref. IW394009) ถูกผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 100 เรือนทั่วโลก ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความพิเศษเฉพาะตัว ตัวเรือน ปุ่มกด และเม็ดมะยม ล้วนสร้างสรรค์ขึ้นจาก 18-carat Armor Gold® วัสดุอันเป็นเอกสิทธิ์ที่ผ่านการปรับปรุงโครงสร้างจุลภาคให้มีความแข็งแกร่งเหนือกว่าทองคำอัลลอยทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด

และที่ต้องปรบมือให้คือความวิจิตรของ หน้าปัดสี Obsidian ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ เพราะผ่านกระบวนการผลิตอันซับซ้อนกว่า 60 ขั้นตอน รวมถึงการเคลือบแล็กเกอร์ใสถึง 15 ชั้น ทำให้หน้าปัดมีความลึกในมิติที่เหลือเชื่อ และให้เอฟเฟกต์เหมือนมีชีวิตชีวาแบบสามมิติเลยทีเดียว หน้าปัดสีเข้มนี้ตัดกันอย่างลงตัวกับเข็มนาฬิกาเคลือบทอง และตัวเลขแอปพลิเคที่ทำจาก Solid Gold มอบความหรูหราที่สัมผัสได้ ปิดท้ายความสมบูรณ์แบบด้วยสายหนังจระเข้สีดำคุณภาพพรีเมียมจาก Santoni แบรนด์เครื่องหนังชั้นนำของอิตาลี พร้อมบานพับสายรัดที่ทำจาก 18-carat Armor Gold® อย่างประณีตบรรจง

พลังแห่งกลไก Flying Tourbillon และฟังก์ชันอันชาญฉลาด

หัวใจสำคัญที่ทำให้นาฬิกาเรือนนี้เป็นที่ปรารถนาคือ กลไกสุดล้ำ

IWC Schaffhausen Portugieser Tourbillon Rétrograde Chronograph

หนึ่งในกลไกที่ซับซ้อนและน่าหลงใหลที่สุดในโลกเรือนเวลา คือ Tourbillon ซึ่งโดดเด่นด้านความซับซ้อน และยังมอบความงามทางสายตาที่ยากจะหาใดเปรียบ กลไกอันประณีตนี้บรรจุคันบังคับและล้อจักรไว้ในกรงเล็กๆ ที่หมุนรอบตัวเองครบหนึ่งรอบในทุกๆ นาที ซึ่งการหมุนอย่างต่อเนื่องนี้ช่วยลดผลกระทบจากแรงโน้มถ่วง ทำให้การบอกเวลาแม่นยำยิ่งขึ้น

Flying Minute Tourbillon ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา มีน้ำหนักเพียง 0.675 กรัม และประกอบด้วยชิ้นส่วนเล็กๆ ถึง 56 ชิ้น ที่สำคัญคือมีระบบหยุดทูร์บิญองในตัว ทำให้สามารถตั้งเวลาได้แม่นยำถึงระดับวินาทีเลยทีเดียว นอกจากนี้ คันบังคับและล้อจักรยังผลิตจากซิลิโคนและเคลือบด้วยเทคโนโลยี Diamond Shell® เอกสิทธิ์เฉพาะของ IWC ซึ่งช่วยลดแรงเสียดทานและเพิ่มประสิทธิภาพการสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 68 ชั่วโมง

ฟังก์ชันวันที่ย้อนยุค (Retrograde Date Display)

นอกเหนือจาก Tourbillon แล้ว Portugieser Tourbillon Rétrograde Chronograph ยังมาพร้อมฟังก์ชันแสดงวันที่แบบย้อนยุคที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกาบนหน้าปัด โดยเข็มเล็กๆ จะชี้วันที่ปัจจุบันบนมาตรวัดรูปโค้ง และเมื่อถึงสิ้นเดือน เข็มจะดีดกลับไปยังตำแหน่งเริ่มต้นอย่างรวดเร็วและสวยงาม

Flyback Chronograph สุดล้ำ

กลไกสลับซับซ้อนชิ้นที่สามคือ Flyback Chronograph ที่แสดงชั่วโมงและนาทีที่จับเวลาได้รวมกันในหน้าปัดย่อยที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ความพิเศษของ Flyback คือความสามารถในการรีเซ็ตและเริ่มจับเวลาใหม่ได้อย่างรวดเร็วในขณะที่ฟังก์ชันกำลังทำงาน เพียงแค่กดปุ่มโครโนกราฟ เข็มจับเวลาจะรีเซ็ตกลับเป็นศูนย์ทันทีและเริ่มจับเวลาใหม่ ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการความรวดเร็วและแม่นยำ

IWC Schaffhausen Portugieser Tourbillon Rétrograde Chronograph

กลไกทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วย IWC-manufactured 89900 calibre ซึ่งเป็นกลไกอัตโนมัติที่ซับซ้อน ประกอบด้วยชิ้นส่วนรวม 375 ชิ้น ที่ได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยลวดลาย Geneva stripes และการขัดลายแบบ circular graining ความงดงามของกลไกภายในนี้สามารถชื่นชมได้อย่างเต็มตาผ่านฝาหลังแบบกระจกแซฟไฟร์ และที่เหนือกว่านั้นคือ มวลการแกว่งของระบบไขลานอัตโนมัติยังรังสรรค์จาก Solid Gold อีกด้วย

เรียกได้ว่า IWC Schaffhausen Portugieser Tourbillon Rétrograde Chronograph คือการอัปเดตครั้งสำคัญที่สะท้อนถึงการรวมกันของนวัตกรรม ศิลปะ และความเชี่ยวชาญ ที่จะสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่หลงใหลในเรือนเวลาอย่างแท้จริง แล้วคุณรู้สึกอย่างไรกับนาฬิการุ่นนี้บ้าง

ข้อมูลทางเทคนิค
IWC Schaffhausen Portugieser Tourbillon Rétrograde Chronograph
  • ตัวเรือน: ขนาด 43.5 มม. ผลิตจาก 18-carat Armor Gold® (ทองคำแข็งแกร่งพิเศษ)
  • หน้าปัด: สี Obsidian ลึกมีมิติ (เคลือบแล็กเกอร์ 15 ชั้น) พร้อมเข็มและตัวเลขทองคำ
  • ฟังก์ชัน:
    • Flying Minute Tourbillon
    • Retrograde Date (แสดงวันที่แบบย้อนกลับ)
    • Flyback Chronograph (จับเวลาพร้อมรีเซ็ตเร็ว)
  • กลไก: IWC-manufactured 89900 Calibre (ไขลานอัตโนมัติ) สำรองพลังงาน 68 ชม. โรเตอร์ Solid Gold
  • สาย: หนังจระเข้สีดำ Santoni พร้อมบานพับ Armor Gold®

บทความอื่นที่น่าสนใจ:
เที่ยงคืนแห่งความหวัง เมื่อ IWC Schaffhausen รังสรรค์เรือนเวลาแห่งการแบ่งปัน Portofino Automatic Pointer Date Laureus
The Ultimate Toto Wolff Timepiece

Share post:

More like this

พาชมเรื่อนเวลาล่าสุดของ H. Moser & Cie. ในรุ่น Endeavour Flyback Chronograph Dual Time Date ซ่อนโครโนกราฟไว้ตรงไหน? 

วิเคราะห์ศาสตร์แห่งการตัดทอนของ H. Moser & Cie. ในรุ่น Endeavour Flyback Chronograph กับการปฏิวัติกลไก AgenGraphe สู่ร่างไขลานเพื่อซ่อน 3 ฟังก์ชันใหญ่ไว้บนแกนกลาง

พาชมเบื้องหลังความวิจิตรของ Jaeger-LeCoultre Reverso Hybris Artistica “Pegasus” กับงานสลักเสลามือกว่า 180 ชั่วโมง

วิเคราะห์เบื้องหลังการผสาน Gyrotourbillon เจนเนอเรชันที่ 4 เข้ากับงานแกะสลักนูนต่ำรอบตัวเรือนพิงก์โกลด์ ที่ใช้เวลาทำมือกว่า 180 ชั่วโมง ในเอดิชันจำกัดพิเศษเพียง 5 เรือนทั่วโลก

เมื่อความจัดจ้านของสตรีทแวร์ปะทะโครงสร้างล้ำยุค เจาะลึกวิสัยทัศน์เบื้องหลัง AP x AMBUSH ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอย่างไรนะ?

บทวิเคราะห์โครงสร้างกลไกและการตัดทอนสิ่งเร้าในนาฬิกาไทเทเนียมขนาด 38.5 มิลลิเมตร Audemars Piguet Royal Oak Concept Flying Tourbillon ที่ออกแบบร่วมกับ Yoon และ Verbal สองผู้ก่อตั้งแบรนด์ AMBUSH

เบื้องหลังความงามระดับหัตถศิลป์ของ Czapek Promenade Goutte de Rosée กับหน้าปัด Grand Feu Enamel สีเขียวที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก

เบื้องหลังความงามระดับหัตถศิลป์ของ Czapek Promenade Goutte de Rosée กับหน้าปัด Grand Feu Enamel สีเขียวบนฐานเงินแท้ ที่ยอมแบกรับอัตราคัดทิ้งสูงถึง 50% เพื่อมิติแสงหนึ่งเดียวในโลก