Grand Seiko Evolution 9 Collection Spring Drive U.F.A นาฬิกากลไกที่ขับเคลื่อนด้วยเมนสปริงที่แม่นยำที่สุดในโลก

Date:

หน้าประวัติศาสตร์ของ Grand Seiko ถูกขีดเขียนขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1960 เมื่อบริษัทไซโกตั้งใจจะโฟกัสการผลิตนาฬิกาหรู และได้ให้กำเนิดนาฬิกา Grand Seiko รุ่นแรกที่ทำงานด้วยกลไก Calibre 3180 ในปี 1964 ก่อนที่จะตามาด้วยผลงานระดับตำนานรุ่น 44GS ในปี 1967… เหตุที่เรียกว่าระดับตำนานก็เพราะในปี 2017 เมื่อชินจิ ฮัตโตริ ซีอีโอของบริษัท ตั้งใจจะแยก Grand Seiko ออกมาเป็นแบรนด์แยกสำหรับนาฬิหาหรูไปเลยนั้น ผลงานรุ่น 44GS ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับดีไซน์โค้ดหรือไวยากรณ์ในการออกแบบที่ลงตัว 9 ข้อของคอลเลกชันที่มีชื่อว่า Evolution 9

นับตั้งแต่ก่อตั้ง ผลงานต่างๆ ของ Grand Seiko ล้วนแต่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นผลักดันขอบเขตของการสร้างสรรค์นาฬิกาและการแสดงเวลาอย่างแม่นยำ อย่างผลงานล่าสุดที่เปิดตัวในปีนี้  Evolution 9 Spring Drive U.F.A รหัส SLGB001 และ SLGB003 นอกจากจะโดดเด่นด้วยดีไซน์โค้ดอันเป็นเอกลักษณ์ และคราฟต์แมนชิปอันประณีตในทุกรายละเอียดตามแบบฉบับญี่ปุ่นแล้ว ยังได้ชื่อว่าเป็นนาฬิกากลไกที่ขับเคลื่อนด้วยเมนสปริงที่แม่นยำที่สุดในโลก ณ ขณะนี้!  

ก่อนหน้านี้ แฟนๆ ของ Grand Seiko น่าจะคุ้นเคยกับตัวย่อ VFA ซึ่งย่อมาจาก Very Fine Adjusted ซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี 1969 ซึ่งสื่อว่านาฬิการุ่นนั้นมีความแม่นยำสูง +/-1 นาทีต่อเดือนอันเนื่องมาจากเทคโนโลยี Spring Drive  แต่สำหรับนาฬิกา 2 รุ่นใหม่ ทั้ง SLGB001 และ SLGB003 หน้าปัดจารึกอักษรย่อใหม่ UFA ซึ่งย่อมาจาก  Ultra Fine Accuracy สื่อถึงความแม่นยำระดับสูงเป็นพิเศษของกลไกใหม่ Calibre 9RB2 ซึ่งให้อัตราความแม่นยำในการทำงานต่อปีอย่างน่าทึ่งถึงระดับไม่เกิน 20 วินาทีต่อปี หรือประมาณ +/-3 วินาทีต่อเดือน พร้อมกำลังลานสำรอง 72 ชั่วโมง  

กลไก Calibre 9RB2 ใช้วิธีและกระบวนการการผลิตแบบใหม่ที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นจากการใช้ ควอตซ์ ออสซิลเลเตอร์ ที่ถูกบ่มเป็นเวลา 3 เดือน และการออกแบบวงจรรวมขึ้นมาใหม่ โดยความถี่ของ ควอตซ์ ออสซิลเลเตอร์ แต่ละชิ้นจะถูกวัดที่อุณหภูมิแตกต่างกันหลายระดับ เพื่อนำมาชดเชยอุณหภูมิถูกตั้งโปรแกรมไว้ที่วงจรรวมชนิดใช้พลังงานต่ำ ทั้งออสซิลเลเตอร์และเซ็นเซอร์ถูกผนึกแบบสุญญากาศเพื่อลดความแตกต่างของอุณหภูมิและป้องกันผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ ทำให้สามารถปรับตั้งอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำ ไม่เพียงเท่านั้น นี่ยังเป็นครั้งแรกที่กลไก สปริงไดรฟ์ มีสวิตช์ควบคุมซึ่งสามารถปรับตั้งได้เมื่อทำการซ่อมบำรุง เพื่อปรับแก้ไขความคลาดเคลื่อนของความแม่นยำที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อนาฬิกาถูกใช้งานมาเป็นเวลานาน ทั้งยังได้รับยการขัดแต่งอย่างพิถีพิถัน โดยได้แรงบันดาลใจจากความงดงามของธรรมชาติที่รายล้อม ชินชู วอทช์ สตูดิโอ ซึ่งมองเห็นได้ผ่านฝาหลังแบบใส

นอกจากกลไกอันยอดเยี่ยมแล้ว รักแรกพบของใครหลายๆ คนน่าจะเป็นความงดงามของหน้าปัดของ Grand Seiko ซึ่งได้รับการตกแต่งเป็นลายเส้นและเท็กซ์เจอร์ที่งดงามดังโดยจำลองคงามงดงามของธรรมชาติมาไว้บนพื้นที่เล็กๆ บนข้อมือดังที่ปรากฏในหลายรุ่นก่อนหน้านี้ และสำหรับผลงานใหม่ทั้งสองรุ่นใหม่นี้ ทางแบรนด์ได้แรงบันดาลใจมาจากป่าน้ำแข็งหรือ Ice Forest ที่มองเห็นได้จากโรงงานของ Seiko   รุ่น SLGB001 หน้าปัดกดประทับเป็นลายเส้นในเฉดสีฟ้ารับกับอินเด็กต์และเข็มสีเงิน ตัวเรือนขนาด 37 มม. พอดีข้อมือ ผลิตจากแพลตินัม 950 ซึ่งเป็นรุ่นที่มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดานาฬิกากลไกซีรี่ส์ 9R จับคู่กับสายหนังจระเข้ ส่วนรุ่น SLGB003 หน้าปัดกดลายเฉดสีฟ้าอ่อนอมเงินพร้อมเข็มวินาทีสีน้ำเงินโดดเด่น ตัวเรือนขนาด 37 มม. และสายผลิตจากไทเทเนียมเกรด 5 พร้อมตัวล็อกสายแบบใหม่ที่ปรับตั้งระยะความยาวได้อย่างละเอียดถึง 3 ระดับ ในช่วงระยะละ 2 มม. 

ข้อมูลทางเทคนิค

SLGB001

ตัวเรือน: แพลตินัม 950 

ขนาด: เส้นผ่านศูนย์กลาง 37 มม.  หนา 11.4 มม. 

สาย:  หนังจระเข้พร้อมบานพับสามทบ

กลไก: Spring Drive กำลังลานสำรอง 72 ชั่วโมง 

ฟังก์ชั่น: ชั่วโมง นาที วินาที และวันที่

กันน้ำลึก:  100 เมตร 

จำนวน: ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 80 เรือน 

ข้อมูลทางเทคนิค

SLGB003

ตัวเรือน: ไทเทเนียมความหนาแน่นสูง 

ขนาด: เส้นผ่านศูนย์กลาง 37 มม.  หนา 11.4 มม. 

สาย:  ไทเทเนียมความหนาแน่นสูงพร้อมบานพับสามทบ

กลไก: Spring Drive กำลังลานสำรอง 72 ชั่วโมง 

ฟังก์ชั่น: ชั่วโมง นาที วินาที และวันที่

กันน้ำลึก:  100 เมตร 

บทความอื่นที่น่าสนใจ:

Grand Seiko เชิดชูภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกด้วยรุ่น SBGJ285 ลิมิเต็ด เอดิชั่น ที่สวยงามตระการตาในแบบ Fuji-Iro

Classique Tourbillon Sidéral 7255 เรือนเวลาพิเศษจาก Breguet ซึ่งนำเสนอ flying tourbillon เป็นครั้งแรก

Share post:

More like this

The Sphere Series 5 ผลงานรุ่นล่าสุดจาก Hautlence ที่นำเสนอลูกบอลแกะสลักสีขาวหมุนวนบนแกนสามแกนเพื่อบอกเวลาแบบ Jump Hour

สัมผัสมุมมองใหม่แห่งโลกเรือนเวลาผ่าน Hautlence The Sphere Series 5 งานประติมากรรมกลไกสามมิติบนตัวเรือนไทเทเนียมไร้ขา ที่ผสมผสานลูกบอลบอกชั่วโมงแบบ Jump Hour และเข็มนาที Retrograde เข้ากับสุนทรียภาพสีโมโนโครมได้อย่างลงตัว

Oris Aquis Date Kelp Forest Limited Edition ทำไมเรือนนี้ถึงน่าสนใจในตลาดนาฬิกาสปอร์ตดำน้ำ?

เปิดตัว Oris Aquis Date Kelp Forest Limited Edition ความสนุกของหน้าปัดเรือนนี้อยู่ที่เทคนิคพิมพ์ 3 มิติ (3D-printed surface treatment) ซึ่ง Oris ตั้งใจจำลองพื้นผิวของ "สาหร่ายเคลป์" เวลาโดนแสงแดดส่องผ่านน้ำทะเลสว่างวูบวาบ

Urwerk UR-300 Time Quantum มาพร้อมนวัตกรรม T-Frame พลิกโฉม 30 ปี Wandering Hours

เจาะลึก Urwerk UR-300 Time Quantum การปฏิวัติระบบ Wandering Hours ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี ด้วยการสลัดแขนยึดสมมาตรแบบเดิม ทิ้ง แล้วแทนที่ด้วยโครงสร้าง T-Frame คานสลับตำแหน่งกระโดดเปลี่ยนองศาในเสี้ยววินาที พร้อมตัวเรือนไทเทเนียมรูปทรงใหม่สุดล้ำ

Bell & Ross BR-03 Space Mission เมื่อนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมหน้าปัดห้องนักบิน ถอดเข็มออกแล้วย้ายไปอยู่ในอวกาศ

Bell & Ross ตีความนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมระดับไอคอนิกใหม่ในรุ่น BR-03 Space Mission ถอดเข็มนาฬิกาแบบเดิมออก แล้วใช้แผ่นดิสก์หมุนจำลองการโคจรของยานอวกาศ Vortex และดวงจันทร์บนพื้นหน้าปัดแก้วอเวนจูรีนสีดำประกายดาว ในตัวเรือนเซรามิกดำขัดทรายขนาด 41 มม. ผลิตจำกัด 999 เรือน