รุ่นลิมิเต็ดที่มาพร้อมโทนสีธรรมชาติ ได้แรงบันดาลใจจากบ้านเกิดของ John Arnold ในอังกฤษ
Arnold & Son กับการผสมผสานมิติใหม่ของ Moonphase
Arnold & Son ไม่ใช่แบรนด์ใหม่ในการเล่นกับฟังก์ชั่นมูนเฟส ที่เต็มไปด้วยจินตนาการ เราเคยเห็นผลงานเด่น ๆ เช่น Luna Magna ซึ่งเปิดตัวในปี 2021 ที่มาพร้อมกับตัวชี้วัด Moonphase รูปทรงกลมขนาดใหญ่ที่สุดชิ้นหนึ่งในวงการนาฬิกา อย่างไรก็ตาม Arnold & Son ยังแสดงความเคารพต่อการออกแบบในแบบดั้งเดิมด้วยคอลเลกชันอย่าง Perpetual Moon ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2013
แรงบันดาลใจจากธรรมชาติในบ้านเกิดของ John Arnold สำหรับผลงานล่าสุดในคอลเลกชัน Perpetual Moon นั้น Arnold & Son ได้นำแรงบันดาลใจจากธรรมชาติในสวนเฟิร์นเขียวชอุ่มของเมืองคอร์นวอลล์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ John Arnold (1736-1799) ช่างทำนาฬิกาผู้โด่งดังแห่งยุคและผู้ก่อตั้งแบรนด์
Perpetual Moon 41.5 Platinum, Fern Green รุ่น “Clear Skies” ซึ่งผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 28 เรือน มาพร้อมหน้าปัดสลักลายสีเขียวที่ได้แรงบันดาลใจจากพฤกษชาติ ตัดกับภาพพระจันทร์ที่เปล่งประกายด้วยแผ่นเปลือกหอยมุก และท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวสีน้ำเงินเข้ม ทั้งหมดนี้ถูกห่อหุ้มไว้ในตัวเรือนแพลทินัมที่เปล่งประกายเหนือระดับ
เรือนเวลานี้ไม่เพียงแค่บอกเวลา แต่ยังสะท้อนถึงการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างศิลปะเชิงเทคนิคและแรงบันดาลใจจากธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Light Bright
ตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกมากว่า 10 ปีที่ผ่านมา การออกแบบของ Perpetual Moon ได้สร้างความตะลึงให้กับนักสะสมด้วยการแสดงผลมูนเฟสขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่ส่วนบนของหน้าปัดจากตำแหน่ง 10 ถึง 2 นาฬิกา ในเวอร์ชั่นล่าสุดนี้ พระจันทร์สีขาวขนาดใหญ่ที่ทำจากเปลือกหอยมุก ถูกติดตั้งอยู่บนพื้นหลังเคลือบ PVD สีน้ำเงินผิวเกรนที่สื่อถึงยามค่ำคืน ทั้งยังมีการเคลือบตกแต่งพระจันทร์ด้วยซูเปอร์ลูมิโนวา ซึ่งจะเปล่งแสงส่องสว่างขึ้นในความมืด
หน้าปัดออกแบบมาให้ตัดกับองค์ประกอบอื่น ๆ ได้อย่างลงตัว เพื่อทำให้ส่วนแสดงพระจันทร์มีความโดดเด่นยิ่งขึ้น โดยใช้ลาย “สเตลลาร์ เรย์ส” ที่มีลักษณะเป็นรัศมีโค้ง ทั้งยังตกแต่งหน้าปัดด้วยการสลักที่มีทั้งความลึกและความกว้างกระจายออกเพื่อให้สะท้อนกับแสงได้อย่างยอดเยี่ยม ร่วมด้วยการใช้ชั้นแลคเกอร์ใสหลายชั้นเพื่อเพิ่มความลึกและทำให้แสงสะท้อนจากหน้าปัดดูมีชีวิตชีวามากขึ้น
Star Turn
ในเกียรติแก่มรดกของ John Arnold ที่เป็นผู้ผลิตมารีนโครโนมิเตอร์ที่แม่นยำเพื่อการเดินเรือในศตวรรษที่ 18 ดวงจันทร์จึงถูกล้อมรอบด้วยกลุ่มดาว Ursa Major และ Cassiopeia ซึ่งถูกวาดด้วยมือและเคลือบด้วยวัสดุเรืองแสง โดยกลุ่มดาวทั้ง 2 นี้เคยเป็นจุดสังเกตสำคัญในท้องฟ้ายามค่ำคืน

ดาวโพลาริส หรือที่รู้จักกันในชื่อดาวเหนือ ซึ่งตั้งอยู่เหนือขั้วโลกเหนือโดยตรง ทำให้ดาวโพลาริสเคลื่อนที่น้อยมากตลอดทั้งคืน จึงเป็นจุดสำคัญที่นักเดินเรือสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการหาตำแหน่งทิศเหนือได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ มุมความสูงของดาวโพลาริสยังสามารถใช้ในการประมาณระยะห่างจากเส้นศูนย์สูตรหรือความกว้างทางภูมิศาสตร์ (ละติจูด) ได้อีกด้วย
Movement Maker
การเคลื่อนไหวของกลไก Arnold & Son Cal.A&S1512 ถูกนำเสนอผ่านฝาหลังจากกรุกระจกแซพไฟร์โปร่งใส ซึ่งเปิดให้เห็นกลไกการทำงานของเครื่องที่มีความซับซ้อน ส่วนการแสดงฟังก์ชั่นมูนเฟส ก็รองรับการแสดงผลวงโคจรการเคลื่อนที่ของดวงจันทร์อย่างแท้จริง จึงมอบความแม่นยำได้อย่างน่าประทับใจ
การพัฒนาและผลิตกลไกนี้เกิดขึ้นที่โรงงานของแบรนด์ใน ลาโชซ์-เดอ-ฟงด์ส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยเป็นกลไกแบบไขลานซึ่งมาพร้อมกับพลังงานสำรองที่สามารถใช้งานได้นานถึง 90 ชั่วโมง ที่น่าสนใจก็คือ กลไกนี้สามารถแสดงการเคลื่อนที่ของดวงจันทร์ได้อย่างแม่นยำจนถึงขนาดว่าหากไขลานจนเต็มอย่างต่อเนื่องในทางทฤษฎี จะต้องใช้เวลานานถึง 122 ปีกว่าจะต้องปรับตั้งค่ากัน 1 ครั้งซึึ่งเป็นความแม่นยำที่น่าทึ่งของการแสดงผลบนหน้าปัดและความเป็นจริงทางดาราศาสตร์

ขั้นตอนสุดท้ายของการทำงานกับกลไก คือ การตกแต่งรายละเอียดที่โดดเด่นซึ่งประกอบไปด้วยลวดลาย โกตส์ เดอ เฌอแนฟ ที่เรียงตัวอย่างสวยงามบนบริดจ์ การขัดเงาที่แนวปาดและการทำมุมที่เฉียบคม วีลที่ผ่านการขัดแบบซาติน และสกรูที่ทำจากสตีลสีน้ำเงิน
นาฬิกา Arnold & Son รุ่น Limited Edition Perpetual Moon 41.5 Platinum สี Fern Green รุ่น “Clear Skies” ผลิตขึ้นเพียง 28 เรือนเท่านั้น โดยมีจำหน่ายแล้วตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถพบได้ที่เว็บไซต์ของ Arnold & Son
“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand – แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”

