Arcanaut: การปฏิวัติวงการนาฬิกาผ่านความกล้าทดลองวัสดุที่ไม่ธรรมดา

Date:

“เมื่อจินตนาการที่ไร้ขีดจำกัดหลอมรวมกับวิทยาศาสตร์และงานศิลป์ กลายเป็นผลงานที่น่าทึ่งสำหรับข้อมือคุณ”

ที่เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก Arcanaut แบรนด์นาฬิกาที่มีชื่อเสียงด้านการคิดนอกกรอบ กำลังเขย่าวงการอีกครั้งด้วยซีรีส์ Experimentals ซึ่งไม่เพียงแต่นำเสนอนาฬิกาที่โดดเด่นด้วยดีไซน์เท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวและวัสดุที่น่าทึ่ง เรียกได้ว่าเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้หลงใหลในเรือนเวลา

ต้นกำเนิดของซีรีส์ Experimentals: เมื่อความกล้าทดลองกลายเป็นแรงผลักดัน

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2023 Arcanaut ได้เปิดตัวโครงการ “Experimentals” เพื่อท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง โมเดลแรกที่เผยโฉมในซีรีส์นี้คือ Bonehead และ Tiger Sh’Arc ที่มาพร้อมแนวคิดสุดพิเศษ คือ การนำเสนอผลงานตั้งแต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์! โดยผู้สนใจสามารถจองสิทธิ์ได้ด้วยการวางเงินมัดจำเพียง 10% ของราคานาฬิกา

น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือทั้ง 2 รุ่นมีการผลิตจำกัดเพียงรุ่นละ 33 เรือน ซึ่งถูกจับจองอย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่วัน เป็นเครื่องยืนยันว่าความเชื่อมั่นในแบรนด์ Arcanaut ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เกิดจากการสร้างชื่อเสียงผ่านนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ที่แท้จริง

Arcanaut: Redefining Watchmaking with Experimental Elegance

เจมส์ ทอมป์สัน (หรือที่รู้จักกันในชื่อ แบล็กแบดเจอร์) หัวหน้าฝ่ายพัฒนาเนื้อหาของแบรนด์ เผยมุมมองของเขาเกี่ยวกับการทดลองหลายร้อยครั้งที่ Arcanaut ดำเนินการในปี 2024 เพื่อนำ Experimentals มาใช้ในชีวิตจริงอย่างชัดเจน: “ผมชอบมัน มันเหมาะกับวิธีการทำงานของผม แม้จะเรียนในโรงเรียนศิลปะ แต่ผมไม่เคยวาดรูปได้เลย ดังนั้น ในช่วงแรกของชีวิต ผมจึงพบวิธีแก้ปัญหา: ผมวาดรูปในเนื้อหา ในรูปแบบ 3 มิติ ผมมองเห็นสิ่งที่ผมอยากเห็นในชีวิตจริงในใจ และผมเก่งกว่าในการทำให้สิ่งนั้นมีชีวิตขึ้นมาด้วยเครื่องจักรมากกว่าการใช้ดินสอ ทุกครั้งที่ Anders และ Rob กระตุ้นให้ผมค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ผมก็จะรู้สึกเหมือนเด็กในร้านขนม ในส่วนลึกของผม ผมเป็นคนชอบร้าน ผมชอบเครื่องมือของผม ผมตื่นเต้นที่จะได้สตาร์ทเครื่องทุกเช้าและดูว่าอะไรจะออกมาในตอนท้ายวัน มันสนุกมาก และผมคิดว่ามันแสดงออกมาในผลิตภัณฑ์ หากนาฬิกาของเราสามารถทำให้ผู้ติดตามยิ้มได้มากเท่ากับที่เราทำได้ในขณะที่ผลิตมันขึ้นมา ก็ถือว่าเป็นชัยชนะเลยทีเดียว”

เจาะลึกวัสดุ: เปลี่ยนทุกส่วนให้เป็นงานศิลป์

หนึ่งในจุดเด่นของซีรีส์ Experimentals คือการเลือกใช้วัสดุที่ไม่ธรรมดาเพื่อสร้างความแตกต่าง Bonehead ใช้เยอรมัน ซิลเวอร์ ที่มีความแข็งแรงทนทานและให้ความงามแบบคลาสสิก มาผสมผสานกับหน้าปัด ลูมิแคสต์ ดิสก์ ที่เรืองแสงด้วยสีครีมอบอุ่น พร้อมเข็มบอกเวลาสีน้ำเงินซึ่งเกิดจากการเคลือบ PVD ที่ช่วยเติมความโมเดิร์นเข้าไปอย่างลงตัว

ในขณะเดียวกัน Tiger Sh’Arc โดดเด่นด้วยการใช้วัสดุ เซอร์คิวไท (การผสมผสานระหว่างเซอร์โคเนียมและไทเทเนียม) ซึ่งให้ลวดลายแบบพาดเส้นที่ไม่ซ้ำใคร เพิ่มมิติและความหรูหราด้วยโทนสีที่เปลี่ยนไปตามมุมมอง

ฝาหลัง Glowpatch: เอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรมองข้ามคือฝาหลังของซีรีส์นี้ ซึ่ง Arcanaut เรียกอย่างภาคภูมิใจว่า โกลวแพตช์ เดิมทีแนวคิดนี้เริ่มต้นจากความคิดสนุกในทีมงาน แต่กลับกลายเป็นจุดเด่นที่ทำให้ผู้สวมใส่ประทับใจ ด้วยการออกแบบให้ฝาหลังเรืองแสงในที่มืด เพิ่มความสนุกและสร้างเอกลักษณ์ที่น่าจดจำ

Arcanaut: Redefining Watchmaking with Experimental Elegance

“ของพวกนั้นมันติดไฟได้ง่าย ๆ เพื่อความสนุก,” Thompson หัวเราะ (ซึ่งขณะนั้นเขากำลังอยู่ห่างไกลจากเซอร์คิวไท ที่เพิ่งถูกกลึงมาเมื่อเร็ว ๆ นี้) “เรามาที่โรงงานของพันธมิตรในโคเปนเฮเกนเพื่อเช็คการผลิตและเราเห็นพวกเขากำลังเก็บเศษเหล็ก (ชิ้นเล็ก ๆ ของโลหะที่ถูกตัดออกระหว่างการกลึง) ไว้ในถังใหญ่, แล้วเราก็พูดว่า ‘ไม่! ของพวกนี้ต้องเอาไปทิ้งข้างนอกและกำจัดอย่างถูกต้อง’ ถ้าทิ้งไว้ในสภาพนั้นมันอาจจะระเบิดได้โดยไม่ทันตั้งตัว และฉันไม่รู้ว่าคุณเคยเห็นไฟจากโลหะไหม, แต่เชื่อเถอะว่าคุณไม่อยากเจอ

โชคดีที่เมื่อกรณีที่ถูกกลึงแล้วมันจะปลอดภัยและเป็นวัสดุที่มีความเสถียรมาก เราจะทำให้มันร้อนหลังจากการกลึงเพื่อทำให้โลหะเกิดการออกซิไดซ์เล็กน้อย สร้างความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างไทเทเนียมและเซอร์คิวไท นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้ตัวเรือนมีเอฟเฟกต์ลายทางและมันก็คือที่มาของชื่อซีรีส์โมเดล”

ในขณะเดียวกัน Bonehead ถูกสร้างจากสเตนเลสสตีล แต่มีการออกแบบตัวเรือนที่เป็นเอกลักษณ์ สำหรับ Bonehead, Brandt ตัดสินใจเพิ่มสิ่งที่เขาเรียกว่า ‘กรอบกระดูก’ ซึ่งทำให้พื้นผิวของตัวเรือนยุบลงยกเว้นบริเวณขอบ ตัวเรือนจะถูกทำให้เกิดลุคมืดและลึกลับที่ทำให้มันแตกต่างจากตัวเรือน ARC II ปกติที่ใช้ในคอลเล็กชัน D’Arc Matter, Havender, และ Klint รวมถึงชิ้นงาน Fordite ที่มีเอกลักษณ์ และรุ่นพิเศษที่จำกัดสำหรับ Collective Horology ในสหรัฐอเมริกา, ARC II — Liberty Green

การเติบโตของ Arcanaut: สู่ขอบฟ้าใหม่ของการออกแบบ

Anders Brandt ผู้ร่วมก่อตั้ง Arcanaut กล่าวถึงผลจากซีรีส์ Experimentals ว่า “มันเปลี่ยนวิธีคิดของเราไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่เรายึดติดกับรูปแบบเดิม ๆ ตอนนี้เรากล้าที่จะทดลอง ปรับแต่ง และสร้างความหลากหลายผ่านวัสดุและดีไซน์ที่แตกต่างกัน”

ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาพื้นผิว หรือการทดลองกับวัสดุใหม่ ๆ Arcanaut ได้พิสูจน์แล้วว่าพวกเขาเป็นมากกว่าแค่แบรนด์นาฬิกา โดยเป็นแรงบันดาลใจสำหรับวงการออกแบบทั้งหมด

ติดตาม Arcanaut และเรื่องราวเบื้องหลังได้ที่นี่

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Arcanaut และซีรีส์ Experimentals ได้ที่ www.arcanaut.watch หรือติดตาม Instagram @arcanaut_watches และสมัครรับข่าวสารเพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวของผลงานใหม่ ๆ

“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand – แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”

Share post:

More like this

Panerai ฉลองครบรอบ 100 ปีร้านแรกในฟลอเรนซ์ด้วย Luminor Firenze 8 Giorni รุ่นใหม่

พาไปทำความรู้จัก Panerai Luminor Firenze 8 Giorni สองรุ่นพิเศษฉลอง 100 ปีร้านดั้งเดิมบนจัตุรัส Piazza San Giovanni ในตัวเรือน Platinumtech และสเตนเลสสตีล

พาชม Chronoswiss Neo Digiteur Pastel Code นาฬิกาไร้เข็มทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มาในโทนสีพาสเทลแสนหวาน

Chronoswiss Neo Digiteur Pastel Code เรือนเวลารูปทรงสี่เหลี่ยมไร้เข็มในโทนสีพาสเทล 3 เฉดสีใหม่ ผลิตจำกัดสีละ 99 เรือน ผสานงานพ่นทรายแบบ Matte เข้ากับกลไก Jumping Hour สไตล์ดิจิทัลจักรกลได้อย่างลงตัว

นี่คือนาฬิกาเรือนแรกที่ฝังเพชรบน Balance Wheel กับ Jacob & Co. Brilliant Flying Tourbillon Baguette Pastel Arlequino

ย้อนดูเบื้องหลัง Jacob & Co. Brilliant Flying Tourbillon Baguette Pastel Arlequino เรือนเวลา Pièce Unique ที่กล้าท้าทายกฎวิศวกรรมเรือนเวลาด้วยการฝังเพชร 54 เม็ดลงบน Balance Wheel พร้อมเทคนิคการคัดสรรพลอยพาสเทลแบบ Invisible Setting ทั้งเรือน

Arceau Samarcande กับศิลปะการเล่นซ่อนแอบกับกลไกชั้นสูงในแบบฉบับของ Hermès

หน้าปัด Openwork ฉลุช่องรูปหัวม้าแอบซ่อนกลไกมินิตรีพีทเตอร์อันล้ำเลิศ ถ้าพูดถึงงานเรือนเวลาเผยกลไกในรูปแบบสเกเลตันและโอเพนเวิร์ก เมซง Hermès Horloger ถือเป็นหนึ่งในเมซงที่สามารถผลิตผลงานเรือนเวลาในรูปแบบดังกล่าวได้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบที่มองแวบแรกก็สามารถระบุได้เลยว่านี่คือผลงานของ Hermès แน่นอน...